เทวฤทธิ์ ชูเพิ่มกลไกคุ้มครองผู้แจ้งทุจริตผ่านสื่อสาธารณะ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๕ มีนาคม ๒๕๖๘

เทวฤทธิ์ มณีฉาย หารือประเด็นการคุ้มครองผู้แจ้งข้อมูลการทุจริต โดยเสนอให้ขยายกลไกการป้องกันไม่เพียงแต่ผ่าน ป.ป.ช. แต่รวมถึงการเปิดช่องให้ประชาชนสามารถเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อมวลชนได้อย่างปลอดภัย เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 63 พร้อมเสนอให้มีกลไกกลางและใช้ทรัพยากรของ ป.ป.ช. สนับสนุนการเปิดโปงการทุจริตผ่านสื่อสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธาน ผม เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มสื่อสารมวลชน จังหวัดสมุทรสงคราม ผมขอสงวนคำแปรญัตติ ในเรื่องของการเพิ่มการคุ้มครองผู้ให้ถ้อยคำแจ้งข้อมูลเบาะแส หรือแสดงความคิดเห็นกับ สื่อมวลชน กับสื่อสาธารณะ ในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับอำนาจของ ป.ป.ช. เพื่อให้รัฐมีหน้าที่ หรือกลไกในการคุ้มครองประชาชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการขจัดการทุจริตและประพฤติ มิชอบในทุกรูปแบบ โดยให้เหตุผล ๓ ประการด้วยกัน

ประการแรก ถ้าหากเราพิจารณาจากหลักการและเหตุผลของการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ครั้งนี้ ก็อ้างตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ซึ่งอยู่ในหมวดของหน้าที่ ของรัฐ ผมไม่แน่ใจว่าสามารถเป่ดสไลด์ได้ไหมครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

ก็จะเปึนมาตรา ๖๓ โดยเฉพาะ ในส่วนท้ายของวรรคแรกที่ระบุถึงการที่จะต้องมีกลไกในการคุ้มครองการที่ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบ ถ้าหากว่าไปดูในความมุ่งหมาย ในเอกสาร ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญในหมวดว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ ในหมวด ๕ ก็ย้ำว่าเพื่อให้รัฐ ต้องดำเนินการหรือกำหนดให้แก่ประชาชนทุกคนหรือทุกชุมชนเปึนการทั่วไป หรืออาจกล่าว ได้ว่ารัฐมีหน้าที่ที่จะทำให้สิทธิเปึนจริง รวมถึงในกรณีที่จำเปึ้นจะต้องมีการกำหนดกลไก เพื่อทำให้หน้าที่ของรัฐบรรลุเปัาหมาย ทีนี้เรามาดูเปัาหมายและความมุ่งหมายของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓

ขออนุญาตสไลด์ต่อไปครับ ที่ระบุไว้ในเอกสารความมุ่งหมายและคำอธิบาย ประกอบรัฐธรรมนูญรายมาตรา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ก็ระบุไว้ว่าเพื่อให้มีกลไกสนับสนุน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ดังนั้น มาตรา ๖๓ ซึ่งเปึน เจตนาของมาตรานี้ แล้วก็เปึ้นที่มาของตัวการแก้ไขหรือว่า พ.ร.ป. ตัวนี้ ก็คือมุ่งหมายให้มี กลไกในการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือสร้างระบบนิเวศ โดยเฉพาะการคุ้มครองผู้แจ้ง ผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้เบาะแส ให้ความเห็น ไม่ต้องรับผิดทางอาญา ทางแพ่ง หรือทางวินัย เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่มาตรา ๖๓ ตามร่างฉบับนี้จำกัดเฉพาะขอบเขตของคนที่แจ้งเบาะแส ให้ข้อมูลหรือให้ ความเห็นแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้วก็พนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่สามารถ ที่จะสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนได้เต็มที่ โดยเฉพาะในเรื่องของการขจัดการทุจริต และประพฤติมิชอบ แน่นอนว่าหลายท่านอาจจะกังวลนักร้อง แต่ว่าในหลักการภาพรวม ภาพใหญ่คือสิทธิเสรีภาพในการตรวจสอบ ในการถ่วงดุล อาจจะมีนักร้องบ้าง และนักร้อง อาจจะเข้าไปในที่ทาง ป.ป.ช. บ้าง แต่ว่าบางครั้งเขาก็อาจจะไปให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน กับสื่อสาธารณะต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลเหล่านั้นถ้าหากว่าอยู่ในขอบข่ายอำนาจหน้าที่ ของ ป.ป.ช. ก็จะเปึนประโยชน์ในการที่จะขจัดการทุจริตซึ่งเปึ้นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ที่ต้องการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน แน่นอนครับ การมีส่วนร่วมของประชาชน เราอาจจะไปออกแบบได้บ้างบางส่วน แต่บางที่ต้องเปึนไปตามธรรมชาติบ้าง

ประการที่ ๒ โดยข้อเท็จจริงบางครั้งประชาชนเองอาจจะเข้าไม่ถึง ป.ป.ช. อาจจะกังวลต่อ ป.ป.ช. หรืออาจจะเปึนผู้ขัดแย้งกับ ป.ป.ช. ด้วยซ้ำไป แต่กลไกเหล่านี้ ถ้าหากว่าสามารถที่จะมีตัวกลางตัวอื่นที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบถ่วงดุล อย่างเช่น สื่อมวลชน ซึ่งวันนี้ก็เปึนวันสื่อมวลชนแห่งประเทศไทยด้วยซ้ำไป เพื่อให้ตระหนัก ถึงความสำคัญของสื่อมวลชน ดังนั้นผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้การที่เป่ดโอกาสให้สามารถที่จะ คุ้มครองคนที่ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่การฟัองป่ดปากมีสถิติจำนวนมากขึ้นทุกที แล้วก็เปึนการฟัองป่ดปากในเชิงยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีด้วยซ้ำไป แน่นอนหลาย ๆ ครั้งการที่มีการฟัองป่ดปากศาลอาจจะไม่ลงโทษหรืออาจจะยกฟัองนะครับ แต่ว่าทั้งหลายทั้งปวงระหว่างทางที่มีการฟัองร้องดำเนินคดี ผู้ที่ออกมาแฉ้ ผู้ที่ออกมาเป่ดโป่ง ผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน หลายครั้งหลายคราวต้องเสียเวลา ต้องเสียค่าเดินทาง ต่าง ๆ ดังนั้นการที่มีกลไก อันนี้ไม่ได้ให้สิทธิโดยสมบูรณ์ว่าพอมีเรื่องเกี่ยวกับ ป.ป.ช. หรือว่า การให้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว ถ้าหากว่าเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. แล้วจะไม่ผิด โดยสมบูรณ์โดยทันทีไม่ใช่ครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๓ กลไกเหล่านี้ก็ยังอยู่ในกระบวนการตาม มาตรา ๑๓๒/๑ มาตรา ๑๓๒/๒ และมาตรา ๑๓๒/๓ อยู่ดี ก็คือต้องให้ ป.ป.ช. หาทรัพยากรของ ป.ป.ช. เข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือคนที่ถูกฟัองร้องดำเนินคดี ไม่ว่าจะเปึนทางอาญา ทางวินัย หรือทางแพ่งก็ดี ให้สามารถสู้คดี หรือพื้น หรือได้รับสิทธิการประกันตัวอยู่ดี ดังนั้นมันไม่ได้ ไปให้สิทธิแบบว่าเปึ้นอภิสิทธิ์ชนหรือว่าให้สิทธิโดยสมบูรณ์โดยทันที แต่มีกลไกในการ ช่วยเหลือ ผมก็หวังว่าการที่เพิ่มในส่วนของสื่อสาธารณะเข้าไปในข้อความตรงนี้ก็จะเปึนการ เอื้ออำนวยทำให้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๖๓ ที่ต้องการทำให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ สามารถที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ซึ่งอันนี้ก็เปึนหลักการในหมวดนี้อยู่แล้วว่าเปึนหน้าที่ของรัฐ ก็หวังว่าในวันนักข่าว แห่งประเทศไทย วันนี้เราจะได้เฉลิมฉลองว่าจะได้มีกลไกคุ้มครองคนที่มีส่วนร่วมในการที่จะ ให้ข้อมูลกับนักข่าว และผมคิดว่าถ้าหากท่านเห็นด้วยกับผมสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ คืออะไร นักข่าวก็จะกล้าที่จะทำข่าวที่เปึนประเด็นเชิงสืบสวนสอบสวนมากขึ้น คนก็จะมาให้ ข้อมูลกับนักข่าวมากขึ้น ยังผลอะไรครับ ยังผลก็คือการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ มากขึ้น และจะเปึ้นผลประโยชน์ต่อสาธารณชนมากขึ้นด้วยซ้ำไป ขอให้สมาชิกทุกท่าน ได้โปรดพิจารณากับการสงวนคำแปรญัตติของผมในเรื่องของการบรรจุข้อความว่า หรือสื่อสาธารณะ เข้าไป เพื่อเพิ่มกลไกช่องทางที่จะสนับสนุน ไม่ได้ให้สิทธิร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สนับสนุนเพื่อสามารถที่จะใช้ทรัพยากรของ ป.ป.ช. นั้นมาช่วยอำนวยความสะดวก หรืออำนวยความยุติธรรมให้กับคนที่กล้าออกมาเป่ดโป่ง กล้าออกมาแฉ ขอบคุณครับ ท่านประธาน