นิกร สนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจฐานราก-ผลักดันเศรษฐกิจเงาเข้าระบบ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

นิกร โสมกลาง หารือปัญหาเศรษฐกิจเงาที่มีขนาดใกล้ถึงครึ่งหนึ่งของจีดีพี ซึ่งส่งผลให้แรงงานและผู้ประกอบการจำนวนมากอยู่นอกระบบสวัสดิการและขาดการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเสนอให้ผลักดันให้เศรษฐกิจใต้ดินเข้าสู่ระบบทางการผ่านโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงบริการของรัฐ และสนับสนุนการควบคุมธุรกิจที่เคยผิดกฎหมายให้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเพื่อเพิ่มรายได้รัฐ ลดอาชญากรรม พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มุ่งพัฒนาจากฐานรากเพื่อยกระดับประเทศสู่ศักยภาพเต็มที่

นายนิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมจะขอร่วมอภิปรายสนับสนุนนโยบายของ คณะรัฐมนตรีสักเล็กน้อย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าตอนนี้ประเทศไทยอาจเป็นประเทศที่ทาง World Bank จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ใช่เป็นประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างที่เราคุ้นเคยกัน และขนาดเศรษฐกิจของเรานั้นอาจจะใหญ่กว่าไต้หวัน และติด Top ๒๐ ของโลกด้วยซ้ำไป ติดอยู่นิดเดียวครับ ติดอยู่ที่ตัวเลขที่ผมได้กล่าวมานั้น แม้จะเป็นตัวเลขกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ของประเทศเราตอนนี้จริง ๆ แต่ก็ไม่ใช่ตัวเลขที่เป็นทางการทั้งหมด ขนาดเศรษฐกิจของเรา ที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการนั้น เป็นเพียงครึ่งเดียวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย ใช่ครับ อาจจะเรียกได้อย่างเต็มปากว่าเรามีระบบเศรษฐกิจขนาดมหึมา อยู่ครึ่งหนึ่ง ซึ่งเรียกกันว่าเศรษฐกิจเงาครับ เศรษฐกิจเงา หรือเศรษฐกิจใต้ดินนี้ ชื่ออาจจะฟังดู เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ต้องขอกราบเรียนว่าไม่ใช่เสมอไปครับ เศรษฐกิจเงา หมายถึง เศรษฐกิจที่ไม่ได้ถูกบันทึกลงในฐานข้อมูลของทางการ อาจจะถูกกฎหมาย หรือผิดกฎหมายก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง เกษตรกรรับจ้างทำนา หากไม่ได้แจ้งลงทะเบียนภาษีกับรัฐ ก็นับว่าเป็นเศรษฐกิจเงาเช่นเดียวกันครับ หรือในส่วนธุรกิจใต้ดิน อย่างเช่น บ่อนการพนัน หวยใต้ดิน สิ่งเหล่านี้ก็นับว่าเป็นธุรกิจเงาเหมือนกัน ท่านประธานครับ ถ้าถามว่า ขนาดเศรษฐกิจเงาของไทยใหญ่ขนาดไหน ผมไปดูรายงานเรื่อง Informal Sector ของธนาคารโลก เห็นว่าประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจเงาอยู่ที่ ๔๘.๔ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งโลกอยู่ที่ ๓๒.๗ เปอร์เซ็นต์ สูงเป็นอันดับที่ ๑๔ ของโลก อันดับ ๒ ของอาเซียนแรงงานของไทยกว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ที่ทำงานอยู่ในระบบเศรษฐกิจเงานี้ ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการจากรัฐและแหล่งเงินทุนได้ นอกจากนั้นครับ แม้กระทั่งธุรกิจ SMEs เอง ที่มีอยู่กว่า ๓.๒ ล้านราย กว่า ๗๔ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ส่งผลให้งบการเงินของบริษัทเหล่านี้ไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบของภาครัฐ ทำให้การกู้ยืมเงินทุน ในการทำธุรกิจมีต้นทุนที่สูงขึ้น เพราะว่าต้องขอเครดิตในนามบุคคล แทนที่จะเป็นเครดิต ในนามนิติบุคคล ท่านประธานครับ ถ้าถามว่าต้นทุนส่วนนี้ต่างกันแค่ไหน ปัจจุบันต้นทุนการกู้ยืมของ SMEs มักถูกกำหนดด้วยดอกเบี้ยที่เรียกว่า เอ็มอาร์อาร์ ปัจจุบัน อยู่ระหว่างที่ ๗-๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าหากกู้ยืมเงินในนามบุคคลและไม่มีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน ก็อาจจะได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสินเชื่อที่เรียกว่าเพื่อการประกอบอาชีพ หรือ Nano Finance สูงสุดอยู่ที่ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปีครับท่านประธาน ท่านทราบไหมว่า ผลกระทบร้ายแรงของเศรษฐกิจเงาคือภาคส่วนนี้ไม่ได้รับการมองเห็นจากภาครัฐ จนกลายเป็นภาคส่วนทางเศรษฐกิจและสังคมที่ดำมืด มองไม่เห็นโอกาสและความฝัน การที่มีประชาชนจำนวนมากอยู่ในระบบเศรษฐกิจเงานั้น ส่งผลให้การช่วยเหลือจากภาครัฐ ไม่สามารถไปถึงได้ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีข้อมูลในการสร้างระบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์ กับทั้งแรงงานและธุรกิจที่ไม่เข้าอยู่ในระบบครับ อย่างที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น พี่น้องแรงงาน ที่ไม่อยู่ในระบบเศรษฐกิจทางการ เสียโอกาสในการได้รับสวัสดิการจากรัฐ เช่น การลงทะเบียนประกันสังคมหรือการได้รับเงินช่วยเหลือต่าง ๆ ธุรกิจ SMEs ก็เสียโอกาส ในการได้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ทั้งจากธนาคารและสินเชื่อที่ช่วยเหลือจากรัฐ นี่คือสิ่งที่ เป็นผลกระทบของหลุมดำทางเศรษฐกิจเงาขนาดมหึมานี้ แต่ไม่ใช่แค่นั้นภาครัฐเอง ก็เสียโอกาสในส่วนนี้เช่นกันครับ เพราะว่าเมื่อรัฐบาลไม่มีข้อมูลของพี่น้องประชาชนและธุรกิจ ในส่วนนี้ การช่วยเหลือและสวัสดิการจากรัฐก็ทำได้อย่างยากลำบาก ความช่วยเหลืออาจทำได้ ไม่ถ้วนหน้า และจำเป็นต้องเลือกช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มและเป็นโครงการครับ อาจไม่สามารถ ทำได้ต่อเนื่องเพราะมีปัจจัยเรื่องงบประมาณเข้ามาเป็นตัวกำหนด อีกทั้งเมื่อเศรษฐกิจ กว่าครึ่งเป็นเศรษฐกิจเงา การจัดเก็บภาษีก็จะสามารถทำได้อย่างยากลำบาก ทำให้รัฐ ไม่สามารถนำเงินที่ควรจะถูกจัดสรรไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และเสียโอกาส ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยครับ สิ่งเหล่านี้คือผลกระทบ จากเศรษฐกิจเงาที่ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และประเทศเราต้องแบกรับครับ ท่านประธานครับ เมื่อทางรัฐบาลที่นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้เห็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจเงา เหล่านี้ ก็ได้มีนโยบายที่จะนำทั้งประชาชนและภาคธุรกิจให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทางการ ผ่านโครงการ Digital Wallet ที่ไม่ใช่แค่เป็น One Stop Service หรือช่องทางการติดต่อ บริการของรัฐผ่าน Application ทางรัฐเท่านั้น ยังได้มีการริเริ่มโครงการแรกที่แสดงให้เห็น ถึงความสำคัญของการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ คือการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากฐานรากด้วยนโยบายเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากวิกฤติ เศรษฐกิจ ช่วยกันนำเงินส่วนนี้ไปจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเป็นแรงกระเพื่อม ทางเศรษฐกิจ เพื่อปลุกความครึกครื้นของธุรกิจไทยให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยกำลังของพี่น้อง คนไทยผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่รัฐได้วางไว้ครับ และพร้อมสำหรับการกระโจนจาก เศรษฐกิจหลุมดำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยนำโดย ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร กำลังรับช่วงและสานต่อเจตนารมณ์นี้ครับ

ท่านประธานครับ นโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่นำโดยท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ให้ความสำคัญอย่างมากกับการนำระบบเศรษฐกิจทั้งหลายให้ขึ้นมาอยู่ ในที่ที่รัฐสามารถจัดการได้ และอย่างที่ผมได้พูดไปตอนแรกครับ ระบบเศรษฐกิจเงา อาจแบ่งได้เป็น ๒ ส่วนหลัก ส่วนที่ ๑ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมาย แต่ไม่ถูกบันทึก ในระบบ และ ๒. กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปัจจุบันยังผิดกฎหมายอยู่ ในส่วนแรกไม่ได้เป็นปัญหา เพราะเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ควรจะนำเข้าสู่ระบบอยู่แล้ว เมื่อนำเข้ามาก็จะทำให้ขนาด ของระบบเศรษฐกิจนั้นเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อระบบเศรษฐกิจใหญ่ขึ้น ก็จะทำให้ การจัดเก็บภาษีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามครับ สิ่งที่รัฐบาลต้องการคืองบประมาณของประเทศ ที่ต้องเติบโตไปพร้อมกับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามอีกส่วน ของเศรษฐกิจที่สำคัญก็คือธุรกิจที่กฎหมายปัจจุบันยังห้ามอยู่ ผมอยากขอให้การที่จะนำ ธุรกิจส่วนนี้ขึ้นมาบนดินนั้น รัฐบาลต้องทำอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่มองในมุมมองเศรษฐกิจ อย่างเดียว แต่ต้องมองในมุมมองด้านสังคมด้วยครับ ธุรกิจบางอย่างแม้จะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ มหาศาล เช่น การซื้อขายยาเสพติด เรื่องแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นเงินเท่าไรก็ไม่มีทางเลยที่จะคุ้มค่า กับการที่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงของพี่น้องประชาชนครับ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลจะต้องเลือกธุรกิจที่ปัจจุบันกฎหมายยังห้ามอยู่ขึ้นมาอยู่บนดิน ก็ต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก รัฐบาลต้องดูว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะได้รับต้องมาพร้อม กับความเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้ครับ ท่านประธานครับ Entertainment Complex จึงเป็น หนึ่งในนโยบายสำคัญในการนำของใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดิน ท่านประธานและพี่น้องประชาชน อาจเห็นข่าวการจับกุมบ่อนการพนัน อาจเห็นข่าวอาชญากรรมที่เกิดจากการพนันที่ไร้ การควบคุม ทั้ง ๆ ที่ตำรวจของเราก็เฝ้าระวังและกวดขันการจับกุมตลอดเวลาครับ แต่เพราะว่ามีความต้องการจากนักพนัน การที่มีบ่อนเปิดใหม่ตลอดเวลา และการเกิด อาชญากรรมจากการพนันจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะฉะนั้นการจัดการบ่อนกาสิโน ขึ้นมาบนดินให้ถูกกฎหมาย แต่ต้องได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดโดยภาครัฐ จึงเป็นหนึ่ง ใน Model ทางเศรษฐกิจและสังคมที่หลายประเทศใช้กัน ทั้งนี้ก็เพื่อควบคุมและป้องกัน อาชญากรรมจากการพนัน รวมถึงการนำรายได้จากเศรษฐกิจใต้ดินนำมาบริหารประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับ หลาย ๆ ประเทศในอาเซียนเราก็ล้วนมีการ เปิดบ่อนกาสิโนที่ถูกกฎหมาย แต่ก็มีการควบคุมจากภาครัฐ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม หรือแม้แต่กระทั่งญี่ปุ่นเองก็กำลังจะมีกาสิโนแห่งแรกที่เมืองโอซาก้าครับ ในปี ๒๕๗๒ ซึ่งความจริงแล้วญี่ปุ่นจะมีกาสิโนไวกว่านี้ถ้าหากไม่มีเหตุการณ์โควิดครับ ท่านประธานครับ เมื่อเรามาดูผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของกาสิโนจะพบว่าอย่างประเทศสิงคโปร์ ตัวกาสิโนเอง งมีมูลค่าเฉลี่ยประมาณ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่ว่าหากรวมกับ Spillover Effect ที่รวมผลของการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศแล้วด้วย อาจเพิ่มสัดส่วนผลกระทบ ต่อจีดีพีได้ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน เมื่อเรานำตัวเลขมาคำนวณร่วมกับจีดีพีของไทย ๑๗.๙ ล้านล้านบาท ก็พูดได้ว่าการมี Entertainment Complex สามารถส่งผลให้ประเทศไทย มีจีดีพีเพิ่มขึ้นกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ และผลกระทบของการนำธุรกิจกาสิโนขึ้นบนดิน ก็จะมีส่วนในการลดผลกระทบด้านทุจริตและคอร์รัปชันลงไปได้ อาชญากรรมที่เกิดจาก การพนันที่ขาดการควบคุมก็จะลดลงไปได้ด้วย ท่านประธานครับ อุดมการณ์สร้างประเทศ ในฝันของพรรคเพื่อไทยนั้น เราไม่ได้มองเพียงการพัฒนาเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เรารวมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนด้วย สุดท้ายการที่ภาครัฐได้มีโอกาส เข้าไปดูแลภาคธุรกิจและแรงงานในเศรษฐกิจเงา ข้อมูลและรายได้ที่รับจากการทำนโยบาย เหล่านี้ก็จะส่งผลต่อไปถึงหนึ่งในนโยบายเรือธงของรัฐบาลก็คือการประกันรายได้ครัวเรือน หรือ Negative Income Tax ครับ Negative Income Tax เป็นแนวคิดสวัสดิการ โดยภาครัฐให้แก่ประชาชนถ้วนหน้า ถูกนำเสนอโดย มิลตัน ฟรีดแมน (Milton Friedman) นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล โดยเสนอว่า เมื่อภาครัฐจัดเก็บภาษีขั้นบันไดกับผู้ที่มีรายได้ เกินเกณฑ์ที่กำหนดไปแล้ว ในส่วนกลุ่มประชาชนที่มีรายได้ต่ำ รัฐก็ควรสนับสนุนรายได้ขั้นต่ำ ให้กับประชาชนนั้นด้วยเช่นกัน โดยให้เงินสนับสนุนที่มากพอกับผู้ที่ยากจน สนับสนุนเงิน น้อยลงเป็นขั้นบันไดเช่นกัน เมื่อเขาเหล่านั้นเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้นตามลำดับ แนวคิดนี้ ได้ถูกนำไปทดลองใช้จริงที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงทศวรรษที่ ๖๐ และ ๗๐ ภายใต้รัฐบาล นำโดยประธานาธิบดี จอห์นสัน (Johnson) และนิกสัน (Nixon) ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นขัดแย้ง กับการคาดการณ์ของนักวิจารณ์เป็นอย่างมาก หมายความว่ามีการคาดการณ์ว่า เมื่อมีการประกันรายได้ครัวเรือนจากนโยบาย Negative Income Tax แล้ว แรงงาน อาจลดชั่วโมงการทำงานถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในความเป็นจริงนั้น อัตราชั่วโมงการทำงาน กลับไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในขณะที่ผลลัพธ์ในด้านอื่นกลับพบว่าครัวเรือน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการที่มีรายได้ขั้นต่ำมั่นคง สามารถนำเวลาทำงานบางส่วนไปใช้ ในการพัฒนาตนเองเพื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานด้วยทักษะที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีรายได้มากขึ้น นำไปใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของลูก และดูแลคนในครอบครัว ทำให้ความเป็นอยู่ของครัวเรือน ที่ยากจนนั้นดีขึ้น จากตัวอย่างนโยบายอันนี้ นำมาสู่การนำเสนอนโยบายประกันรายได้ ในครัวเรือนให้เกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย โดยแนวคิดคือการที่ให้ทุกคนสามารถมีชีวิตอยู่ได้ อย่างมีศักดิ์ศรี โดยเงินประกันรายได้ครัวเรือนนี้ จึงเป็นเหมือนหลักประกันในวันที่ครัวเรือน ต้องเผชิญวิกฤติที่จะช่วยไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องตกไปสู่ปัญหาอื่น เช่น การกู้หนี้ยืมสิน จากสินเชื่อนอกระบบครับ

สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมมีความเชื่อมั่นนะครับว่าชุดนโยบายเศรษฐกิจ ของรัฐบาลที่นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร มีการคิดมาอย่างครบถ้วน ทั้งการดึงของที่เรามีอยู่ขึ้นมาใช้ ซึ่งก็คือแรงงานและธุรกิจในระบบเศรษฐกิจเงา ทั้งการสร้าง เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่จากการทำ Entertainment Complex ทั้งจากการนำรายได้เหล่านี้ กลับมาทำสวัสดิการภาครัฐ ผ่านการประกันรายได้ครัวเรือนแบบ Negative Income Tax จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จะทำให้มีทุนในการพัฒนาตนเอง เป็นแรงงานทักษะสูง ท้ายที่สุดก็จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ผ่านการผลักดัน เศรษฐกิจจากการพัฒนาแรงงานจากฐานราก โดยมีตัวกลางการเชื่อมต่อคือนโยบาย Digital Wallet ที่ส่งผ่านจากรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน และกำลังจะสำเร็จในรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ผมจึงมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า อนาคตของ ประเทศไทยภายใต้นโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะนำประเทศไทยไปสู่พรมแดนใหม่ และพัฒนาเศรษฐกิจไทยได้อย่างเต็มศักยภาพ และก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจ ได้อย่างแน่นอน ขอบคุณครับ