รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ฝากท่านประธานที่เคารพ ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกรัฐสภาค่ะ ก่อนอื่นเลยนะคะ ดิฉันต้องขอขอบคุณทุกข้อเสนอแนะ จากสมาชิกรัฐสภาทุก ๆ ท่านนะคะ แล้วก็ขอยืนยันว่าได้รับฟังจากทุก ๆ ท่านอย่างชัดเจน แล้วก็ขอยืนยันว่านโยบายหลาย ๆ นโยบายที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมา บางนโยบายก็ได้ทำ เสร็จสิ้นไปแล้ว บางนโยบายกำลังจัดการอยู่แล้วก็ได้เริ่มไปแล้วนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้ ของเกษตรกร การพักหนี้เกษตรกรได้พักไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ก็จะสามารถ Check ข้อมูล เหล่านี้ได้จาก สส. พื้นที่เมื่อลงพื้นที่พูดคุยกับพี่น้องประชาชนค่ะ แล้วก็เรื่องยาเสพติด สักครู่ที่ผ่านมาก็มีทางท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ แล้วก็ทางท่านรัฐมนตรีทวีได้ชี้แจงไปแล้ว เราจะสานต่อนโยบายเรื่องยาเสพติดต่อจากท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐานะคะ เพราะว่า ตอนสมัยที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีเราได้เริ่มในเรื่องของการป้องกันชายแดนนะคะ ไม่ให้ มีการลักลอบนำยาเข้ามานะคะ แล้วดิฉันเองก็ได้มีการพูดคุยกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไปเรียบร้อยแล้วนะคะ แล้วก็การจับรายใหญ่ที่เป็นเรื่องของยาเสพติด มันก็จะเป็นการจับ ทำให้รายเล็ก ๆ ถูกหายไปโดยปริยายเมื่อจับรายใหญ่ได้สำเร็จนะคะ ซึ่งเราก็จับรายใหญ่ ได้หลายรายแล้วเช่นกันค่ะ การที่ปัญหาของยาเสพติดดิฉันเองก็ได้รับรายงานจากทาง สส. พื้นที่เสมอนะคะว่า พี่น้องประชาชนมีความหนักใจในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ รอไม่ได้ แล้วเราก็พยายามที่จะมุ่งประเด็นเรื่องนี้อย่างเข้มข้นนะคะ แล้วตัวของดิฉันเอง ก็เริ่มวางแผนแล้วว่าจะลงไปในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างไรบ้าง เพราะว่าก็อย่างที่ทราบกัน ตามกฎหมายค่ะ แถลงการณ์เสร็จแล้วก็มีสิทธิที่จะสั่งการราชการได้แล้ว แล้วก็คิดว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญจริง ๆ ลงไปหาชาวบ้านเอง ชาวบ้านถึงกับพูดขึ้นมาว่า Digital Wallet ไม่เอาแล้ว เอาเรื่องยาเสพติดก่อน อันนี้คือจะบอกว่าความรู้สึกของชาวบ้านที่สะท้อนให้ สส. แล้ว สส. ก็มาบอกที่ดิฉันนะคะ แต่ว่าแน่นอนค่ะ เราต้องดูแลในทุก ๆ ส่วนค่ะ

แล้วก็ในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญนะคะ ก็เป็นการที่เราเริ่มทำแล้วเช่นกัน แล้วก็ต้องมีการเร่งรัดดำเนินการผ่านกระบวนการ ที่กระบวนการเหล่านี้ในรัฐสภาที่ทุกท่าน ก็มีส่วนร่วม ก็จะต้องทำไปด้วยพร้อม ๆ กันนะคะ

ในเรื่องของพลังงานเมื่อสักครู่ท่านพิชัยได้พูดแล้วนะคะ เรื่อง Mass Transit Digital Wallet ต่าง ๆ และที่สำคัญค่ะ ในฐานะของนายกรัฐมนตรีเองนะคะ ขอน้อมรับ คำแนะนำให้การเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ บาดแผล ยึดมั่นในหลักนิติธรรม แล้วก็จะพยายาม ทำให้ถึงที่สุดค่ะ หลาย ๆ ครั้งดิฉันเข้าใจดี เข้าใจทางฝ่ายค้านอย่างลึกซึ้งในเรื่องของ การจัดตั้งรัฐบาลนะคะ เพราะว่าเมื่อหลายปีที่แล้วพรรคเพื่อไทยเองก็จัดตั้งรัฐบาล ได้เสียง มาเป็นอันดับหนึ่ง แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จเช่นกัน และพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ก็ได้นั่งมาเป็นฝ่ายค้านด้วยกันถึง ๔ ปี พวกเราก็ยังจำได้ดีนะคะ ก็เข้าใจจุดนี้จริง ๆ แต่ในวันนี้การที่พรรคเพื่อไทยถูกเลือกมา ประชาชนถึง ๑๐.๙ ล้านคนที่เลือกเรามา นั่นก็คือ เสียงของประชาชนเช่นกัน พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ได้เสียงของประชาชนเลือกมาเช่นกัน ทุกเสียงคือเสียงของประชาชนคนไทยทั้งนั้นค่ะ ไม่มีเสียงไหนที่มีศักดิ์ศรีหรือด้อยศักดิ์ศรี ไปกว่ากันและกันเลย ดิฉันอยากจะขอให้พวกเราทุกคนในที่นี้ได้มีการมาร่วมกันสร้างการอภิปรายที่สร้างสรรค์ ไม่สร้างวาทกรรมเกลียดชัง ไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหัวข้อต่าง ๆ เพราะว่าเราเป็น คนรุ่นใหม่แล้ว เราเป็นคนที่อยู่ในสังคมปัจจุบันนี้ที่จะสามารถเป็นตัวอย่างให้กับพี่น้อง ประชาชนได้ ว่าเมื่อเรามารวมตัวกัน เราสามารถมีการเมืองที่สร้างสรรค์ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ วาทกรรมเกลียดชังเพื่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม มันเป็นสิ่งที่ไม่ได้จำเป็นเลย และตอนนี้เอง ก็ไม่ใช่ช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง เราเองไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างสิ่งเหล่านั้น เพื่อให้เกิด ความเข้าใจผิด เราต้องมองเห็นภาพของส่วนรวมประเทศมากกว่าภาพลักษณ์ของเราเอง เพราะว่าอย่างในตอนนี้เองที่ดิฉันได้แถลงนโยบายเสร็จ ก็ได้มีโอกาสคุยกับหน่วยงาน หลายหน่วยงานเลยที่ทำเรื่องอุทกภัยอยู่ตอนนี้ น้ำท่วมที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงราย ท่วมหนักมาก แล้วก็ก่อนที่ดิฉันจะมีอำนาจในการสั่งการ ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม รองนายกรัฐมนตรี ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเอง รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม ทุกกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้สั่งการล่วงหน้าและลงมือ ไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหารมากมายถึงพื้นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ดำเนินงาน ได้เร็วมาก อย่างเช่นเมื่อวานนี้พี่น้องประชาชนสามารถรับอาหารได้แค่มื้อเดียว แต่วันนี้ ครบแล้วทั้ง ๓ มื้อแล้วก็เพียงพอ พี่น้องประชาชนไม่ต้องหิวข้าวแล้วในวันนี้ นี่คือสิ่งที่รัฐบาล ก็รีบลงมืออย่างรวดเร็วเช่นกัน มันเป็นสิ่งที่เราควรจะมาร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อที่จะผ่านวิกฤติต่าง ๆ ของประเทศชาติไปด้วยกัน ที่ไม่ใช่การสร้างความเกลียดชัง ไม่อยากให้ฝ่ายค้านมีเรื่องคับแค้นใจเป็นฝ่ายแค้นแทน เราไม่ต้องแค้นกันค่ะ เราต้องเข้าใจกัน ว่าเราสามารถอยู่ในสภาแห่งนี้ด้วยหลักของความเข้าใจที่ถูกต้องจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ