ศิริกัญญา วิจารณ์นโยบายรัฐบาลคลุมเครือ ชี้ขาดเป้าหมายวัดผลได้

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

ศิริกัญญา ตันสกุล วิพากษ์วิจารณ์คำแถลงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ขาดความชัดเจน ไม่มีกรอบเวลาและตัวชี้วัดที่วัดผลได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความคลุมเครือและความถดถอยของนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ โดยเฉพาะประเด็นการพักหนี้เกษตรกร ค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือนปริญญาตรี และโครงการ Digital Wallet ที่หายไป รวมถึงตั้งคำถามถึงที่มาของนโยบายที่คล้ายถ้อยแถลงของอดีตนายกรัฐมนตรีมากกว่าวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงบทบาทนำอย่างแท้จริงด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงอ่านบทที่ผู้อื่นร่างให้ พร้อมชี้ว่าผลงานที่อ้างว่าเป็นความสำเร็จหลายรายการยังไม่เกิดผลจริงหรือเป็นเพียงการดำเนินงานตามหน้าที่ จึงไม่ควรนำมาอ้างอย่างมีนัยสำคัญ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ สำหรับวันนี้นะคะเป็นการอภิปรายแถลงนโยบาย ของรัฐบาลนางสาวแพทองธารนะคะ ในหัวข้อดิฉันอภิปรายเป็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบาย เศรษฐกิจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะขอ Check ตรวจการเขียนคำแถลงนโยบายในครั้งนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ซึ่งครั้งนี้ จะเป็นครั้งที่ ๓ ที่ดิฉันจะขอเสนอแนวคิดเรื่องของการที่เราจะทำให้คำแถลงนโยบายนี้ เป็นเหมือนจีพีเอสที่จะคอยบอกเราว่ารัฐบาลกำลังจะพารัฐนาวาแห่งนี้แล่นไปทางไหนนะคะ ไปที่เป้าหมาย จุดมุ่งหมายอยู่ที่ใด แล้วก็ด้วยวิธีการไหน เดินทางไปในเส้นทางไหน เหมือนหรือต่างกับที่เคยสัญญากับผู้ร่วมเดินทางหรือว่า Voter ของพวกเขาไว้อย่างไร และจะเดินทางไปถึงเป้าหมายเมื่อไรค่ะท่านประธาน ก็เลยขอเรียกคำแถลงนโยบายรัฐบาลว่า GPS ย่อมาจาก Government Policy Statement ค่ะท่านประธาน และมันจะยิ่งสำคัญ สำหรับรัฐบาลนี้ค่ะท่านประธาน มันมีความยุ่งยากซับซ้อนสำหรับรัฐบาลใหม่ อย่างรัฐบาล แพทองธารนะคะ อันเนื่องมาจากว่ารัฐบาลนี้เกิดขึ้นจากการที่ต้องมีการผิดคำพูด ผิดสัญญา ไปแล้ว ๑ รอบ ต่อมาเมื่อรัฐบาลก่อนหน้านี้โดยแกนนำของพรรคเพื่อไทยเองก็มีโอกาส ที่จะบริหารประเทศมาแล้ว ๑ ปี ดังนั้นมันมีความผิดหวังเสียใจจากการที่ไม่สามารถ ที่จะส่งมอบนโยบายมาได้แล้ว ๑ รอบ ดิฉันจึงเห็นโอกาสนี้ว่านายกรัฐมนตรีควรใช้การแถลง นโยบายนี้เป็นกลไกที่จะช่วยกู้คืนความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนต่อรัฐบาลใหม่นี้ ให้กลับคืนมาค่ะ มันควรจะต้องเป็นสัญญาที่มันหนักแน่นว่า ๓ ปีข้างหน้าท่านจะทำอะไร จะนำพาความก้าวหน้าอะไรมาให้กับประชาชน จะทำอะไร เมื่อไร ด้วยวิธีการอย่างไรค่ะ เพราะคำสัญญาที่เป็นรูปธรรมเท่านั้นถึงจะแสดงถึงความรับผิดรับชอบต่อประชาชน หรือว่า Accountability ค่ะ และประชาชนก็ยังสามารถติดตาม ทวงถาม ตรวจสอบท่านได้ ตลอดเวลาด้วยว่า ตกลงท่านได้ทำตามสัญญาแล้วหรือยัง ๓๐ วันทำอะไรเสร็จบ้าง ๙๐ วัน ทำอะไรเสร็จบ้าง ๑ ปีมีอะไรเสร็จบ้าง ๓ ปีจะมีอะไรสำเร็จบ้าง มันเลยเป็นความสำคัญค่ะ สำหรับดิฉันว่าการแถลงนโยบายนี้มันเป็นเครื่องมือที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตย เพื่อที่จะได้ติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่า เป็นไปตามที่ได้เคยสัญญาประชาคม กับพี่น้องประชาชนหรือไม่ค่ะ อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดิฉันใช้มาตั้งแต่เมื่อตอนปี ๒๕๖๒ ว่ามันเป็นมาตรฐานสากลค่ะ ประเทศอื่น เขาก็ทำกัน ขออภัยที่บารัก ฮูเซน โอบามา (Barack Hussein Obama) ต้องโดนเบลอหน้าไปนะคะ จริง ๆ พูดได้ ไม่ได้มีการทำให้ต้องเสื่อมเสียอะไรนะคะ เพราะว่าท่านมีการแถลงเมื่อตอนที่ทำ First Weekly Address แล้วก็สามารถที่จะแถลงในระยะเวลาสั้น ๆ ที่จะบอกสัญญาว่า ท่านจะทำอะไร ที่มีกรอบเวลาชัดเจน มีเป้าหมายชัดเจน มีตัวเลขชี้วัดชัดเจนด้วย ตอนนั้น ก็เป็นการอภิปรายเพื่อการแถลงนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ขออภัยเช่นกัน ที่ท่านโดนเบลอหน้าค่ะ ต่อมาก็จะขอตรวจคำแถลงนโยบายของรัฐบาลแพทองธารค่ะ เราตรวจแล้วก็พบว่าไม่ค่อยต่างอะไรกับของรัฐบาลเศรษฐาเท่าไรนะคะ ยังคงเป็นจีพีเอส ที่ยังคงพาเราหลงทางอยู่เหมือนเดิม เพราะว่ามันจะใช้คำกว้าง ๆ คำลอย ๆ แบบพูดอีก ก็ถูกอีก ฟังแล้วก็ต้องพยักหน้าหงึก ๆ ว่าโอเคก็ใช่ แต่ว่าทำอย่างไร ไม่บอกนะคะ ชอบจะใช้ คำว่า เร่งรัด แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะเสร็จเมื่อไร มีคำกว้าง ๆ อย่างเช่นคำว่า ส่งเสริม ถึง ๓๗ คำ แต่เราไม่รู้เลยว่าวิธีการทำอย่างไร มีการใช้คำว่า ยกระดับ ๑๗ คำ แต่ยกระดับนี้เราไม่รู้ว่า ยกไปแล้วมันจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไร หรือคำกว้าง ๆ อย่างเช่นคำว่า สนับสนุน ซึ่งเราไม่รู้ว่า จะทำอย่างไร มันขาดความชัดเจนว่าตัวชี้วัดที่มันเป็นตัวเลขที่ประชาชนจะสามารถติดตาม ต่อได้ แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็ให้คะแนนเพิ่มมาจากการอธิบายรายละเอียดนโยบายลงไป ในมาตรการย่อย นโยบายย่อยอะไรต่าง ๆ มีเพิ่มเติมขึ้นมามากกว่าตอนที่มีการแถลง ของคุณเศรษฐาค่ะ

มาตรวจการกำหนดเป้าหมายกันค่ะ การกำหนดเป้าหมายพยายามหาอยู่ เพราะว่าโครงสร้างการเขียนก็ไปอยู่ที่สุดท้าย ก็คือการเพื่อสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม ให้คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพื่อนำพาความภาคภูมิใจกลับมาสู่คนไทยและ ประเทศไทย ที่เหลือขอไม่อ่านนะคะ ได้ยินเสียงลอยมาเวลาที่พูดคำนี้ แล้วก็ต้องบอกว่า เป้าหมายมันไม่ชัดเลยค่ะ ชัดที่สุดก็คือว่าถ้ามันชัดเจนคงไม่ต้องมีผู้อภิปรายมาช่วยขยายความ แล้วก็มาอธิบายความหรอกค่ะว่าตกลงมีกิน มีใช้ มันคืออะไร มีเกียรติมันคืออะไร มีศักดิ์ศรี มันคืออะไร แต่ดิฉันก็ยังชอบมากที่มันมีท่อนของคำว่า เพื่อสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม ก็แสดงว่าถึงแม้ว่าคำแถลงนโยบายฉบับนี้ไม่ค่อยได้บรรจุคำว่า เหลื่อมล้ำสักเท่าไร แต่ดิฉัน ก็เห็นว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีบรรจุคำนี้ว่าต้องการที่จะสร้างโอกาสที่เท่าเทียม แสดงว่า ท่านเองก็คงจะมองเห็นประเด็นของความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสที่มันก็เป็นผลส่งมาจาก ความเหลื่อมล้ำด้านอื่น ๆ ทั้งด้านรายได้ ทรัพย์สิน การสร้างโอกาสที่เท่าเทียมนะคะ ดิฉันหวังว่าท่านน่าจะมองเห็นว่ามันคือการเข้าถึงโอกาสการศึกษาดี ๆ มีงานดี ๆ ทำ ก้าวหน้าในอาชีพ ได้เลื่อนตำแหน่งโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเส้นสาย ไม่ว่าเขาจะเกิดในครอบครัว แบบไหน พ่อแม่เขาเป็นใคร หรือบ้านเขามีฐานะอย่างไร อันนี้ดิฉันชอบค่ะ แต่ที่เหลือนี้ มันยังไม่ได้ช่วยให้ประชาชนได้เห็นเป้าหมายร่วมกันเลยนะคะ แต่ว่าถ้าเทียบกับ นายกรัฐมนตรีในอดีตท่านอื่น ๆ ดิฉันก็ยังมอบมงให้กับคำแถลงของรัฐบาลยิ่งลักษณ์นะคะ ในส่วนของอันที่ ๒ จากทางขวาที่บอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ ๒๑ นี่ต้องตกไปนะคะ เพราะว่านั่นคือเป็นประเทศพัฒนาแล้วในอีก ๘๐ ปี แต่ว่าของคุณเศรษฐา ก็จะกว้างและลอยมากเกินไป ของคุณยิ่งลักษณ์นี้บอกชัดว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร สังคมจะเป็นอย่างไร และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะเป็นอย่างไรในปีไหนค่ะ ซึ่งมันดีมากนะคะ นอกจากเรื่องของเป้าหมายและรายละเอียด ก็อยากจะมอบมงอีกมงหนึ่ง ให้กับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เช่นเดียวกัน ในเรื่องของรายละเอียดที่ชัดเจน อันนี้ก็ฉายหนังซ้ำเล็กน้อยนะคะ แต่ว่าคือมันดีมาก จนดิฉันไม่เข้าใจว่าท่านไล่คนเขียน คำแถลงนโยบายคนนั้นออกไปทำไม มันชัดมากขนาดบอกว่าจะทำอะไร แล้วจะเสร็จภายในกี่ปี แล้วก็ทำอย่างไรด้วยนะคะ มีตัวเลขเป้าหมายชัดเจนมาก พักหนี้เกษตรกรรายย่อยต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท อย่างน้อย ๓ ปี จำนำข้าวที่ราคาเกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ว่าเราจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับโครงการเหล่านี้ อย่างน้อย ๆ เรารู้แล้วว่าเราจะติดตามตรวจสอบ ประชาชนจะทวงถามได้อย่างไร ซึ่งก็อยากจะบอกว่าเขียนให้ชัด มันเขียนได้ แล้วท่านก็เคย เขียนมาแล้ว ทำไมรอบนี้ไม่ยอมเขียน ทีนี้ปัญหามันก็เลยจะมาเกิดค่ะว่า ตอนที่ประชาชน จะกลับมา Check ว่าท่านได้ทำตามสัญญาไว้หรือเปล่า พอเขียนกว้าง เขียนลอย พูดอีก ก็ถูกอีกนะคะ พอประชาชนทวงถามมันเถียงกันได้ไม่จบค่ะว่าตกลงมันทำแล้วหรือมันยังไม่ได้ทำ มันเสร็จแล้วหรือมันยังไม่เสร็จกันแน่นะคะ แต่ว่าก็ยังโชคดีอยู่อย่างหนึ่งที่เราพอจะมี Digital Footprint ของพรรคเพื่อไทยค่ะ ที่ตอนที่หาเสียงนี้ หาเสียงไว้ได้อย่างชัดเจน เดี๋ยวเรา มา Check กันค่ะว่าวิธีการเขียนมันถูกละลายหายให้มันเลือนลางจางไปได้ขนาดนี้ได้อย่างไร

ทบทวนความทรงจำกันหน่อยค่ะ อันนี้เป็นรัฐบาลของคุณเศรษฐา ขออภัย ท่านโดนเบลอหน้าเช่นเดียวกันนะคะ ก็โดนทำให้จางไปมากแล้วนะคะ จากเดิมที่บอกว่า พักหนี้เกษตรกร ๓ ปี รายได้ดี ๓ เท่า เหลือแค่พักหนี้ตามความเหมาะสม รายได้เพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ ค่าแรงขั้นต่ำ ๖๐๐ บาท เหลือเป็นแค่ค่าแรงขั้นต่ำเป็นธรรม เงินเดือน ๒๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน เหลือเพียงแค่เงินเดือนเป็นธรรม ทุกอย่างมันจาง แต่ของรัฐบาล แพทองธารจางกว่านี้อีกค่ะ พักหนี้เกษตรกรไม่มีแล้วค่ะ สัญญาไว้ ๓ ปีนะคะ พักหนี้เกษตรกร ๓ ปี ทำไปได้แล้วเกือบ ๆ ปีหนึ่งแล้วนะคะ กำลังจะต้องต่ออายุ ก็ฝากถามเลยละกันค่ะว่า โครงการยังจะทำต่ออยู่หรือไม่ ค่าแรงขั้นต่ำหายค่ะ หายไปเลยค่ะ ก็ยังไม่รู้ว่า ๖๐๐ บาทนี้ จะได้เมื่อไร ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจอยู่อีกว่ามันจะดีหรือไม่มันถึงจะได้ถึง ๖๐๐ บาท ส่วนเงินเดือนปริญญาตรี ก็จริง ๆ ขึ้นมาแล้วรอบแรก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลือขึ้นรอบ ๒ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะทำต่อให้ถึง ๒๕,๐๐๐ บาทหรือไม่ ขอความชัดเจนด้วยค่ะ มีอันหนึ่งที่ตกใจมาก ก็คือเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจนะคะ โครงการ Digital Wallet ปกติเขียนดี เขียนชัด เขียนครบทุกอย่างทุกประการค่ะ แต่ว่าสำหรับการแถลงนโยบายรอบนี้ คำว่า ๑๐,๐๐๐ บาท หายไป อย่าทำให้ใจเสียค่ะ รีบตอบมานะคะว่าตกลงยังได้ ๑๐,๐๐๐ บาท อยู่หรือเปล่าประชาชนทวงถามมาว่ายัง ๑๐,๐๐๐ บาทอยู่หรือเปล่า มีอะไรที่มันเพิ่มเติมขึ้นมา ก็คือรถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสาย แปลงร่างเป็นค่าโดยสารราคาเดียวตลอดสาย ๒๐ บาท ก็ยังจะไม่ใส่หรือคะ มันก็จางค่ะ มันจาง จางมากจริง ๆ ทำให้นโยบายนี้ก็ไม่ค่อยเหมือนกับ ที่หาเสียงไว้แล้วนะคะ แต่มันกลับไปเหมือนกับอย่างอื่นแทนค่ะ ก็คือกลับไปเหมือนกับ วิสัยทัศน์ของอดีตนายกรัฐมนตรี คุณทักษิณ ชินวัตร ที่ได้พูดไว้เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ที่ผ่านมาค่ะ มาดูกันค่ะว่าตรงแค่ไหน จาก ๑๔ ประเด็นที่ดิฉันจับมาได้นะคะ ตรงกันประมาณ ๑๑ จาก ๑๔ ประเด็นนะคะ เช่น Digital Wallet ท่านก็บอกได้ก่อนเลยว่าเดี๋ยวเริ่มจาก กลุ่มเปราะบางก่อน ปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือนนี่ก็คือชัดมากนะคะ ว่าเหมือนเป๊ะในเรื่อง ของการจะมีการไปซื้อหนี้เพื่อปรับโครงสร้างนะคะ เศรษฐกิจ Entertainment Complex นี่ก็ตรง มานะคะ รถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสายก็มา แต่จะเขียนว่าค่าโดยสารร่วม บริหาร จัดการน้ำยังไม่มานะคะ ก็ถามเลยแล้วกันว่าแล้วจะมาหรือไม่นะคะ ขยายกองทุนวายุภักษ์ ไม่มีในแถลงนโยบายแต่รัฐบาลทำแล้วค่ะ ก็ถือว่าแม่นมากนะคะ พี่คนนี้เขาให้แม่นมากค่ะ จัดระเบียบโครงสร้างภาษี Negative Income Tax ก็มาค่ะ เป๊ะ ๆ เลยนะคะ ศูนย์กลาง การลงทุนโดยใช้พลังงานสะอาดก็ใช่ ก็มี ใช้ Local Content สร้างศูนย์กลางผลิตรถยนต์ ไฟฟ้าก็มา ดัน Soft Power Man-made Attraction ปราบยาเสพติด แก้ปมเขตทับซ้อน ไทย-กัมพูชา มาหมดค่ะ อันสุดท้ายนี้ไม่มาอยู่ในแถลงนโยบาย แต่มาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ก็คือหลายอันมันก็คงจะเป็นการ Recycle Signature ของรัฐบาลเพื่อไทย ไทยรักไทยนะคะ อย่างเช่น พักหนี้ต่าง ๆ แลนด์บริดจ์ก็มาหลายปีแล้วนะคะ ถมทะเลนี่มา ตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสายก็มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ว่ามันก็เหมือนกันมากจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ตรง แต่ว่ามันเหมือนระดับ Mirror AAA+ นะคะ

มาดูกันค่ะ ความท้าทายที่ ๑ มีการระบุตัวเลข ซึ่งระบุน้อยมาก แต่อันนี้ เป็นอันที่ระบุนะคะ มีการใช้คำว่า มีหนี้ครัวเรือนมากกว่าร้อยละ ๙๐ พอไปฟังที่คุณทักษิณพูด ก็พูดเหมือนกันว่ามีหนี้สูงกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ คือหนี้ครัวเรือนมันเขียนได้หลายแบบนะคะ มันก็อาจจะพูดไปเลยว่า ๙๐.๘ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่คุณเลือกคำที่ตรงกันเป๊ะ ซึ่งมันอาจจะบังเอิญก็ได้นะคะ พอมาดูปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ หนี้ทั้งระบบก็มีหลายอัน ใช่ไหมคะ หนี้ครัวเรือนตัวที่มันเป็นปัญหามาก ๆ ถ้าเราพูดกันจริง ๆ ก็คือเป็นหนี้ส่วนบุคคล เป็นหนี้สินเชื่อบ้านก็มีปัญหา สินเชื่อรถก็มีปัญหานะคะ แต่ว่าคิดตรงกันเลยนะคะ พอไปดู ของคุณทักษิณก็พูดเรื่องหนี้บ้าน หนี้รถเช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็พูดเรื่องของการปรับ โครงสร้างหนี้ที่จะมีการซื้อหนี้ ซึ่งก็บังเอิญว่าของนโยบายแรกก็มีการพูดถึงบริษัทบริหาร สินทรัพย์ที่จะต้องไปทำการซื้อหนี้เช่นเดียวกันค่ะ อันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่แค่นโยบายเดียว ขอนโยบายถัดไป อย่างเช่น เศรษฐกิจใต้ดินสูงมากเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเหมือนเป๊ะนะคะ ก็คือในแถลงนโยบายก็มีพูดถึงเรื่องของมูลค่าเศรษฐกิจใต้ดินเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน ซึ่งคืออ่านจากงาน Paper เล่มเดียวกันด้วย แล้วก็มีเรื่องของ Man-made Attraction แต่ในนี้จะพูดว่า Man-made Destination แทนนะคะ แล้วก็ Entertainment Complex ก็มาค่ะ คือเหมือนขนาดนี้ดิฉันคิดว่ามันอาจจะมีปัญหานะคะ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องครอบงำ อันนี้ดิฉันยืนยันว่าไม่ใช่ปัญหา ไม่เกี่ยวแน่นอนนะคะ แต่มันมีปัญหาเรื่องของความรับผิดรับชอบค่ะ เรื่องของ Accountability ค่ะ การที่ไม่รู้ ว่าตกลงใครเขียน ใครเป็นคนคิด ใครเป็นคนที่วางนโยบายนี้ มันทำให้การตรวจสอบนั้น มันทำได้ยากมาก มันไม่รู้ว่าใครคือผู้กำหนดนโยบายตัวจริง ไม่รู้ว่าพอมีปัญหาต้องไปถามใคร หรือว่าเชื่อใครกันแน่ พอทำแล้วก็ไม่รู้ว่าต้องไปตรวจสอบใครที่เป็นต้นทาง ยิ่งไปกว่านั้นค่ะ ถ้าสุดท้ายมันเป็นแบบนี้ต่อไป การประชุม ครม. ก็อาจจะเหลือเป็นเพียงแค่การประชุม แบบแค่พิธีกรรม เพราะเรื่องใหญ่ ๆ สำคัญ ๆ นี้มันอาจจะไม่ได้ถูกตัดสินใจกันบนโต๊ะ ที่ประชุม ครม. แต่ว่าไปถูกตัดสินใจมาแล้วจากที่อื่นนะคะ อย่างเช่น ในห้องอาหาร โรงแรมต่าง ๆ ใน Safe House และเราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าตกลงแล้วใครคือตัวจริงนะคะ

อีกประเด็นหนึ่งค่ะ ที่คิดว่ามีปัญหา เราจะเห็นว่าคำพูดเหมือนกัน ถ้อยคำ ที่เหมือนกัน แต่วันนี้เราฟังแล้วเราก็รู้ว่ามันให้ Effect ที่ไม่เหมือนกันเลยนะคะ เราก็อยาก ที่จะเห็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถที่จะสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ได้ว่าท่านนี่ละที่จะเป็นคนที่จะดำเนินนโยบายที่แถลงได้เองจริง ๆ ซึ่งยังไม่สายนะคะ เพราะว่าตอนอ่านมันก็คงจะต้องอ่านไปตามกฎหมายนะคะ วันนี้ขอให้ท่านได้มาตอบ ด้วยตัวเองในรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดมาตรการ เป้าหมาย กำหนดเวลา ของแต่ละนโยบายเล่าให้เราฟังหน่อยว่าท่านจะทำอย่างไรค่ะ เพราะเราอยากเห็นนายกรัฐมนตรี ที่มีแสงสว่างในตัวเอง เป็นดาวฤกษ์ค่ะ ไม่ใช่ดาวเคราะห์ อย่างเช่น ดวงจันทร์ที่ส่องสว่าง มันใช้แสงมาจากพระอาทิตย์ค่ะ แล้ววันที่พระอาทิตย์มันสว่างจ้าเสียเหลือเกินนี่เราจะไม่เห็น ดวงจันทร์เลยนะคะ

ถัดมาตามธรรมเนียมนะคะ ต้องมีการตรวจการบ้าน ๑ ปี ซึ่งมันเกี่ยวข้องนะคะ ไม่ใช่ไม่เกี่ยวข้องกับการแถลงนโยบายเพื่อที่จะดูว่า พอวางแผนปีต่อไปแล้วนี่ของเก่าทำไปได้ แค่ไหน และของใหม่อะไรกำลังจะมานะคะ ก็ขอขอบพระคุณอินโฟกราฟิกสวย ๆ จากพรรคเพื่อไทยค่ะ แต่ว่าพอมาอ่านนะคะ จริง ๆ ดิฉันก็ทำการบ้านมาก่อนหน้านี้ แต่ว่าพอดูอันนี้แล้วมันสนุกดีค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันว่ามีอะไรบ้างนะคะ ก็จะมีผลงาน ๓ เดือน ๖ เดือน ๑๐ เดือน ๑๒ เดือน อ่านแล้วก็แบบ เอ๊ะ อันนี้เรียกว่าผลงานได้ด้วยหรือ อย่างเช่น Bullet แรกค่ะ เจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นผลงาน ๓ เดือน เจรจาการค้าระหว่าง ประเทศ มันเป็นงานประจำ มันมีกรม ๆ หนึ่งที่ชื่อเจรจาการค้าระหว่างประเทศทำงานนี้ ดังนั้นไม่นับเป็นผลงาน มันเป็นงานประจำนะคะ ประกาศแก้หนี้นอกระบบในระบบครบวงจร แค่ประกาศค่ะ ยังทำไม่เสร็จ จะมาขึ้นว่าเป็นผลงานมันคงไม่ได้นะคะ แล้วถ้าเสร็จมันก็คง ไม่มาอยู่ในการแถลงนโยบายครั้งนี้ค่ะท่านประธาน อันนี้สุดค่ะ เจรจาความร่วมมือกองทัพอากาศ คืนสนามกอล์ฟ ขยาย Runway ค่ะ คือเจรจาอยู่แล้วนับว่าเป็นผลงานนี่เราว่าก็แย่แล้ว แต่กลายเป็นว่าท่านมีอำนาจเต็ม ท่านคุมทั้ง ครม. เป็นทั้งนายกรัฐมนตรี มีทั้งตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มันควรจะสั่งได้ค่ะ ไม่ใช่ต้องควรมาเจรจา และนี่เจรจา มา ๖ เดือนแล้วค่ะ ก็ยังคงไม่ได้สนามกอล์ฟกลับคืนมาขยาย Runway ค่ะ ลงพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนใต้ค่ะ เราก็เพิ่งคิดว่าการลงพื้นที่นี่ก็นับเป็นผลงาน ถึงแม้ว่าท่านอาจจะเป็นคนแรก ๆ ที่ได้ลงไปที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ แต่ว่ามัน Claim ได้จริง ๆ หรือคะ เดินหน้า Cloud First Policy เดินหน้าจริง ๆ ค่ะ ก็เดินมาได้สัก ๒ ดือนแล้ว ยังไม่ได้มีอะไรเป็นรูปธรรมเลย ตั้งแต่ ที่บอร์ด DEs อนุมัติมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ก็คือเพิ่งเริ่มตั้งกรรมการ ตั้งกรรมการ มาได้ ๒ เดือน ยังไม่มีผลงานอะไร งบปี ๒๕๖๘ ก็ยังคงซื้อกันกระจัดกระจาย ไม่ได้ใช้ Public Cloud อย่างที่ท่านรัฐมนตรี DEs ได้กล่าวไว้ เหมือนเดิม ก็ Claim ได้ อันนี้ฮาสุดค่ะ เปิดใช้ ทางรัฐเป็นประตูสู่ e-Government Application ทางรัฐค่ะ ดิฉันเป็นแฟน Application ทางรัฐค่ะ Application ทางรัฐสามารถดาวน์โหลดใช้ได้ตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๖๓ ค่ะ แล้วก็ดิฉันน่าจะดาวน์โหลดมาใช้ได้สัก ๒-๓ ปีแล้วค่ะ มันก็เป็น Application ของรัฐ ที่สะดวกดีค่ะ แต่ว่ามันไม่ได้มาเปิดใช้ในยุคนี้แน่นอนค่ะ แถมยังใส่มาตรการหมดอายุนะคะ อย่างเช่น ลดค่าพลังงาน ตอนนี้มันกลับไปขึ้นหมดแล้วค่ะ ก็คือลดจริง ราคาน้ำมันลดจริง ลดแป๊บเดียว ตอนนี้กลับมาแพงกว่าก่อนที่คุณเศรษฐาจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วนะคะ ราคายางไทยสูงที่สุดในรอบ ๑๐ ปี ตอนนี้ไม่ได้สูงที่สุดในรอบ ๑๐ ปีแล้ว ก็หมดอายุ ไปหมดแล้วนะคะ และยังมีที่ต้องดอกจันตัวโต ๆ อีกนะคะ คือเขียนมาสั้น ๆ แต่ว่าต้องมีดอกจัน แต่ว่าเขาไม่มีดอกจัน ข้างล่างเขียนแค่ว่า หมายเหตุ ผลงานนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะผลงานทั้งหมดนั้นมันมีมากเกินกว่าที่จะใส่ไว้ในหน้าเดียว แต่ที่ว่างเหลือเพียบเลย ข้างล่างข้างบนนี้ มีบอกว่านำที่ดินทหารมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนค่ะ ซึ่งก็คือ เอาที่ ที่ประชาชนเคยอยู่มาก่อนแล้วเป็นข้อพิพาทกันอยู่เอามาให้เช่า แทนที่จะพิสูจน์ข้อพิพาทกัน ปรับปรุงกระบวนการเข้าเมือง ยกเลิกใบ ตม.๖ (แค่ ๑๒ ด่าน และชั่วคราว ถึงตุลาคม ๒๕๖๗) แก้ต้นตอ PM2.5 บอกว่าลดพื้นที่การเผา ก็คือลดที่ภาคเหนือ ไปเพิ่มภาคกลางและภาคอีสาน พื้นที่รวมเผาเพิ่มขึ้น ๓๐ บาทรักษาทุกที่ กรุงเทพมหานครนี่ดอกจันสัก ๓ อันได้เลยค่ะ ก็คือ เฉพาะสถานพยาบาลที่มี Sticker ๓๐ บาทรักษาทุกที่ กรุงเทพมหานครเป็นที่เดียวที่มันไม่ได้ รักษาทุกที่จริงนะคะ เพราะว่ามันซับซ้อนมาก มันมีหลายสังกัดมาก ๆ ประมาณ ๖ สังกัด ที่เป็นโรงพยาบาลนะคะ การลงทุนจากต่างประเทศสูงที่สุดในรอบ ๑๐ ปี (แค่ยอดคำขอ ยังไม่ได้มาลงจริง) เพราะว่าการลงทุนภาคเอกชน -๖.๘ เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส ๒ ของปี ๒๕๖๗ ค่ะ ถ้าท่านดูนะคะ พอเริ่มไป ๑๐ เดือน ๑๒ เดือน มันจะเริ่มจาง มันจะเริ่มบางลงไปเรื่อย ๆ เหมือนไม่มีอะไรจะใส่นะคะ ก็เลยต้องไปหยิบกฎหมายมาใส่ค่ะ ยกเลิกคำสั่ง คสช. กว่า ๒๐ ฉบับ เพิ่งผ่านวาระที่ ๑ ไปค่ะ อย่าเพิ่งรีบ Claim เปิดให้เอกชนซื้อขายไฟฟ้าจาก Direct PPA ได้ แต่ยังไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่ได้ ได้ภายในปี ๒๕๖๗ ค่ะ จริง ๆ ดิฉันแอบคิดว่า คนทำกราฟิกเป็นนาตาชาหรือเปล่า เพราะจริง ๆ แล้วมันมีนโยบายด้านเศรษฐกิจ ที่ออกมาเยอะมากนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไล่ให้ฟังนะคะ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาล ได้ทำมาในตลอด ๑ ปี มีทั้งมาตรการทางภาษี Easy e-Receipt ลดหย่อนภาษี กระตุ้น การท่องเที่ยวในประเทศ ลดภาษี ออกมาตรการประกันสินเชื่อ PGS 11 นะคะ แล้วก็ เป็นการลดค่าธรรมเนียมการโอนตั้งแต่บ้านเล็กไปถึงบ้านหรู ให้สิทธิต่างชาติถือที่ดิน ๙๙ ปี มีนโยบายออกมาเยอะนะคะ ที่ก็เหลือทำไมไม่ใส่เพิ่มคะ แต่ว่าถ้าเราดูก็คือจะมีแต่โครงการ ที่ออกจะโน้มไปทางคนที่มีรายได้ปานกลางจนถึงรายได้สูงนะคะ ๑ ปีมาตรการที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจไปให้ถึงรากหญ้า ที่กำลังซื้อตกแล้วตกอีก มันไม่มีนโยบายอะไรออกมาค่ะ ค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน ค่าไฟ ข้าวของแพงขึ้น แต่ว่าไม่มีมาตรการอะไรออกมาเลยหลังจากที่ได้ทำไป ครบ ๓ เดือนค่ะ งบกลางก็เอาออกมาใช้ก็ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะว่าอย่างที่เราทราบกันว่า ก็ต้องกั๊กเอาไว้นะคะ เพราะว่าต้องเอาไปใช้กับโครงการ Digital Wallet นะคะ