เทวฤทธิ์ ชี้ปัญหาขาดส่วนร่วม หนุนเร่งแก้รัฐธรรมนูญ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

เทวฤทธิ์ มณีฉาย อภิปรายเร่งรัดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาลและกลไกการเมืองที่จำกัดบทบาทของประชาชน พร้อมแสดงความกังวลต่อการยุบพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งสูงสุด เสนอให้พิจารณาข้อเรียกร้องจากภาคประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขทีละมาตราเป็นการชั่วคราวระหว่างรอกระบวนการหลัก โดยใช้สไลด์ประกอบการประชุมเพื่อสนับสนุนข้อมูลที่นำเสนอ

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธาน ผม เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีประเด็นที่จะอภิปรายนะครับ เนื่องด้วย เวลาอันจำกัดนะครับ ผมขออนุญาตพูดประเด็นเดียวนะครับท่านประธาน ประเด็นที่ผม จะอภิปรายอยู่ในนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารพูดไว้เมื่อเช้านี้นะครับ ในเรื่องของ รัฐบาลจะจัดทำโดยเร็ว สิ่งที่ผมจะพูดถึงไม่ใช่นโยบายอะไรนะครับ เป็นนโยบายเรื่องของ การเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นโดยเร็ว โดยเร็ว ในที่นี้นะครับท่านประธาน ไปอยู่นโยบายระดับระยะกลางและระยะยาว ผมต้องเรียน อย่างนี้นะครับว่า นโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายใหม่เลยนะครับ เป็นนโยบายที่เป็นนโยบาย ของรัฐบาลที่เรียกว่าต้องสืบเนื่อง เป็นนโยบายที่สืบเนื่องกัน คือรัฐบาลเศรษฐา ก็แถลงไป เมื่อปีที่แล้วนี้เองนะครับ แต่นโยบายนี้ในรัฐบาลเศรษฐานั้นเป็นนโยบายเร่งด่วน ในขณะที่ นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเศรษฐาจนป่านนี้แล้วผมยังไม่เห็นความคืบหน้าของการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสียเลยก็เลยตั้งคำถามว่า ในเมื่อรัฐบาลแพทองธารระบุไว้ว่ารัฐบาล จะเร่งจัดทำอย่างเร็ว อย่างเร็วในทีนี้จะจัดทำกี่โมง และจะจัดทำแบบใดนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมไม่ได้พูดไปไกลอื่นเลยนะครับ ในการวิเคราะห์ปัญหาของสภาพสังคม ปัญหาของ สภาพเศรษฐกิจในนโยบายของรัฐบาลแพทองธารท่านก็พูดเองนะครับว่า ด้วยภาวะที่เกิดขึ้น เผชิญหน้ากับเสถียรภาพ ปัญหาของเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลเป็นอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ตั้งแต่เป็นผลพวงมาจากการรัฐประหารหรือความขัดแย้งแบ่งขั้ว และที่สำคัญที่สุด รวมถึงการถอดถอนรัฐบาลออกจากอำนาจในแบบที่คาดเดาไม่ได้ แน่นอนนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันนำมาซึ่งการที่เราต้องมานั่งประชุมกันวันนี้ เพราะว่านายกรัฐมนตรีเศรษฐา ต้องถูกถอดถอนในแบบที่คาดเดาไม่ได้ เรียกว่าหักปากกาเซียนกันทุกคน คาดการณ์ไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่สนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองมีจริยธรรมทางการเมือง ผมสนับสนุนเต็มที่ แต่ปัญหาสำคัญเลยครับ ท่านประธาน ใครคือคนที่จะกำหนดจริยธรรมทางการเมืองที่ถูกเอามากำหนด ที่ถูกเอามา วินิจฉัยนายกรัฐมนตรีเศรษฐา คือประมวลจริยธรรมที่ตั้งโดยองค์กรอิสระและตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ แต่คนตั้งเองก็เป็นคนวินิจฉัยเองนะครับ ขนาดวุฒิสภาของเรา รัฐสภาของเราเวลาวินิจฉัย เรายังไม่ได้วินิจฉัยเองครับ เรายังแบ่งแยก อำนาจให้ตุลาการเขาวินิจฉัย แต่อันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือการให้องค์กรตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไรครับท่านประธาน มันสะท้อนกลับมาในห้วงเวลา เกือบ ๑ เดือนที่ผ่านมานะครับ การจัดตั้งรัฐบาลแทนที่จะดูว่านายกรัฐมนตรีคนนั้น ตรงตามความต้องการของประชาชนหรือไม่ นายกรัฐมนตรีคนนั้นนโยบายเหล่านั้น ตรงตามความต้องการของประชาชนที่หาเสียงไว้หรือเปล่า ก็มาดูหน้าว่าจะมีนักร้องมาหรือเปล่า ก็มาดูหน้าว่าจะผ่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ประชาชนหายไปจากสมการในการจัดตั้งรัฐบาลเลยครับ นอกจากนั้นย้อนกลับไปอีก ๑ สัปดาห์นะครับ การยุบพรรคการเมืองที่เป็นพรรคแกนนำของฝ่ายค้าน เป็นพรรค ที่ได้รับเลือกมาเป็นอันดับ ๑

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ผมไม่ได้บอกว่าผมต้องการ จะปกป้องพรรคการเมืองหรือนักการเมืองอะไรนะครับ แต่พรรคการเมืองหรือนักการเมืองหล่านั้น เขามีคนอยู่เบื้องหลังครับท่านประธาน เขามีคนอยู่เบื้องหลัง เขามีคนที่สนับสนุน เขามีสมาชิกพรรค มาตรการในการยุบพรรค นี่คือปัญหาหรือไม่นะครับ แทนที่จะลงโทษ หรือว่าวิธีการจัดการไปในทางอื่น และต้องไม่ลืมครับท่านประธาน การหาเสียง การแก้กฎหมาย ของพรรคการเมืองและอยู่ในกระบวนการหาเสียงนั้น เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในระบอบ ประชาธิปไตยอย่างชัดเจน เหล่านี้ผมถึงได้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนหายไปจากสมการ ประชาชนหายไม่ได้เพิ่งหายไปมากระทั่งตอนนี้หรือเดือนที่ผ่านมา ประชาชนหายไป ปีกว่าแล้วนะครับ ขออนุญาตเมื่อสักครู่เห็นสไลด์แว๊บ ๆ นะครับ เปิดสไลด์ให้ดูหน่อยครับ นี่คือภาพสะท้อนนะครับ ขออนุญาตเอาบัญชีรายชื่อ ถ้าย้อนกลับไปผลการเลือกตั้งวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ผมเห็นสมการ ผมเห็นภาพบัญชีรายชื่อเหล่านี้ ผมเห็นความฝัน ผมเห็นความหวังของประชาชนที่เขาต้องการเปลี่ยนขั้ว ย้ายข้าง หรือต้องการรัฐบาลแบบไหน เพราะว่าบัญชีรายชื่อมันบอกมาซึ่ง Candidate นายกรัฐมนตรี มันบอกมาซึ่งรัฐบาล ผมยังนึกจิตนาการไม่ถูกเลยว่าสถานการณ์แบบนี้ที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วจะมาเกิดขึ้นในตอนนี้ จะเป็นอย่างไรนะครับ ผมคิดว่าในตอนนั้นจินตนาการไม่ถูก นี่คือปัญหา นี่คือปัญหาของ รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วน ผมก็เลยมีคำถามไปยังรัฐบาลว่าจะแก้รัฐธรรมนูญกี่โมง และถ้าหากว่าจะแก้ด้วยวิธีการเดิมโดยการลงประชามติ คำถามประชามตินั้นจะเป็นคำถาม ที่เอาหลายเรื่องหลายประเด็นมายำรวมกัน จะเป็นคำถามเชิงซ้อน จะเป็นคำถามล็อกหรือไม่ ถ้าหากว่าเป็นคำถามเชิงซ้อน เป็นคำถามล็อกนั้นจะแยก เป็นไปได้ไหมที่จะแยก จะมาทบทวนว่าคำถามนั้นจะแยกเป็นคำถามย่อยเพื่อให้ตรงตามความต้องการของประชาชน มากที่สุด และท่านประธานครับ ที่สำคัญที่สุดก็คือจะมีองค์กรที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ด้วยแบบใด อยากได้ Road Map ของรัฐบาลว่ามีแนวทางอย่างไร และข้อเรียกร้องของ ภาคประชาชนที่เรียกร้อง เขาเรียกร้อง เขาล่ารายชื่อมา ๒๐๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อเมื่อปีที่แล้ว เรียกร้องให้มีการจัดทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครับท่านประธาน แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือรัฐบาลก็เพิกเฉย รัฐบาลเศรษฐานะครับ และปัจจุบันนี้เขาก็เพิ่งไปยื่น ข้อเรียกร้องกับรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คำถามก็คือจะพิจารณาข้อเรียกร้องของเขา หรือไม่นะครับ และในระหว่างนั้นครับท่านประธาน ในระหว่างที่เราไม่รู้ว่ากระบวนการ จะจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ หรือจะเกิดขึ้นแบบใด เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะจัดทำแก้โดยสมาชิกรัฐสภานี้ครับ แก้เป็นรายมาตรา แก้เป็นรายประเด็นไปพลางก่อน เป็นแนวทาง เป็นคู่ขนานไปก่อนระหว่างที่รอจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน