ชลัฐ รัชกิจประการ อภิปรายสนับสนุนการกระจายอำนาจทางการคลัง โดยเสนอให้ปรับโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อให้ท้องถิ่นได้รับส่วนแบ่งร้อยละ 3 พร้อมยกตัวอย่างกรณีจังหวัดภูเก็ตที่มีรายได้สูงแต่ขาดแคลนงบพัฒนา จนเกิดปัญหาคุณภาพชีวิตต่างๆ เช่น น้ำไม่พอ น้ำท่วม รถติด จึงเรียกร้องให้จังหวัดมีอำนาจบริหารงบประมาณของตนเองอย่างเต็มที่เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และเสนอแนวคิดนโยบายภาษีบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อผลักดันความสมดุลในการพัฒนาระหว่างภูมิภาคทั่วประเทศ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ชลัฐ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขออภิปรายเรื่องคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ผมได้มาศึกษาตัวคำแถลงนโยบาย หน้าที่ ๑ และหน้าที่ ๑๒ และได้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ กระจายความเจริญ และลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส สร้างความเสมอภาคและสร้างความหวัง หลังจากนี้ครับ ผมได้มาอ่านต่อ ต้องย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ก็คือหน้าที่ ๙ ทางนโยบายได้มีการเสนอการปรับโครงสร้างภาษี แต่เน้นย้ำแค่ในเรื่องของฝ่ายการลงทุนหรือฝ่าย Private Sector แต่ผมอยากเสนอว่า ให้การ Restructure ของภาษีนี้ลงไปสู่ท้องถิ่นด้วย ถ้าย้อนกลับไปที่ปี ๒๕๖๕ ครับ ท่านหัวหน้าผม ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย ได้เสนอนโยบายภาษีบ้านเกิดเมืองนอน แน่นอนครับภาษีมีหลายตัว แล้วก็แต่ละตัว ก็ยากง่ายที่จะแก้ไขไม่เหมือนกัน แต่ผมขอยกตัวอย่างตัวที่ง่ายที่สุด ก็คือแวตเกิดที่ไหน ใช้ที่นั่นแวต ๗ เปอร์เซ็นต์นี้ ผมขอเสนอว่า ๔ เปอร์เซ็นต์เข้าส่วนกลาง แต่ ๓ เปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ท้องถิ่นที่ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นได้ไหม ๓ เปอร์เซ็นต์นี้เพื่อไปแก้ไขระบบสาธารณูปโภค พื้นฐาน ทั้งปัญหาคมนาคม ปัญหาน้ำดี น้ำเสีย หรือน้ำท่วมที่กำลังเกิดอยู่ตอนนี้ รวมไปถึงขยะ ที่ยังไม่มีระบบจัดเก็บที่ดีพอหรือยังไม่ชัดเจน ทั้งหมดทั้งมวลเงินที่จะเก็บได้นี้ จาก ๓ เปอร์เซ็นต์นี้ จะมีคณะกรรมการของจังหวัดพิจารณาว่าควรจะไปจัดสรรที่ไหน แน่นอนครับ นอกจากแวตมันก็จะมีตัวภาษีอื่นอีก ที่เห็นได้ชัดก็คือภาษีรายได้บุคคล ผมถามว่ามันจะเป็นความภูมิใจของประชาชนมากแค่ไหน ถ้าประชาชนได้มีโอกาสเลือก เงินภาษีที่เขาโดนเก็บไปส่วนหนึ่งกลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง กลับไปพัฒนาพื้นที่ ของตัวเอง แรงเหงื่อที่เขาเหนื่อยมาทั้งหมดนี้ ได้กลับไปทำให้บ้านเขานี่พัฒนามากขึ้น จนสุดท้ายเขาอาจจะไม่ต้องย้ายเข้าไปทำงานในเมือง
มา Link ถึงเฟสที่ ๓ ครับ ภาษีนิติบุคคล ภาษีนิติบุคคลตอนนี้อยู่ที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมอยากวาดฝันให้ทุกคนฟังว่า สมมุติถ้าเรามีกลไกภาษี ๓ อย่าง เราอยากพัฒนาเมืองไหนเป็นเมืองลงทุน เราลดภาษีนิติบุคคล เราอยากให้คนไปใช้จ่าย ไปเที่ยวที่ไหน เราลดแวตคราวนี้มันจะมีการกระจายอำนาจหรือกระจายความเจริญ ทุกหัวมุมเมืองของประเทศไทย ผมขอยกตัวอย่างครับ ผมได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่จังหวัด ภูเก็ตประมาณ ๙๐ วัน ได้เห็นว่าปัญหาของภูเก็ตไม่ใช่เรื่องของนักท่องเที่ยวแล้ว หรือไม่ใช่ เรื่องของการท่องเที่ยวแล้ว แต่เป็นปัญหาของคุณภาพชีวิตของคนภูเก็ตที่ต้องสู้กับ นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณทุกปี ๆ ภูเก็ตตอนนี้ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวธรรมดา ไม่ใช่เมืองเล็ก ไม่ใช่เมือง Size กลาง แต่เป็นมหานครแล้วครับ จังหวัด Size มหานคร ก็ต้องมีปัญหาแบบมหานคร ท่านประธานเชื่อไหมครับ จังหวัดภูเก็ตที่เจริญขนาดนี้ ที่มีนักท่องเที่ยวเยอะขนาดนี้ แต่น้ำสะอาดหรือน้ำใช้ น้ำกิน น้ำดื่ม กลับไม่พอ มีปัญหา น้ำเสียที่ลงไปถึงทะเลในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะที่กะตะ ที่ผมได้ไปดูงานมา มีปัญหาน้ำท่วม ที่เกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้ง จนมีการท่วมหนักที่สุดในรอบ ๕๐ ปี และเรื่องของรถติด ท่านสมาชิกทุกคนน่าจะเข้าใจได้นะครับ และเข้าถึง เวลาที่เรามาทำงานตอนเช้าหรือเวลา เราถามประชากรของกรุงเทพฯ ว่ากรุงเทพฯ รถมันติดขนาดไหน มันทรมานขนาดไหน มันทำให้คุณภาพชีวิตเรามันแย่ลงขนาดไหน แต่ตอนนี้ภูเก็ตได้นำกรุงเทพฯ ไปแล้วครับ ภูเก็ตเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยที่มีเรื่องรถติดที่มากที่สุด เพราะเขามีถนนหลัก แค่สายเดียวจากสนามบินลงไปถึงใจกลางเมือง ปัญหาทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไรครับ มันเกิดขึ้นเพราะว่างบประมาณของท้องถิ่นไม่เพียงพอที่จะบริหารและแก้ปัญหา รวมกับ ส่วนรัฐบาลกลางที่แก้ปัญหาไม่ตรงจุด เรามาดูรายได้ของภูเก็ตครับ ปี ๒๕๖๕ ๗ เดือน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์มาจากรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ผมถามว่า คุณเป็นจังหวัดที่รองมาจากกรุงเทพฯ แต่คุณได้งบพัฒนาหรืองบจังหวัดแค่ ๓,๘๔๐ ล้านบาท ตัดงบประจำออกไปอาจจะเหลือแค่ ๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท งบลงทุน งบแก้ปัญหา งบแก้ภัยพิบัติ มันจะพอได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นถ้าจังหวัดอย่างภูเก็ตที่เราสามารถ เอาเป็น Model นำร่องได้นี้ ยังไม่ได้บริหารจัดการตัวเองกับรายได้ที่เขามีเพิ่มขึ้น และจังหวัดอื่น จะทำอย่างไร ถ้าประชาชนหรือคนในจังหวัดไม่มีอำนาจที่จะตัดสินใจ หรือเราไม่ให้เงินทุน เราไม่ให้เงินที่เขาจะไปพัฒนา แก้ปัญหาในจังหวัดตัวเอง จังหวัดจะดีขึ้นได้อย่างไร
สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมเข้าใจว่า ครม. ชุดนี้ก็น่าจะเห็นความสำคัญ ของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมเลยอยากฝากนโยบาย ภาษีบ้านเกิดเมืองนอนที่จะกระจายอำนาจและกระจายความเจริญได้สู่ทุกท้องที่ ทุกมุม ประเทศของประเทศไทยครับ ขอบคุณครับ