ชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย พูดถึงนโยบายรัฐบาลที่มีความเปลี่ยนแปลงต่อโลกดิจิทัล โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ เธอหารือเรื่องการขาดความปลอดภัยของการทำธุรกรรมทางไซเบอร์ และเรียกร้องการจัดงบประมาณเพื่อแก้ปัญหานี้ นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องการรุกรานอธิปไตยของประเทศไทยโดยคนต่างชาติ และเรียกร้องการเข้มงวดกฎหมายและตรวจสอบพันธุกรรมเพื่อปกป้องสิทธิของคนไทย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาด้วยความเคารพ ดิฉัน นางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีถึงความตั้งใจจริง ในการจัดทำ ๑๐ นโยบายเร่งด่วนนี้ ดิฉันได้ไปเปรียบเทียบกับนโยบายก่อนหน้า นับว่านโยบาย ครั้งนี้ตรงประเด็นและพุ่งเป้าค่ะ ดูจากหลาย ๆ นโยบายแล้วท่านได้คำนึงถึงการเปลี่ยนผ่าน จากโลก Analog เป็นโลกดิจิทัลจนดิฉันแอบจะตั้งฉายารัฐบาลชุดนี้ว่ารัฐบาลยุคดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายที่ ๙ ที่ท่านจะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนด้วยการเร่งแก้ปัญหา อาชญากรรมออนไลน์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ดิฉันขอถอดรหัสเป็น ๒ Keyword นะคะ เพื่อจะนำไปสู่การอภิปรายของดิฉัน เรื่องที่ ๑ ก็คืออาชญากรรมทางไซเบอร์ และเรื่องที่ ๒ คืออาชญากรรมจากต่างชาติ
สำหรับเรื่องที่ ๑ อาชญากรรมทางไซเบอร์ พวกเราทุกคนต่างมีความภูมิใจ กับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศเรา เราไม่เป็น ๒ รองใคร คนไทยสามารถ เข้าถึงระบบสาธารณูปโภคทางดิจิทัลสูงมากประเทศหนึ่ง มีมือถือใช้เฉลี่ย ๑.๓ เครื่องต่อคน มากกว่า ๘๘ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยมีอินเทอร์เน็ตใช้ แต่ท่านคะ ความก้าวหน้าเหล่านี้ เปรียบเสมือนปุ๋ยที่เร่งให้อาชญากรรมทางไซเบอร์ เจริญเติบโต มี Scam ทุกรูปแบบ เติบโต แบบเร่งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ มีการหลอกลวงที่ล้ำหน้ามาตรการของภาครัฐ ท่านประธานคะ ทุกวันนี้ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้ากันอย่างถ้วนหน้า แม้กระทั่งดิฉันเองยังเป็นหนึ่ง ที่เป็นเหยื่อถูกปลอมบัญชีเลยค่ะ ผู้สูงวัยมากมายต้องเสียทรัพย์สินเงินทองที่ออมมาทั้งชีวิต ที่ตั้งใจจะเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ คนไทยต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง ขาดความไว้วางใจ ต่อการทำธุรกรรมทางไซเบอร์ แม้กระทั่งพวกเราเองในห้องนี้ยังไม่กล้ารับสายโทรศัพท์มือถือ เบอร์ที่ไม่คุ้น เราไม่กล้ากดคลิกดูข้อความ เราไม่กล้าดาวน์โหลด Application สถาบัน ทางการเงินต้องใช้ทรัพยากรมากมายในการตามแก้ปัญหาอย่างไม่หยุดหย่อน จากสถิติของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคดีแจ้งความออนไลน์ช่วงปีที่ผ่านมามากกว่า ๔๖๐,๐๐๐ เรื่อง คิดเป็นมูลค่าแล้วเกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ยง่าย ๆ ก็คือวันหนึ่งแค่ประมาณ ๑๗๐ ล้านบาทเท่านั้น ท่านคะ ดิฉันไม่แน่ใจว่าเราจะรอจนถึงวันหนึ่ง แล้วก็มาปลอบใจตัวเอง ถือว่าเป็นการฟาดเคราะห์ แต่ดิฉันก็มั่นใจว่ารัฐบาลได้ตระหนักอย่างดีถึงปัญหาเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นไม่ออกนโยบายนี้แน่นอน แต่ท่านคะ ดิฉันไม่แน่ใจว่าการจัดงบประมาณปี ๒๕๖๘ ที่เพิ่งพิจารณาในวุฒิสภาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่านได้จัดสรร เพื่อแก้ปัญหาตามนโยบายที่ ๙ นี้ หรือเปล่า ที่แน่ ๆ ปัญหานี้เราไม่สามารถแก้ประเภทที่ว่าเอารถอีแต๊กไปวิ่งแข่งกับรถ Ferrari ของเหล่าอาชญากรไซเบอร์ได้ เราต้องใช้งบประมาณพอสมควรค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันก็มั่นใจว่าเมื่อเทียบกับการเสียหายด้านความมั่นคง ความปลอดภัยของคนไทย รวมไปถึง ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ปีหนึ่งเกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ย่อมคุ้มค่าแน่นอน ดิฉันจึงอยากขอให้ทางคณะรัฐบาลแก้ปัญหานี้เป็นวาระเร่งด่วนอย่างที่สุด ให้เห็นผล เป็นรูปธรรมใน ๑๐๐ วันแรกของรัฐบาลแพทองธารนะคะ
สำหรับมิติที่ ๒ อาชญากรรมจากต่างชาติ ขณะนี้ที่พวกเรานั่งอยู่ในห้องนี้ ทราบไหมคะ เรากำลังจะสูญเสียแผ่นดินของบรรพบุรุษให้แก่คนต่างด้าว โดยฝีมือคนไทย ที่ขาดจิตสำนึกด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา เช่น ยอมเป็น Nominee ครอบครองที่ดิน แทนต่างชาติ โดยเฉพาะคนต่างชาติที่เข้ามาทำการเกษตรปลูกพืชเศรษฐกิจและส่งออก ไปขายต่างประเทศ เขาไม่ใช่แค่ล้งอีกต่อไปแล้วนะคะ หรือแม้กระทั่งการใช้ประโยชน์ จากพระราชบัญญัติสัญชาติ ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗ ที่ว่าด้วยเรื่องของการได้มาซึ่งสัญชาติ โดยหลักสายโลหิต เดี๋ยวนี้มีการพัฒนาการไปมากกว่าเดิมแล้วนะคะ คือมีการจ้างชายไทย ไปจดทะเบียนสมรสกับหญิงต่างด้าวที่ตั้งครรภ์ วิธีการนี้เมื่อลูกที่ออกมาแล้วก็จะได้ สัญชาติไทย และมีสิทธิในการครอบครองทรัพย์สินที่ดิน เขาไม่ต้องรอกฎหมายสัญญาเช่า ๙๙ ปีอีกต่อไปแล้วนะคะ ท่านประธานคะ การปกป้องการรุกรานอธิปไตยของเรา ดิฉันอยากขอให้รัฐบาลเข้มงวดต่อการใช้กฎหมายอย่างที่สุด ทบทวนบทลงโทษโดยเฉพาะ กับคนที่ร่วมกระทำผิด พร้อมกับตรวจสอบพันธุกรรมประกอบการยื่นสัญชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้มีการตรวจ DNA ย้อนหลังกับบุตรต่างด้าวที่เกิดภายในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมาทุกราย ท่านประธานคะ ดิฉันรักและเป็นมิตรกับคนต่างด้าวที่เป็นสีขาวค่ะ แต่จะไม่ยอมออมชอม ให้ต่างด้าวที่เป็นสีเทาหรือสีดำโดยเด็ดขาด
สุดท้ายนี้ ดิฉันก็อยากจะขอเป็นกำลังใจให้กับคณะรัฐมนตรีให้สามารถ ขับเคลื่อนนโยบายตามที่ได้แถลงเอาไว้ให้ประสบความสำเร็จ เพราะนั่นหมายถึงประโยชน์ จะตกต่อประเทศไทย และประชาชนคนไทยก็จะมีความผาสุกโดยถ้วนหน้า ขอบพระคุณค่ะ