ทวี ชี้ปัญหาใต้เกิดจากการปกครอง หนุนปฏิรูป 4 ด้านเพื่อสันติภาพ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

ทวี สอดส่อง หารือประเด็นปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยชี้ว่ารากของปัญหาอยู่ที่การบริหารและการปกครอง จึงเสนอแนวทางแก้ไขผ่านการปฏิรูปในสี่ด้าน ได้แก่ การจัดทำรัฐธรรมนูญแบบประชาธิปไตย การยึดมั่นนิติธรรมและความโปร่งใส การปฏิรูประบบราชการ และการคืนอำนาจให้ท้องถิ่น พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างสันติภาพและสันติสุขอย่างยั่งยืนโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน ความยุติธรรม การเยียวยา และการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีของผู้คนในพื้นที่

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านรอมฎอน ปันจอร์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ที่ได้นำปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาอภิปราย ก่อนอื่นอยากจะเรียน เพื่อนสมาชิกรัฐสภาทั้งหลายว่า แนวคิดของรัฐบาลเราได้นำปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาไว้ในกลุ่มเสถียรภาพทางการเมืองและความขัดแย้ง เพราะเรามองว่าปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้เราแก้เรื่องความยากจน ปัญหาก็ยังเกิดขึ้น เราแก้เรื่องยาเสพติด ก็ยังมีปัญหาเกิดขึ้น เราแก้สวัสดิการอะไร ๆ ก็ยังมีปัญหาเกิดขึ้น ปัญหาจริง ๆ คือปัญหา เรื่องการบริหารและการปกครอง ดังนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้นำเรื่องปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปอยู่ในหมวดของเรื่องการเมือง ซึ่งอยากให้พิจารณาร่วมกัน ใน ๔ หัวข้อ

หัวข้อที่ ๑ ก็คือเรื่องรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งเดี๋ยวอาจจะมีท่านรัฐมนตรีชูศักดิ์ได้ชี้แจง

เรื่องที่ ๒ ก็เรื่องรัฐบาลต้องยึดหลักนิติธรรม และความโปร่งใส หลักนิติธรรม เป็นหลักที่กฎหมายต้องเป็นธรรม แล้วกฎหมายจะต้องเหนือบุคคล หรือเหนือคำพูด ของผู้ทรงอิทธิพลต่าง ๆ

อีกอันหนึ่งคือการปฏิรูประบบราชการ ในนี้เขียนไว้แล้วว่า ที่ผ่านมาระบบ ราชการเราขยายอำนาจไปสู่การบริหารส่วนภูมิภาค แต่จริง ๆ เป็นการขยายไปยึดอำนาจ ท้องถิ่นก็จะต้องมีการปฏิรูป

และสุดท้ายก็คือทำอย่างไรให้ภาครัฐตอบสนองความต้องการประชาชน ยิ่งขึ้น ในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้เราจะอยู่ในกลุ่มเร่งรัดเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะเราไปเขียนไว้ คำพูดแม้จะสั้นแต่ถ้าผมไม่ขยายสักเล็กน้อย เพราะว่าเนื่องจากผม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สังกัดพรรคประชาชาติ พรรคประชาชาติเป็นพรรคการเมือง ที่ได้ สส. เขตใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มี ๑๓ เขต เราได้ ๗ เขต ถือว่าเป็นส่วนใหญ่ ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งท่านสมาชิกบอกว่าในสมัยที่แล้วไม่มีสักคำหนึ่ง ครั้งนี้ เราจึงเอามาบรรจุไว้ว่า รวมถึงการสร้างสันติภาพและสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ คำว่า สันติภาพ และคำว่า สันติสุข ในอดีตในปี ๒๕๕๖ ผมเป็นหนึ่งในคณะที่พูดคุยกับผู้เห็นต่าง ผมใช้คำว่า สันติภาพ แล้วหลังจากมีการยึดอำนาจ ปี ๒๕๕๗ ได้เปลี่ยนเป็นคำว่า สันติสุข ทั้ง ๒ คำถ้าเราไปเปิดพจนานุกรมจะคล้ายกัน แต่มันเป็นสงครามความรู้สึก ซึ่งคำว่า สันติภาพนั้น รัฐอาจจะมองว่าประเทศไทยเราไม่มี ความขัดแย้งทางการเมือง ไม่มีความขัดแย้งทางอุดมการณ์ จึงไม่ควรจะใช้คำว่า สันติภาพ เพราะความขัดแย้งนั้นนำไปสู่การประหัตประหาร หรือการมาต่อสู้ รัฐบาลเห็นว่าในขณะนั้น เป็นเรื่องของปัญหาภายใน ปัญหาความไม่เป็นธรรม หรือปัญหาทั่วไป จึงยกใช้คำว่า สันติสุข แต่ในรัฐบาลนี้เราจึงใช้คำว่า สันติภาพและสันติสุข ท่านสมาชิกครับ คำว่า รวมถึงการสร้างสันติภาพสันติสุขในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ มันเป็นคำที่ใหญ่มากนะครับ เบื้องหลังของสันติสุข ๑. ประชาชนต้องดี ประชาชนต้องได้รับการศึกษาดี ประชาชนจะต้องได้รับสวัสดิการ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักดิ์ศรี มีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพ อันที่ ๒ ที่คนห่วงเรื่องกฎหมายฉุกเฉิน จะต้องมี กฎหมายที่ดี กฎหมายที่ดีก็คือกฎหมายที่สนองเจตนารมณ์ของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงกฎหมายนั้นจะต้องสามารถส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจสังคม การสงเคราะห์ รวมถึง การเจริญทั้งด้านจิตใจและวัตถุ

อีกประการหนึ่ง คือเราจะต้องกำหนดว่าเราต้องมีผู้บริหารหรือผู้นำในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่ดี ผู้นำที่ดีก็ต้องมีความยุติธรรม มีความรับผิดชอบ ดังนั้นเราจึงใช้ คำว่า สันติภาพและสันติสุข เพื่อนสมาชิกอยากจะให้หาคำยาวกว่านี้ ภาคใต้เราจะมีคำถาม มากกว่าคำตอบ ดังนั้นผมจึงอยากจะเรียนว่า สิ่งที่สำคัญที่รัฐบาลชุดนี้แถลงนโยบาย แล้วเอาไปผูกมัดกับเรื่องการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ก็คือที่ประชาชนมีส่วนร่วม วันนี้ เราจะเปลี่ยนมิติใหม่จากความมั่นคงของรัฐอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงความมั่นคงของคนภาคใต้ หรือไม่คำนึงถึงความมั่นคงของมนุษย์ การที่ประชาชนมีส่วนร่วม ความมั่นคงของรัฐ กับความมั่นคงของประชาชนต้องเป็นเรื่องเดียวกัน นี่คือความท้าทาย แล้วเรายังขยายไปสู่ ความยั่งยืน อันนี้ก็อยากจะเรียนสมาชิก ซึ่งใน ๒ คำพูดนี้ไม่มีอะไรใหญ่กว่าประชาชน มีส่วนร่วม ประชาชนมีส่วนร่วมก็คือความเป็นประชาธิปไตย ความที่ประชาชนสามารถ ใช้สติปัญญา ใช้ความคิด เมื่อมารวมกันเป็นเสียงส่วนมากก็เป็นประชาธิปไตย ก็อยาก จะเรียนให้ทราบ เพื่อนสมาชิกได้นำอดีต ผมพูดแล้วว่าอดีตเป็นบทเรียน แล้วถ้าเราจะพูด เรื่องภาคใต้มันก็อาจจะมีเหตุการณ์และมีหยุดไปบ้าง ถ้าจะย้อนไปก็เป็นร้อยปี แต่เมื่อมาหยิบเอาปี ๒๕๔๗ ผมเองได้ไปอยู่ในช่วงปี ๒๕๕๔ เป็นช่วงเหตุการณ์ที่ผมคิดว่า ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕ รุนแรงที่สุด ตื่นเช้ามารถทหารคว่ำ มีเหตุการณ์ ไม่รู้จะไปงานศพไหน สิ่งเปลี่ยนผ่านจากความขัดแย้ง การเปลี่ยนผ่านจากความรุนแรง เดินทางไปสู่สันติภาพ และไปสู่สันติสุข การเปลี่ยนผ่านได้ก็ต้องเอาความยุติธรรมเข้าไป บนความยุติธรรมก็ต้องมี การฟื้นฟูและเยียวยา ผมเห็นใจที่ไปขณะนั้น เนื่องจากเหตุการณ์ตากใบก็ดี เหตุการณ์ กรือเซะก็ดี หรือเหตุการณ์ไอร์ปาแย ซึ่งเป็นอีกรัฐบาลชุดหนึ่ง รวมทั้งเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ดี ในทุกยุคทุกสมัยมันก็มีหมด สิ่งที่สูญเสียถ้าในกระบวนการยุติธรรมประชาชนยังเห็นว่า บางเรื่องเรื่องกรือเซะก็บอกอากาศมืด เสร็จแล้วก็ไปไต่สวนก็จบที่ศาล เหตุการณ์ตากใบ ก็ไปจบที่ศาล นี่คือกระบวนการยุติธรรม สิ่งที่ทำได้ในขณะนั้นรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลในขณะนั้น เราเห็นความสำคัญเรื่องความยุติธรรมหรือการเปลี่ยนผ่าน จึงได้มีการจัดการเยียวยา กรณีของตากใบเราใช้เงินไปถึง ๖๔๑ ล้านบาท กับคน ๙๘๗ คน สำหรับผู้เสียชีวิตเราก็ให้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ก็อยากจะเรียนให้ทราบ นี่ก็คือเหตุการณ์ แต่ว่าในเรื่อง ความยุติธรรมในการดูแลเยียวยาขณะนั้นยังไม่พอ แต่พอมาถึงวันนี้ในเรื่องกระบวนการ ยุติธรรมก็เป็นสิ่งที่เรียกร้อง ก็เห็นใจกับครอบครัวผู้สูญเสียก็ใช้กระบวนการทางศาลไปฟ้อง ต่อศาล และทราบว่าก็มีการดำเนินคดีอยู่ที่ท่านอัยการสูงสุด อันนี้ก็อยากจะเรียนให้ทราบว่า วันนี้รัฐบาลมีความมุ่งมั่นว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาใหญ่ที่เราจะต้องแก้ไข ขอบพระคุณมากครับ