รอมฎอน เสนอเร่งขับเคลื่อนสันติภาพชายแดนใต้ แทนเน้นความมั่นคง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

รอมฎอน ปันจอร์ หารือถึงบทเรียนจากการดำเนินงานในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่เรียนรู้และเดินหน้าด้วยเป้าหมายชัดเจน ทั้งยังเน้นย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงเจตจำนงชัดเจน ใช้กลไกภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ทบทวนกฎหมายความมั่นคง และผลักดันกระบวนการสันติภาพแทนการเน้นความมั่นคงเพียงด้านเดียว เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสันติภาพตามยุทธศาสตร์ชาติในปี 2570

นายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณเพื่อนสมาชิกครับ ต่อเลยนะครับ ที่จำเป็นต้องพูดเพราะว่า นี่คือบทเรียนครับท่านประธาน และโอกาสของรัฐบาลแพทองธาร คือการเรียนรู้จากบทเรียน ที่เราเดินทางมาด้วยกัน ๒ ทศวรรษ และโดยเฉพาะ ๑ ปีที่ผ่านมา ขอสไลด์เลยครับ เดินหน้าต่อครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โดยสรุปผมว่าเรื่องหนึ่ง ที่นายกรัฐมนตรีแพทองธารต้องเรียนรู้เลยนะครับ ถ้านายกรัฐมนตรีไม่แสดงเจตจำนง ที่ชัดเจนและแน่วแน่มั่นคงในการแก้ไขปัญหา และสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สัญญาณมาแล้วครับ แนวโน้มความรุนแรงกำลังหวนกลับคืนมา ถ้าทุกท่านติดตามสถานการณ์ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างใกล้ชิด ตอนนี้มีสัญญาณแบบนี้เกิดขึ้น ถี่ขึ้น ถี่ขึ้น ถ้าเราไม่มุ่งมั่นจริง ๆ ที่จะแก้ปัญหา และนำในทางการเมืองจริง ๆ โดยรัฐบาล ผมนึกถึงภาพ ที่เราเคยเห็นเมื่อ ๒๐ ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงต้องขีดเส้นใต้ครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีต้องให้ความใส่ใจให้ความสำคัญครับท่านประธานครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ ๒๕๗๐ คือตัวเลขที่เป็นการขีดเส้นที่สำคัญ ๒ เป้าหมายครับ เป็นเป้าหมายของ ท่านนายกรัฐมนตรีด้วย เป็นทั้งเป้าหมายของพรรคการเมืองอย่างพวกผมด้วย แน่นอนครับ ถ้าโชคดีท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดนี้ จะมีการทำงานไปจนถึงปี ๒๕๗๐ ครบเทอมนะครับ แต่ผมก็ขออนุญาตใส่ Question Mark เอาไว้ก่อนนะครับ แต่ ๒๕๗๐ ยังมีอีกความหมายหนึ่งครับท่านประธาน คือค่าเป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ ถูกกำหนดเอาไว้ก่อนหน้านี้ ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะมาดำรงตำแหน่ง แม้กระทั่ง ก่อนที่ผมจะมาเป็น สส. ด้วย ในยุทธศาสตร์ชาติระบุว่า ๒๕๗๐ นี้ความรุนแรงในจังหวัด ชายแดนภาคใต้จะเป็นศูนย์ แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมพยายามสอบถามหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในกรรมาธิการต่าง ๆ ไม่มีหน่วยงานไหนให้หลักประกันได้เลยว่าเราจะบรรลุ เป้าหมายนี้ อันนี้คือโจทย์ใหญ่ของท่านนายกรัฐมนตรี ขอสไลด์ถัดไปครับ แต่โอกาส ของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารมีครับ ท่านทราบหรือเปล่าว่าท่านต้องดำรงตำแหน่ง เป็นหัวให้กับกลไกที่จะใช้อำนาจตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นหัวให้กับ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สภา มช. เป็นหัวเบอร์ ๑ ของ กอ.รมน. เป็นประธานบอร์ด กอ.รมน. และเป็นประธาน กพต. หรือว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓-๔ กลไกนี้ท่านต้องนั่งหัวโต๊ะ และท่านต้องใส่ใจกับการทำหน้าที่นี้ เพราะว่าอะไรครับ นี่คือกลไกของอำนาจรัฐที่จะกำหนดทิศทางชี้ชะตาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า จะไปในทิศทางไหน ที่ผ่านมาในรัฐบาลของคุณอาของท่านสมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ พยายามจะบูรณาการงานของ ๓-๔ อย่างนี้ ด้วยคณะกรรมการระดับชาติ กพต. ในสมัยรัฐบาลประยุทธ์ก็พยายามแก้ปัญหาการแยกส่วนการทำงานโดยการตั้ง คปต. คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดภาคใต้ ท่านต้องเรียนรู้นะครับ นี่คือเวที นี่คือกลไกที่ท่านจะใช้งาน ขอสไลด์ถัดไปครับ ท่านต้องรู้ด้วยนะครับว่า งบประมาณ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้มา ๒ ทศวรรษนี่ ๕.๖ แสนล้านแล้ว แต่ท่านอย่าโดนหลอกนะครับ เพราะว่าหน่วยงานราชการจะระบุแค่สีส้ม ในปีหลัง ๆ มานี้มีแผนบูรณาการ เขาระบุ แค่ประมาณไม่กี่พันล้าน แต่จริง ๆ งบประมาณที่ใช้ในจังหวัดภาคใต้มีประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้าน ท่านต้องใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็น ท่านทราบหรือเปล่าว่า ผมก็ชักไม่ค่อยแน่ใจนะครับว่างบประมาณที่ใช้กันมาอีลุ่ยฉุยแฉกก่อนหน้านี้อ้าง เพื่อการแก้ปัญหา เผลอ ๆ อาจจะมีบางส่วนไปสนับสนุนการก่อการรัฐประหาร ใน ๒ ครั้งที่ผ่านมาด้วยนะครับ ที่สำคัญที่สุดท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารครับ ต้องแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่าจะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เสียที ผ่านมาแล้ว ๒๐ ปีจะต้องพลิกแกนการแก้ปัญหาให้กระบวนการสันติภาพเป็นแนวทางการเมืองหลักครับ ถ้าปล่อยปละละเลยเอาไว้แนวทางและมุมมองแบบความมั่นคงก็ยังเป็นการครอบงำ หน่วยงานราชการ การแก้ไขปัญหาของภาครัฐต่อซึ่งไม่น่าจะเป็นประโยชน์ และเราก็ทำให้ ปัญหามันค้างเติ่งมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ขอสไลด์ถัดไปครับ โจทย์ใหญ่รอท่านอยู่ หลังจากวันนี้ พรุ่งนี้ท่านคงมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการ เรื่องที่ท่านต้องตัดสินใจ คือ ๑๙ ตุลาคมนี้นะครับ เป็นวันสุดท้ายของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง หรือว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นครั้งที่ ๗๗ ครั้งที่ ๗๗ นี้นับต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลของคุณพ่อ ของท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ตั้งแต่กลางปี ๒๕๔๘ นับต่อเนื่องฉุกเฉินต่อเนื่อง ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง มาจนกระทั่งถึงปัจจุบันเป็นครั้งที่ ๗๗ ท่านต้องตัดสินใจว่าครั้งต่อไปครั้งที่ ๗๘ มติ ครม. ของ ครม. ของท่านจะเอาอย่างไร และที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือท่านอาจจะต้องทบทวน กฎหมายด้านความมั่นคงอื่น ๆ ทั้งกฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ใช้อยู่ และ พ.ร.บ. ความมั่นคงภายใน ซึ่งต่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ปัดตกไปแล้ว พวกผมก็เตรียม ที่จะเสนอเข้าต่อ และตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านต้องตัดสินใจครับว่าท่านจะอนุญาต ให้พวกเราได้มาถกเถียงกันถึงอนาคตของ กอ.รมน. กลไกแบบนี้หรือไม่ ท่านจะยังยืน อยู่ที่จุดยืนเดิมหรือท่านจะเปลี่ยนไป ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เพราะว่านโยบาย ที่ท่านเขียนเอาไว้เป็นส่งสัญญาณเชิงบวกในความเห็นของผม ขอสไลด์ถัดไปครับ และแน่นอนครับ วันนี้วันที่ ๑๒ กันยายน ที่ศาลนราธิวาสมีการพิจารณานัดสอบคำ ให้การของคดีที่สำคัญคือคดีตากใบ ซึ่งวันที่ ๒๕ ตุลาคมนี้ เหลืออีก ๔๓ วันนี้นะครับ จะครบรอบ ๒๐ ปีครับ