รอมฎอน ชี้แนวทางใหม่แก้ปัญหาใต้ วิจารณ์รัฐบาลไร้ทิศทางสันติภาพ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

รอมฎอน ปันจอร์ หารือโอกาสสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ พร้อมเรียกร้องทบทวนนโยบายเดิมและเปลี่ยนแนวทางการมองปัญหาจากด้านความมั่นคงมาเป็นเรื่องการเมืองเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันวิพากษ์รัฐบาลเศรษฐาที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ว่าบริหารจัดการพื้นที่อย่างไร้ทิศทาง ขาดความคืบหน้าทั้งด้านสันตipy, ความมั่นคง และการปฏิรูป กอ.รมน. รวมถึงการต่ออายุสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไม่มีการผลักดันเชิงนโยบายที่ชัดเจน

นายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อยในการที่ร่วมอภิปรายนโยบาย ของรัฐบาล คุณแพทองธาร ชินวัตร ผมต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่าผมจะพยายามมองโลก ในแง่ดี แล้วก็พยายามจะเสนอความเห็น และตั้งคำถามที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล ขอสไลด์เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรื่องแรก ผมตั้งเรื่อง อย่างนี้นะครับ โอกาสของลูกสาว อากาศของประชาชน จังหวัดชายแดนภาคใต้ในมือรัฐบาล แพทองธาร ในอีก ๒๐ ปีต่อมาครับท่านประธาน ขอสไลด์ถัดไปครับ ความขัดแย้งในจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นเป็นปัญหาระดับชาติครับท่านประธาน ถือว่าเป็นมรดกที่ตกทอดมาสู่ รุ่นของเรา มาสู่ยุคสมัยของเราครับ เราผ่านมาแล้ว ๑๐ รัฐบาล ๘ นายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๑๐ ในรอบ ๒๐ ปีนี้ ในรอบ ๒ ทศวรรษนี้ครับ ที่จะต้องรับมือ รับภาระในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในการสร้างสันติภาพของที่นี่ครับ ท่านประธานครับ ผมต้องขอย้อนกลับไปการทบทวนถึงนโยบายและการทำงานตลอดเกือบ ๒๐ ปีมาอย่างเร็ว ๆ ผ่านหลายวิธี เดี๋ยวผมจะลองดูว่ามันมีวิธีไหนบ้างนะครับ

ขอสไลด์ถัดไปครับ ท่านประธานครับ วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ นี่สำคัญมาก วันนี้คือวันที่ ๑๒ กันยายน เป็นวันแถลงนโยบายของรัฐบาล แพทองธาร วันที่ ๑๒ กันยายน เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วโดยบังเอิญนะครับ เป็นการแถลงนโยบายของรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังการรัฐประหารล้มรัฐบาลพลเรือน ที่ตอนนั้นคุณอาของท่านนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี คือท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอสไลด์ถัดไป นโยบาย เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วก็เขียนมา ๑ Paragraph เต็ม ๆ เลยครับ ก็ถือว่าให้ความสำคัญมากเกี่ยวกับ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผม Highlight คำว่า เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ สำคัญ ขอสไลด์ถัดไป ที่มาของคำ ๓ คำนี้ ย้อนกลับไปในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ในตอนนั้นคุณพ่อของท่านนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีครับ เป็นคำแนะนำของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ระหว่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณในเวลานั้น เดินทางไปเข้าเฝ้าที่พระราชวังไกลกังวล หลังจากที่สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ดำเนินมาประมาณเกือบ ๒ เดือน และคำแนะนำของในหลวงรัชกาลที่ ๙ คือ Concept นี้เลยครับ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งปัจจุบันนี้ถูกใช้แพร่กระจายอยู่ หลายหน่วยงาน โดยเฉพาะ กอ.รมน. แล้วก็หลาย ๆ หน่วยงานตามมา ขอสไลด์ถัดไปครับ ผมทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ๑ ปีที่แล้ว ก็มีการแถลงเหมือนกัน แต่เป็นของรัฐบาลผสมพันธุ์ ข้ามขั้ว นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ขอสไลด์ถัดไป ตอนนั้นผมโกรธมากครับ ท่านประธาน ผมยอมรับเลยว่าวันที่ ๑๑ กันยายนปีที่แล้วผมวิพากษ์วิจารณ์ อย่างรุนแรง อย่างหนักหน่วง เพราะว่าไม่มีการระบุถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ตรง ๆ ในนโยบาย เมื่อ ๑ ปีที่แล้วของรัฐบาลที่ผ่านมา ตอนนั้นผมก็ประเมินว่าดูเหมือนรัฐบาลเศรษฐา จะไม่แยแสแล้วกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือไม่ก็ไม่กล้าแตะประเด็นปัญหา ที่ฝ่ายความมั่นคงที่กองทัพกำลังครองอยู่ในมือ คือปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนั้น กองทัพถือว่ามีบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ ในรัฐบาลของลูกสาว รัฐบาลของ คุณแพทองธาร ชินวัตร เขียนเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้อย่างไร นี่ครับผม Highlight สีเหลืองมาเลยท่านประธานครับ บางคนบอกว่ามันเป็นแค่ประโยคเดียวดูเหมือน จะไม่ให้ความสำคัญ แต่สำหรับผม ผมก็จะพยายามมองโลกในแง่ดีครับท่านประธาน ประโยคเดียวนี้มีความหมายอย่างยิ่งเพราะอะไรครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ ประโยคเดียวนี้ มันวางอยู่ในส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตย น่าสนใจมาก สำหรับผม มันวางอยู่ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย มันวางอยู่ใกล้ ๆ กับการฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง และวางอยู่เคียง ๆ กับปฏิรูประบบ ราชการและกองทัพ แม้ว่าไม่มี ๑ Paragraph เหมือนสมัยรัฐบาลประยุทธ์ แต่การวางไว้ อย่างนี้หมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่าเรากำลังมองปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะที่เป็นปัญหาทางการเมือง เป็นปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน ที่จำเป็นต้องออกแบบในเชิงสถาบันว่าจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร มันพูดถึงเรื่องเดียวกันกับ การฟื้นฟูหลักนิติธรรม สร้างนิติรัฐที่เข้มแข็ง และแน่นอนปฏิรูประบบราชการ ซึ่งรวมถึง การปฏิรูปกองทัพ รวมถึงการกระจายอำนาจด้วย น่าสนใจมากสำหรับผม สไลด์ถัดไปครับ ผมว่านี่คือการตั้งต้นที่ตั้งหลักนี้สำคัญมากนะครับ นี่คือจุดที่แตกต่างจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ ๗ ๘ ๙ ชุด ก่อนหน้านี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกมองด้วยสายตาที่สับสนมากว่า เป็นเรื่องอาชญากรรม ว่าเป็นเรื่องความรุนแรง เป็นเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นเรื่องโน่น เรื่องนี้ เป็นเรื่องระหว่างประเทศไปเลย แต่การตั้งหลักว่าคือปัญหาการเมืองถูกต้องแล้วครับ อันนี้ผมเห็นด้วย และผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกของพรรคก้าวไกลเดิมและพรรคประชาชน ในปัจจุบัน เราก็มองเหมือนกันครับว่าปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาการเมือง และต้องการทางออกทางการเมืองครับท่านประธาน

ขอสไลด์ถัดไปครับ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องมาวิพากษ์วิจารณ์ครับว่า ๑ ปี ที่ผ่านมาที่สูญเปล่าไปกับการบริหารของรัฐบาลเศรษฐา ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ในการจัดตั้งรัฐบาล ข้ามขั้วกันมา มีหลายเรื่องที่ต้องทบทวน ท่านบอกว่าลงพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ไปแล้วก็ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่ง ก็โอเค พบปะกับนายกรัฐมนตรี มาเลเซียหลายครั้ง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีสาระสำคัญอะไรมาก ที่สำคัญท่านหลีกเลี่ยงที่จะพูด เรื่องสำคัญ ๆ เรื่องสันติภาพ เรื่องความมั่นคง ท่านเน้นย้ำเรื่องโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ กระบวนการสันติภาพภายใต้การบริหารของท่าน การพูดคุยเจรจาระหว่างรัฐบาลไทย ตัวแทนรัฐบาลไทยกับ BRN ก็เดินหน้าอย่างเชื่องช้า ไร้แรงผลักดันจากฝ่ายการเมือง จากทำเนียบรัฐบาล ขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไป ๕ ครั้ง เป็นครั้งที่ ๗๗ ในปัจจุบันแล้ว และที่สำคัญท่านไม่ได้รับรองร่างกฎหมาย กอ.รมน. ให้กลับมาให้ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ท่านไม่ได้ปรับอัตรากำลังตามที่ได้แถลงเอาไว้วันที่ ๑๑ กันยายนในปีที่แล้ว งานชายแดนใต้ก็ยังถูกครอบงำโดยหน่วยงานของราชการและกองทัพ ไม่มีแรงผลักดันใด ๆ จากฝ่ายการเมืองจากรัฐบาลอย่างที่ควรจะเป็น ที่สำคัญที่สุด ท่านไม่แตะกฎอัยการศึกเลย