สมศักดิ์ แจงนโยบายยึดทรัพย์ผู้ค้ายา หนุนบำบัด-สุขภาพจิต

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

สมศักดิ์ เทพสุทิน ชี้แจงนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยเน้นการยึดทรัพย์ผู้ค้ารายใหญ่ ส่งเสริมการแจ้งเบาะแสผ่านกองทุน อสม. และติดตามเส้นทางการค้ายาจากผู้เสพเพื่อตัดตอนแหล่งจำหน่ายอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งระบุถึงสถานการณ์จำนวนเตียงในสถานพยาบาลจิตเวชและปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ย้ำความเพียงพอของทรัพยากรและแผนพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์จิตเวช พร้อมเสนอให้ใช้ทรัพย์สินที่ยึดได้จากคดียาเสพติดมาสนับสนุนงานสุขภาพจิตและบำบัดผู้ติดยา ผ่านร่างกฎหมายที่กำลังจะเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตได้ชี้แจงตอบคำถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเล็กน้อยครับ ในประเด็นเรื่องของ ยาเสพติดเป็นงานที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวงนะครับ กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่บูรณาการ ฟื้นฟู แล้วก็ช่วยในงานของกระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม ที่เราดำเนินการร่วมกันอย่างเต็มที่ ในประเด็นสำคัญที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านวิโรจน์ ได้กรุณาอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของประเด็นการยึดทรัพย์ ซึ่งเรื่องนี้ต้องกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านแพทองธาร ชินวัตร ได้กำชับในนโยบายของรัฐบาลว่า การแก้ไข ปัญหายาเสพติดจะต้องมีเรื่องของการยึดทรัพย์เป็นประเด็นสำคัญ เพราะท่านได้บอกว่า ถ้าหากว่าเราไม่จัดการตั้งแต่ต้นเหตุตั้งแต่แรก แล้วปลายเหตุเป็นยาเสพติดมาขาย ให้ลูกหลานไทยเสพกันไปทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วเตียงที่ไหนจะมาพอหรือมาดูแลพี่น้อง ประชาชนได้อย่างดี เพราะฉะนั้นในแนวทางที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายในเรื่อง ประเด็นของการยึดทรัพย์ เน้นหนักตรงนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องและเป็นแนวทางที่ท่าน นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังนะครับ แนวทางของการยึดทรัพย์ ผมอยากจะทบทวนเล็กน้อยในอดีตที่เราดำเนินการ เพราะเรารู้ว่ายาเสพติดนี่มีต้นทุนถูกมาก ประมาณเม็ดละ ๕๐ สตางค์ แต่ว่าเวลาขายนะครับ ผมจำได้ว่าในอดีตที่ผ่านมาเม็ดละ ๒๐๐-๓๐๐ บาท จนถึง ๒๐ บาท ในขณะนี้ เมื่อการดำเนินการตรงนี้ แล้วพ่อค้ารายใหญ่ ในส่วนหนึ่งผมมองดูแล้วว่าในอดีตเราเข้ามาดำเนินการแล้วเรายึดทรัพย์ได้มาก ปี ๒๕๖๔-๒๕๖๖ ถึง ๓๙,๙๕๙ ล้านบาทนั้นก็เป็นความสามารถของกระทรวงยุติธรรมที่ท่านดำเนินการทำ ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานทั้งหลาย แต่วันนี้ที่ท่านบอกว่ามันลดน้อยถอยลงไป เราต้องพูด ว่าการดำเนินการในเรื่องของกระบวนการยึดทรัพย์ ผู้ร้ายหรือว่าคนที่ค้าเขามีความรู้ทันกับ รัฐบาล แล้วมีนวัตกรรมที่ตามขึ้นมา เราก็ต้องหนีในการดำเนินการไปอีก เป็นช่วงระยะเวลา ที่มีการปรับตัวนะครับ ผมก็เรียนว่ารัฐบาลตั้งแนวทางเอาไว้ว่า เรื่องของการยึดทรัพย์ พี่น้องประชาชนที่แจ้งเบาะแสนี่ยึดทรัพย์ได้ ๑๐๐ บาท ประชาชนก็จะได้ ๕ บาท หรือในส่วนของราชการ เจ้าหน้าที่ก็จะได้ ๒๕ บาท ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนนี้กระผมดูในส่วนของการบูรณาการช่วยยุติธรรม ได้ดำเนินการในเรื่องของการ ร่างกฎหมายของ อสม. ในกฎหมายของ อสม. นั้นเราจะทำให้มีกองทุน มีกองทุนอะไรครับ กองทุนในกรณีที่ อสม. ทำงานเพื่อประโยชน์ เช่น ในกรณีการแจ้งเบาะแส การแจ้งเบาะแส ผู้ค้ายาเสพติด ถ้าหากว่าไม่กล้าแจ้งในนามของตัวเอง เพราะกลัวคนร้ายจะรู้ แล้วก็จะเป็น อันตรายต่อชีวิต เขาก็สามารถแจ้งในนามของคนเป็นกลุ่ม หรือเป็นกองทุนของ อสม. เงินส่วนนี้เราเข้าใจว่ามันจะสะท้อนกลับมาสู่กองทุนได้อีกส่วนหนึ่ง เป็นการดำเนินการ ที่ทำให้งานของ อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุข ซึ่งจริง ๆ แล้วอาสาสมัครสาธารณสุขนี้ จะไม่ได้ทำแค่ในส่วนตรงนี้ แต่ผมได้หยิบยกขึ้นมา เพราะว่าเรามีบุคลากรอาสาสมัครสาธารณสุข ถึง ๑,๐๘๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ แล้วถ้าหากว่ากระบวนการการยึดทรัพย์ ถ้าเรายึดรายใหญ่ไม่ได้ เรายึดรายเล็กนะครับ ยาเสพติดที่เราเปลี่ยนแนวทางจาก ๕ เม็ด เป็น ๑ เม็ด ๑ เม็ดยังให้ ถือว่าเป็นผู้เสพ แต่มติคณะรัฐมนตรีของท่านเศรษฐา ทวีสิน ก็ได้ดำเนินการว่า ไม่ใช่ให้เอาไป บำบัดอย่างเดียว ต้องสืบค้นเค้นให้ได้ว่า ๑ เม็ดนั้นเขาได้มาจากไหน เขาเสพเขาได้มาจากไหน คนขายเป็นใคร แล้วถ้าเอาคนขายเข้าไปดำเนินคดีด้วยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะจบลง เพราะว่า เราไม่ได้ต้นน้ำเราก็เอาปลายน้ำ เพราะว่าต้นน้ำพ่อค้าชักเริ่มรู้ตัวแล้ว แต่ว่าปลายน้ำถ้าหากว่า ยังมีคนเสพก็แสดงว่ามีคนขาย ยาเสพติดยังมาได้นะครับ นี่คือแนวทางของรัฐบาล ของท่าน นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร จะดำเนินการในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้

ผมเรียนมาถึงผู้ป่วยว่า จำนวนเตียงที่ท่านได้กล่าวว่าเตียงไม่เพียงพอ ขาดแคลน ในกรุงเทพมหานครมีอยู่แค่ ๑๐๐ กว่าเตียง ความจริงแล้วมีของสำนักงานปลัด ยุติธรรมอีกนะครับ กรุงเทพมหานครมีทั้งหมด ๗๔๙ เตียง รวมทั่วประเทศในขณะนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๓,๖๒๒ เตียง กรมการแพทย์ ๑,๘๔๐ เตียง กรมสุขภาพจิต ๑,๐๙๔ เตียง รวมแล้วโรงพยาบาลจิตเวชยาเสพติดอีก ๔,๔๖๙ รวม ๙,๙๓๑ เตียง ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ในการดำเนินการสิ่งต่าง ๆ ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพรัก ทั้งหลายครับ กรมสุขภาพจิตเราได้มีแนวทางในการปรับแก้การทำงานเป็นกรมสุขภาพจิต และยาเสพติด กำลังดำเนินการในการเสนอกฎหมาย เพราะทราบว่ากระบวนการยึดทรัพย์ ที่มีอยู่นั้นสามารถที่จะมีทรัพย์สินได้จากพ่อค้ายาเสพติด แล้วเอาทรัพย์สินเหล่านั้น มาสู่กระบวนการของกรมสุขภาพจิตและยาเสพติด อันนี้เรากำลังดำเนินการเสนอร่าง เตรียมเข้ามาสู่คณะรัฐมนตรีนะครับ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการปรับปรุงบุคลากร โดยแผนงานตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านเศรษฐา ทวีสิน อนุมัติแผนบุคลากรสาธารณสุข ๑๐ ปี ผลิตแพทย์และแพทย์ทางจิตเวช รวมทั้งหมด ทั้งแพทย์ทั่วไปอีก ๑๐ ปีนี้ ๓๐,๐๐๐ กว่าราย ใน ๑๐ ปี ก็ขอกราบเรียนว่า ในการดำเนินการเรามีการพัฒนาป้องกันระบบให้คำปรึกษา สุขภาพจิตและบำบัดยาเสพติด มีสายด่วน ๑๓๒๓ ให้คำปรึกษาและแนะนำในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้นก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้เน้นในเรื่องของการยึดทรัพย์ ขอขอบคุณครับ