รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ หารือเรื่องนโยบายรัฐบาล โดยชื่นชมความสามารถและความรู้ของนายกรัฐมนตรี และแนะนำให้เปลี่ยนกลยุทธ์การจัดการกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้การแข่งขันในตลาดออนไลน์เป็นธรรม และยกระดับสินค้า OTOP ให้ขายได้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการป้องกันการกระทำที่บ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์และความสามัคคีของคนในชาติ

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธาน และสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ กระผม พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ก่อนอื่นผมขอ ส่งกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชนจังหวัดเชียงรายให้ผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมอย่างเร็วพลัน แล้วก็เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีลุกออกไปแล้วนะครับ ผมอาจจะรบกวนท่านประธานขอฝากว่า กระผมชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุด และเป็นผู้นำรัฐบาลที่มากด้วยความรู้ความสามารถ ซึ่งสามารถสรุปประเด็นวิสัยทัศน์ ทั้ง ๑๔ ข้อ เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ที่ผ่านมาเหลือเพียง ๑๐ ข้อ เป็นนโยบายเร่งด่วนทั้ง ๑๐ ข้อ ผมขอตั้งชื่อนโยบายของท่านว่านโยบายคุณพ่อคิดคุณลูกทำ ซึ่งนโยบายทั้ง ๑๐ ข้อนี้ ผมขอชื่นชมว่าเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างดี ผมจะอภิปรายต่อจาก สว. ท่านแรกคุณวิธาวีร์นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ในประเด็นที่ ๒ ประเด็น นโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลจะดูแลและส่งเสริมพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs จากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของคู่แข่งทางการค้าต่างชาติ โดยเฉพาะ แพลตฟอร์ม ออนไลน์ เป็นสิ่งที่ผมเห็นว่ารัฐบาลควรที่จะเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการ SMEs และโรงงานในไทยปิดตัวไปแล้วเป็นจำนวนมาก แล้วขณะนี้เรากำลังทำสงครามเศรษฐกิจ และกำลังสูญเสียเอกราชทางเศรษฐกิจให้แก่ ประเทศมหาอำนาจ แต่อย่างไรก็ดีเราก็ต้องตระหนักนะครับว่า แพลตฟอร์ม ออนไลน์ ต่างชาตินี้เขามีทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย แล้วก็มีโลจิสติกส์หรือขนส่งที่ใหญ่และรวดเร็ว และประหยัดต้นทุนมากกว่าเรา ผมจึงอยากจะแนะนำ ขอเสนอแนะแล้วกันนะครับ อยากให้ เปลี่ยนกลยุทธ์จากการกีดกันเป็นการกลยุทธ์พลิกแพลง คำว่า พลิกแพลง ในที่นี้คืออะไร เปลี่ยนจากคำว่า คู่แข่ง ขอเป็นคำว่า คู่ค้า แทนนะครับ แล้วต้องทำอย่างไรนะครับ ผมอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม เรียนเชิญแพลตฟอร์ม ออนไลน์ต่าง ๆ ต่างชาติเข้ามาทำความร่วมมือกับรัฐบาล ของเราน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าการที่จะตั้งท่ากีดกัน ซึ่งผมก็แยกออกมาเป็น ๒ ประการ

ประการแรก ก็คือเราอาจจะต้องมีการกำหนดให้แพลตฟอร์มต่างชาติที่มาทำ ธุรกิจค้าขายให้กับคนไทยต้องจดทะเบียนบริษัทให้ถูกต้อง เพื่อรัฐจะได้จัดเก็บภาษี และที่สำคัญที่สุดก็คือควบคุมคุณภาพสินค้าให้แก่ประชาชน

ประการต่อมา ก็คือบริษัทแพลตฟอร์มเหล่านี้อย่าลืมว่าช่องว่างของกฎหมาย ของประเทศที่มันไม่ทันสมัย แล้วก็ไม่สอดคล้องกับรูปแบบการให้บริการของธุรกิจดิจิทัล แพลตฟอร์มในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้การแข่งขันที่มันไม่เป็นธรรมกับ e-Commerce แพลตฟอร์มของไทยที่ต้องเสียภาษีอย่างถูกต้อง ผมจึงขอเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงกฎหมาย ให้ทันสมัยและรวดเร็วฉับไว

ประการต่อมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ผมกล่าวไปแล้ว กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องเจรจาขอความร่วมมือแพลตฟอร์มต่างชาติ ให้นำสินค้าไทยที่มีคุณภาพ แล้วก็มีสินค้า OTOP ของไทยไปขายผ่านช่องทางเขาบ้าง อันนี้ ก็เพื่ออะไรครับ เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล ก็คือนโยบายขับเคลื่อน Soft Power ด้วยสินค้า OTOP เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ e-Commerce ตั้งเป้าพัฒนา ธุรกิจ SMEs และยกระดับสินค้า OTOP ให้ค้าขายได้บนแพลตฟอร์ม ออนไลน์ต่างชาติ

ผมขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่เห็นความสำคัญไม่แพ้ไปกว่านโยบาย เร่งด่วน ๑๐ ข้อ ประเด็นนี้เกี่ยวข้องสำคัญก็คือเรื่องความมั่นคงของชาติ ผมขอกล่าวที่ท่าน นายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของ สถาบันพระมหากษัตริย์ และดำเนินงานตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ผมเห็นว่าสิ่งที่ รัฐบาลจะต้องทำให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว และควรทำควบคู่ไปกับนโยบายเร่งด่วน เพื่อเป็น การป้องกันผู้ใดกระทำการเซาะกร่อน บ่อนทำลายสถาบัน เป็นเหตุให้ชำรุดทรุดโทรม เสื่อมทรามเข้าลักษณะล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยเอาไว้ และย่อมเป็นการทำร้ายจิตใจของ ปวงชนชาวไทยที่มีความรักสถาบันพระมหากษัตริย์ และทรงเป็นประมุข และศูนย์รวม ความเป็นชาติที่รัฐต้องคุ้มครองและรัฐต้องเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา และประการสำคัญ เพื่อป้องกันการแตกแยกความสามัคคีของคนในชาติ ผมมองว่ารัฐบาลจะยึดมั่นคำแถลง นโยบายด้านพระมหากษัตริย์อย่างเข้มงวดและเคร่งครัด ไม่คิดจะแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผมในฐานะพสกนิกรคงไม่ยินยอมอย่างแน่นอน กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกรัฐสภา แต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ