รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๗

ชลิต แก้วจินดา หารือเรื่องข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ศรีลังกา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาข้อตกลงนี้ในการกระตุ้นการลงทุนจากประเทศที่สามเข้ามาในศรีลังกา และการเข้าถึงตลาดที่ขยายตัวและสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ดีขึ้น และขอให้ไทยดำเนินการเพื่อประโยชน์ในอนาคต

นายชลิต แก้วจินดา สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายชลิต แก้วจินดา สมาชิก วุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ต้องขอขอบคุณทางคณะรัฐบาลแล้วก็ทุกภาคส่วนที่ได้ พิจารณาเรื่องของ FTA ไทย-ศรีลังกา อย่างรอบคอบและนำเสนอในสิ่งที่เป็นประโยชน์มาก ผมก็มีข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับข้อตกลงนี้ ประมาณ ๑๐ ประเด็นนะครับ

ประเด็นแรก ก็คือว่าการที่ไทย-ศรีลังกากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ด้วยการลงนามความตกลงการค้าเสรี FTA ความเคลื่อนไหวร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ สำหรับทั้ง ๒ ประเทศ ประเด็นที่ ๑ อยากจะรู้ว่าประเทศศรีลังกาจะได้ประโยชน์อะไรจาก ข้อตกลงนี้ ก็จะมีคำตอบอยู่บางประเด็นที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ ก็คือโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝ่ายของประเทศศรีลังกาเองนั้น เนื่องจากประเทศศรีลังกาเองน่าจะมีเป้าหมายที่ใช้ FTA ฉบับนี้เพื่อนำทางฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ทางการเงินที่รุนแรง ประเทศศรีลังกาจึงใช้ข้อตกลง การค้านี้เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและบรรเทาความท้าทายที่เกิดจากเศรษฐกิจ ที่หดตัว โดยมีสาเหตุหลักมาจากวิกฤติอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่รุนแรง ซึ่งทำ ให้สถานการณ์ทางการเงินที่ซับซ้อนอยู่แล้วแย่ลงไปอีก การลงนามข้อตกลงการค้าเสรีกับ ประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกของประเทศศรีลังกาในการรักษาโอกาสทาง เศรษฐกิจผ่านทางความร่วมมือทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะมีบทบาท สำคัญในการฟื้นฟู กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสทางการค้า และการมีส่วนช่วยให้ เศรษฐกิจประเทศศรีลังกาฟื้นตัว

ประเด็นที่ ๒ ที่เป็นคำถามก็คือว่าเป็นโอกาสไหมในทางการปรับโครงสร้าง ทางเศรษฐกิจของศรีลังกา-ไทย อย่างไรก็ตามความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการลดภาษี กีดกันทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนที่มีความสำคัญ ซึ่งโครงสร้างในระบบ เศรษฐกิจของศรีลังกาและไทย มีความแตกต่างเชิงมูลค่าและปริมาณ จึงย่อมนำมาสู่ ทั้งโอกาสและความท้าทายในบริบทของข้อตกลงการค้าทวิภาคี ซึ่งเราอาจจะใช้ประโยชน์ ในข้อนี้ หรือประเทศศรีลังกาก็อาจจะใช้ประโยชน์ในข้อนี้เช่นเดียวกัน

ประเด็นที่ ๓ ที่เป็นคำถามก็คือว่าการสงวนประโยชน์ของทั้ง ๒ ประเทศ ศรีลังกา-ไทย นั้นควรจะมีด้วยกันทั้ง ๒ ประเทศ ถึงจะเกิดความยุติธรรมทางการค้า ผลจาก การเจรจาข้อตกลงนี้ก็ยังพบว่าทั้ง ๒ ประเทศ ยังคงสงวนผลประโยชน์ของตนด้วยโครงการ เก็บภาษีศุลกากรค่อนข้างสูงในรายการสินค้าที่ตนเองมีข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ ซึ่งเป็น เรื่องปกติของการเจรจา FTA อยู่แล้ว โดยในฝ่ายประเทศศรีลังกายังคงอัตราภาษีที่สูง สำหรับผลิตภัณฑ์ จำนวน ๑๕๔ รายการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคการผลิต เช่น เครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์ชา ผลิตภัณฑ์ยาง พลาสติก ชิ้นส่วนรถยนต์ ยานพาหนะ รวมไปถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า แสดงให้เห็นถึงลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของประเทศศรีลังกาต่อสินค้าเหล่านี้ ซึ่งเป็น สินค้าที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูงอยู่ด้วย

ประเด็นที่ ๔ มีคำถามว่าสาระสำคัญของ FTA นี้มีอะไรเป็นที่น่าสนใจบ้าง เราก็จะมาดูในเรื่องของเนื้อหา FTA ที่ได้ตกลงกันว่าประเทศศรีลังกาจะลดหรือยกเลิกภาษี สำหรับ ๖๗.๖ เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์ผ่านทางภายใต้ข้อตกลงนี้ โดยประเทศศรีลังกา จะลด หรือยกเลิกภาษีทันทีสำหรับ ๓๓.๔ เปอร์เซ็นต์ นับเป็นผลิตภัณฑ์ จำนวน ๒,๗๒๒ รายการ และอีกผลิตภัณฑ์ จำนวน ๒,๗๙๖ รายการ ภายใน ๑๕ ปี โดยจะขอรักษาผลิตภัณฑ์ จำนวน ๑,๒๒๔ รายการ ไว้ในรายการที่ไม่มีข้อผูกมัด ซึ่งนับเป็นปริมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ โดยสรุปแล้วจะมีสินค้าราว ๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่ยังคงมีการเก็บภาษี

ประเด็นที่ ๕ มีคำถามว่า FTA ไทย-ศรีลังกา ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้หรือไม่ ก็มีข้อสังเกตว่าการดำเนินการตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีศรีลังกา-ไทย ซึ่งเปิดตลาด ขนาดใหญ่สำหรับทั้ง ๒ ชาติ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนจากประเทศที่สามเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อศรีลังกา ในการเข้าถึงตลาดที่ขยายตัวและสภาพแวดล้อมทางการค้า ที่ดีขึ้น มีแนวโน้มที่จะสร้างโอกาสมากขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ในการมีส่วนร่วม ในเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตของประเทศศรีลังกาเข้าร่วมห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก และกฎพิเศษ ที่ใช้บังคับกับการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่สาม

ประเด็นที่ ๖ คำถาม FTA ไทย-ศรีลังกา ช่วยขยายระบบตลาดอย่างยั่งยืน ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ โดยประเทศศรีลังกาและประเทศไทยจะสามารถเข้าถึงตลาดใน ตลาดของกันและกันได้ตามเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกันเกี่ยวกับกฎแห่งการกำเนิดสินค้า ซึ่งได้รับ การเจรจา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียและปัจจัยอื่น ๆ มาตรการนี้คาดว่า จะช่วยสนับสนุนห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก ในขณะเดียวกันก็จะจัดการกับการไหลเข้า ของสินค้าเข้าสู่ศรีลังกาจากประเทศที่สาม ที่มีการแปรรูปไม่เพียงพอ เช่นนี้เป็นการสร้าง การค้าที่นำไปสู่ความยั่งยืน

ประเด็นที่ ๗ ก็คือว่า ประเทศศรีลังกามีความมุ่งหวังกับ FTA นี้อย่างไร ก็จะเห็นได้ว่า ก็จะเห็นได้ว่ามันเป็นข้อสอดคล้องตามที่รัฐบาลประเทศศรีลังกาได้ประกาศ ออกทางสื่อมวลชนของตนเองและการแถลงข่าวถึง FTA นี้ว่า มีศักยภาพอย่างมากในการ พัฒนาการท่องเที่ยว การค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ระหว่างประเทศ ศรีลังกาและประเทศไทย

ประเด็นที่ ๘ คำถามว่าผลกระทบเชิงบวกของ FTA นี้กับประเทศศรีลังกา มีอะไรบ้าง FTA นี้ย่อมจะเป็นประตูไปสู่ตลาดในอาเซียนให้กับประเทศศรีลังกาและเป็น ประตูไปสู่ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ที่เรียกสั้น ๆ ว่า RCEP ซึ่งมีผล บังคับใช้ในต้นปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา

ประเด็นที่ ๙ คำถามข้อที่ ๙ ก็คือว่าไทยควรดำเนินการต่อเนื่องอย่างไร เพื่อประโยชน์ในอนาคต ก็มีข้อสังเกตว่าฝ่ายประเทศไทยก็ควรที่จะใช้ศรีลังกาเป็นประตู บานที่ ๒ ต่อจาก FTA ไทย-อินเดีย ไปสู่ตลาดขององค์กรความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียได้ ซึ่งได้มีการจัดทำ FTA อยู่แล้ว

ประเด็นที่ ๑๐ คำถามประเทศศรีลังกา-ไทยมีความคาดหวัง ขออภัยครับ ท่านประธานขออีกข้อเดียวครับ คำถามข้อที่ ๑๐ ศรีลังกา-ไทย มีความคาดหวังสิ่งใด เพิ่มเติมอีกบ้าง จะเห็นได้ว่าข้อตกลงการค้าเสรีศรีลังกา-ไทย คาดว่าจะอำนวยความสะดวก ในการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการค้าการครอบคลุมภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งส่งเสริมการค้า การลงทุนรวมถึงการพัฒนาการส่งออก เรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงภาคการขนส่ง และท่าเรือ เกษตรกรรมและธุรกิจการเกษตร การประมง อัญมณี เครื่องประดับ ธุรกิจ การท่องเที่ยว ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ความร่วมมือ ทางการเงิน อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการศึกษาฝึกอบรม ด้านเทคนิคและอาชีวศึกษา ความมุ่งมั่นของไทยในเรื่องการค้าเสรี FTA ที่จะมีขึ้นในโอกาส ต่อไป

ในท้ายที่สุดนี้เมื่อประเทศไทยกำลังพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง ประเทศอย่างแข็งขันด้วยข้อตกลงการค้าเสรี FTA อีก ๓ ฉบับ ที่กำลังดำเนินการอยู่ ได้แก่ เกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป ประเทศไทยจึงยังคงมี การขยายความร่วมมือ FTA ที่ครอบคลุม โดยมีประเทศเศรษฐกิจหลัก ๆ ทั่วเอเชีย โอเชียเนีย และตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการขยายโอกาสทางการค้าของประเทศไทยในอนาคต

จากข้อสังเกต ๑๐ ประเด็นดังกล่าวนี้ ก็จะเห็นได้ว่าเป็นข้อควรระวัง แล้วก็ นำมาสู่การพัฒนาเรื่องข้อตกลงต่าง ๆ ซึ่งผมขอสนับสนุนเรื่องข้อตกลง FTA ไทย-ศรีลังกา กราบขอบพระคุณครับ