วันมูหะมัดนอร์ มะทา ชี้แจงการปฏิบัติหน้าที่ของประธานรัฐสภากรณีไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยอาจารย์ชูศักดิ์ เนื่องจากอยู่ในลักษณะเดียวกับร่างที่เคยถูกวินิจฉัยว่าไม่อาจบรรจุได้มาก่อน และสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันทุกหน่วยงาน จึงขอให้ที่ประชุมพิจารณาญัตติเพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยความชัดเจนต่อไป
ขอบพระคุณครับ ก่อนที่ จะให้เจ้าของของญัตติ คือท่านอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ได้กล่าวสรุปอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะลงมติ นั้น เนื่องจากวันนี้เราประชุมทั้งวันก็มีหลายครั้ง ด้วยความเคารพท่านสมาชิกรัฐสภาก็ได้ พาดพิงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของประธานรัฐสภา ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ ด้วยความ เคารพจริง ๆ แต่ผมก็จำเป็นต้องชี้แจงกับท่านสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่ประเด็นความเห็น ที่ไม่ตรงกันนะครับ เพราะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผมอยากจะชี้แจงในประเด็นว่าการปฏิบัติ หน้าที่ของประธานสภานั้นปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร เพื่อให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจถึงการปฏิบัติ หน้าที่ครับ ไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกับประธานรัฐสภาและประธานสภาเสมอไป แต่ผมก็ปฏิบัติ หน้าที่ตามข้อบังคับ คือเรื่องที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงว่าทำไมประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่อาจารย์ชูศักดิ์ได้เสนอมายัง ประธานรัฐสภานั้นเป็นเพราะอะไร ผมอยากจะชี้แจงว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่อาจารย์ชูศักดิ์ กับคณะเป็นผู้เสนอประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นการแก้ไขทำนอง เดียวกันกับร่างที่ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ เสนอมาเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ ซึ่งในการเสนอของท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ด้วยความเคารพท่านนะครับ เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ นั้นท่านอดีตประธานชวน หลีกภัย ด้วยความเคารพนะครับ ได้วินิจฉัยว่า ไม่สามารถบรรจุกฎหมายของท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้ตามมติความเห็นของ คณะกรรมการประสานงาน และเสนอความเห็นต่อประธานสภาในเรื่องวินิจฉัยการบรรจุ กฎหมาย เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๔ ท่านประธานชวนจึงให้สำนักงานได้แจ้งผลไปยัง ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ เมื่อท่านรองศาสตราจารย์ ชูศักดิ์ ศิรินิล เสนอมาวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๗ ผมก็ให้ฝ่ายประสานงานกฎหมายของสภา ได้วินิจฉัยในเบื้องต้น ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยนี้ก็มีความเห็น ๒ ฝ่าย เหมือนที่เราได้ พิจารณาในวันนี้ เสียงส่วนน้อยเห็นว่าควรจะบรรจุได้ และเสียงข้างมาก ผมจะไม่บอกว่า ข้างมากเท่าไรนะครับ ข้างมากเห็นว่าไม่ควรบรรจุ เพราะเป็นกฎหมายทำนองเดียวกัน ที่ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งประธานสภาในสมัยที่แล้วก็ไม่บรรจุมาแล้ว แต่เพื่อความ รอบคอบผมก็บอกว่าถึงแม้ว่าจะเป็นกฎหมายทำนองเดียวกัน แต่เหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลง ไปบ้างแล้ว ผมก็บอกว่าให้พิจารณาอีกสักครั้งหนึ่ง เอาความเห็นใหม่เลย ไม่เอาความเห็น เก่าแล้ว ให้เอาใหม่ คณะกรรมการก็ได้ประชุมใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็มีความเห็นเสียงข้างมากอีก เป็นไปตามที่ท่านศานิตย์ได้พูดไว้ว่า ถ้าบรรจุแล้วมันจะขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาล รัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ ถึงแม้เราจะไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่คำ วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นผูกพันทุกองค์กร ทั้งรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และองค์กรอิสระ จะตีความอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ก็ผูกพันไว้ เมื่อคณะกรรมการเสียงข้างมากเห็นตรงกับการ วินิจฉัย เมื่อปี ๒๕๖๔ ซึ่งประธานชวนก็ได้ให้ความเห็นตามเสียงข้างมากนั้น เมื่อผมได้ พิจารณาและให้ประชุมใหม่อีกครั้งหนึ่งก็เห็นตรงอย่างเดิม ผมในฐานะประธานสภาก็มาใคร่ครวญ ตรวจแล้วนะครับ ก็ไม่สามารถที่จะให้บรรจุได้ เช่นเดียวกัน ผมจึงให้เลขาธิการส่งหนังสือไปยังอาจารย์ชูศักดิ์ แต่เมื่อเราอยู่ในสภาเดียวกัน ผมก็ได้เชิญท่านอาจารย์ชูศักดิ์มาพบเพื่อชี้แจงมติของคณะกรรมการและความเห็นของผม ให้กับอาจารย์ชูศักดิ์อีกครั้งหนึ่งเพื่อจะได้หารือร่วมกันว่าผมได้มีมติอย่างนี้ครับ ท่านอาจารย์ ชูศักดิ์ก็บอกว่าไม่เป็นอะไร เมื่อประธานสภาไม่บรรจุตามความเห็นของฝ่ายกฎหมาย ประสานงานแล้วท่านบอกว่าท่านก็จะหาทางทำอย่างอื่นแทน จึงเป็นที่มาของญัตติที่ ท่านอาจารย์ชูศักดิ์เสนอในวันนี้เพื่อให้สภาพิจารณาว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย ไม่ได้วิจัยว่าสภาจะมีอำนาจหรือไม่มีอำนาจในการตรากฎหมาย แต่เพื่อให้ความชัดเจนต่อ คำวินิจฉัยของศาล เมื่อวันที่ ๔ เมื่อกฎหมาย ที่ ๔/๒๕๖๔ ซึ่งออกมาแล้วก็มีความเห็นไม่ ตรงกันซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลที่กำลังจะแก้ก็มีความเห็น ไม่ตรงกันในเรื่องของการจะดำเนินต่อไปข้างหน้า จะร่างกฎหมายเข้ามาครั้งหน้า แล้วก็จะใช้ ประชามติซึ่งมันเป็นเรื่องของประชาชน ทั้งเรื่องของเงินงบประมาณประชามติ ทั้งเรื่อง ความสำเร็จของรัฐธรรมนูญที่ต้องการแก้ไข ทั้งหมดเป็นเรื่องของประชาชน เพราะฉะนั้นด้วย ความเคารพต่อท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ผมก็ได้ทำหน้าที่ของผมไปตามที่รัฐธรรมนูญ กำหนดและข้อบังคับแล้ว ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งท่านจะต้องวินิจฉัยต่อไป ว่าจะเห็นตามที่ท่านอาจารย์ชูศักดิ์เสนอไปเพื่อวิจัยเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรครับ เป็นเรื่องความ ชัดเจนที่จะเดินไปข้างหน้า เพื่อจะไปแล้วไม่ล้ม ไปแล้วไปเสียของ ไปแล้วก็ไม่เสียงบประมาณ และเวลาของประชาชนโดยไม่จำเป็น เท่านั้นง่าย ๆ ต่อไปก็ก่อนที่จะลงมติครับ ท่านสมาชิก อยู่ข้างนอกหลังจากที่ท่านอาจารย์ชูศักดิ์ได้กล่าวสรุปอีกครั้งหนึ่ง เห็นอาจารย์ชูศักดิ์ได้ขอ มอบหมายให้ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นผู้สรุปนะครับ เวลาของรัฐบาลยังเหลืออีก ๓๑ นาที ก็ขอความกรุณาท่านจาตุรนต์ก็สรุปอย่าเกินจากเวลาของฝ่ายรัฐบาลก็แล้วกันนะครับ ขอบพระคุณครับ ขอเชิญท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ได้กล่าวสรุปได้ครับ