ศานิตย์ มหถาวร ย้ำถึงความสำคัญของศาลรัฐธรรมนูญในฐานะองค์กรอิสระที่ต้องได้รับความเป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเข้าใจบทบาทอย่างถูกต้องโดยไม่ตัดสินจากอารมณ์ส่วนตัว ขณะเดียวกันได้อภิปรายแสดงความกังวลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็นและเจตนาในการตั้ง สสร. พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงต่อสถาบันหลักของรัฐ โดยเฉพาะในประเด็นพระราชอำนาจ และคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อาจขัดหลักกฎหมายและคำวินิจฉัยของศาล พร้อมเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาพิจารณาด้วยความรอบคอบ โดยยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติและกฎหมายเป็นหลัก
เรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังญัตติ ตั้งแต่เช้ายันเย็น ท่านประธานนั่งหันหน้ามาหาผมก็จะเห็นผมนั่งอยู่ตลอด ผมเห็นใจ ท่านประธานจริง ๆ เลยครับ ผมไม่แน่ใจว่าญัตติวันนี้เป็นญัตติไม่ไว้วางใจท่านประธานรัฐสภา ท่านวันนอร์ที่เคารพของผม รวมทั้งญัตติไม่ไว้วางใจศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในส่วนของ ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์เอง ผมเชื่อว่าเดี๋ยวท่านคงใช้ความรู้ความสามารถ รวมทั้งใช้ ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย อธิบายความในฐานะที่ท่านถูกพาดพิง แต่ในส่วนของศาล รัฐธรรมนูญ ท่านคงไม่มีสิทธิที่จะมาอภิปรายขยายความ ว่าท่านเองมีหน้าที่และบทบาท หน้าที่อย่างไร จริง ๆ ถ้าท่านประธานไปดูว่าในอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๒๐๐ จำนวนศาลรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งมาจากผู้พิพากษาฎีกา ไม่ต่ำกว่าหัวหน้าคณะ ถ้าเป็น ตุลาการศาลปกครองก็สูงสุด ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่าง ๆ รวม ๕ อนุมาตรา คนเหล่านี้เป็นผู้มี ความรู้ความสามารถทั้งนั้นเลยครับ ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี ท่านก็มาทำหน้าที่ของท่าน เหมือนท่านประธานก็ทำหน้าที่ของท่าน ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ปี ๒๕๖๓ ข้อ ๕ ถ้าท่านประธานผิดเพี้ยนสักนิดหนึ่ง ท่านก็จะต้องถูกประท้วงอยู่ตลอดเวลา ผมอยากให้ พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญมันเหมือนกรรมการ จะให้ผู้เล่นตัดสินกันเอง คงจะไม่ได้ท่านประธาน เหมือนกีฬาฟุตบอลก็ดี หรือกีฬาอื่นก็ดี ถ้าไม่มีกรรมการยุ่งน่าดู เพราะฉะนั้นเราต้องทำใจเป็นกลางครับ ต้องเปิดโอกาสให้ท่านทำหน้าที่ของท่านอย่างดียิ่ง ถ้าท่านทำไม่ดีท่านก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน อันนี้ผมขออนุญาตท่านประธาน ในเบื้องต้นชี้แจงทำความเข้าใจให้เพื่อน ๆ สมาชิก รวมทั้งพี่น้องประชาชน ผมไม่ได้มีญาติ พี่น้องเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเลยครับ แต่จำเป็นที่จะต้องพูดแทน เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจ ไม่อย่างนั้นท่านจะตกเป็นจำเลยของสังคมโดยตลอด ท่านก็ดูแล้วกันอีกนิดเดียวครับ บางที ถ้าตัดสินถูกใจท่าน ท่านก็บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นธรรม ถ้าตัดสินไม่ถูกใจ ศาลฐธรรมนูญ ลำเอียง หรือศาลยุติธรรมลำเอียง ท่านประธานลำเอียง มันก็เป็นอย่างนี้ มนุษย์ไม่ใช่อุจจาระ เหม็นนะครับ เคี่ยวเข็ญเทวดา ก็เป็นประมาณนี้
ประเด็นที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ท่านประธานครับ มี ๒ ประเด็น ขอใช้เวลา เท่าที่จะมีอยู่อย่างจำกัด ไม่ให้ถึงตามที่เวลาวุฒิสภาจะเหลือ ประเด็นแรก ว่าทำไมถึงต้อง อยากแก้รัฐธรรมนูญกันจัง ท่านประธานอยู่ในสภามากี่ปีแล้วครับ ท่านรู้ไหม รัฐธรรมนูญ ของไทยมีกี่ฉบับ ทำไมต้องมีมากฉบับ ไม่เหมือนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกสากล สหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรือประเทศอื่น ๆ บางทีแทบจะไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญเลยเขาก็แก้กันน้อยมาก เพราะเราไปเอาแบบอย่างจากเขามาจนเกินไปหรือไม่ ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับ ประชาธิปไตยบ้านเราเปรียบเสมือนไปเอาต้นไม้ที่ปลูกแล้วงอกงาม ในสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศหิมะตก เอามาปลูกในประเทศไทยนี่ มันจะงอกงามดีหรือเปล่าท่านประธาน ถึงมีคำว่า ธุรกิจการเมือง นโยบายขายฝัน ครอบงำประชาชน ทำร้ายประชาธิปไตย ทำลาย ประเทศไทยหรือเปล่า ถ้าจะให้แก้รัฐธรรมนูญแก้ให้การเลือกตั้งมันสุจริตเที่ยงธรรม ไม่มี ธุรกิจการเมือง ไม่มีนโยบายขายฝัน ทำได้ไหมครับ ถ้าทำได้แล้วแก้เลย ผมถึงบอกว่าทำไม ท่านรังเกียจรังงอนรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหลือเกิน ที่จริงในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านครับ ถ้าจะ พูดถึงสาระสำคัญมันมีตั้ง ๙ ข้อ ผมจะเอาข้อสำคัญ ๆ ก็แล้วกัน ที่เขากลัวกันจังเลย ท่านประธาน เอาข้อ ๖ ก็แล้วกัน การวางกลไกป้องกันตรวจสอบและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เข้มงวดเด็ดขาด เพื่อมิให้ผู้บริหารปราศจากคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล เข้ามามีอำนาจปกครอง บ้านเมือง หรือใช้อำนาจตามอำเภอใจ นี่ครับท่านประธาน ถึงต้องยกเลิกหรือเปล่าไม่แน่ใจ นะครับ ถ้ามีเหตุผลอื่นก็ว่ากันไป แต่ที่ผมหวั่นเกรงมากจริง ๆ ท่านประธานครับ ในร่างที่ ท่านเสนอเมื่อตอนเสนอท่านประธาน เมื่อต้นเดือนมกราคม ที่เสนอท่านประธาน วันที่ ๑๖ มกราคม มันมีทั้งหมดหลายมาตรา ๕ มาตรา แต่มีย่อยเยอะแยะเลยครับ ท่านประธานรู้ไหม ในหมวด ๑๔/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๕๖/๑ ให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ ชื่อย่อ ๆ ก็คือ สสร. ท่านประธานครับ ตีเช็คเปล่าหรือเปล่าครับ สภาร่างรัฐธรรมนูญไม่รู้จะร่างอะไร ประเด็นไหน นี่อย่างไรครับ ผมหวั่นอย่างเดียวครับ หมวด ๑ ก็คงมีอยู่แวว ๆ เหมือนกัน ทางใต้ครับ แต่หมวด ๒ นี่ท่านครับ มาตรา ๒๕๕ เขาห้ามแก้นะครับ การปกครองรูปแบบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือรูปแบบการปกครองของรัฐ แต่มาตรา ๒๕๖ (๘) มันแก้อย่างอื่นได้ ผมจะไม่พูด รายละเอียดนะครับ แต่ท่านเชื่อไหมหลายท่านบอกว่าไม่แตะในเรื่องของหมวด พระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในหมวด ๒ แต่ที่จริงแล้วท่านประธานรู้ไหม ในหมวด ๑ ในหมวด ๑๕ ในหมวด ๘ มีตั้ง ๑๑ มาตรา ที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจ หมวด ๑๐ หมวด ๑๒ มีอีกเยอะแยะ ผมไม่แน่ใจ จะแก้หรือเปล่าเรื่องพระราชอำนาจ หรือที่สำคัญ มาตรา ๑๔๔ โดยสรุปพี่น้องประชาชนจะได้ฟังง่าย ๆ พวกผู้แทนราษฎรแปรญัตติ เอางบไปลงพัฒนา บ้านเมือง เราอุตส่าห์แก้แล้วนะครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่ท่านจะเอากลับมาหรือเปล่า ไม่แน่ใจ สสร. อาจจะมีหรือเปล่า หรือในมาตรา ๑๘๕ ท่านประธาน แทรกแซงก้าวก่าย การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ที่มันวุ่นทุกวันนี้ท่านประธานลองไปตรวจสอบดูทำไม ข้าราชการถึงวุ่นวายกันมากเลย ผมไม่พูดถึงองค์กรของผมนะครับ องค์กรอื่นก็เช่นกัน อันนี้ คือการตีเช็คเปล่าหรือเปล่า ผมถึงบอกแล้วอย่างไรครับ พี่น้องประชาชนครับ ผมขอฟ้อง พี่น้องประชาชนผ่านท่านประธาน รัฐธรรมนูญดี ๆ ที่มีอยู่ ๒๗๙ มาตรา แต่ท่าน กระหือกระหาย ขออนุญาตถอนคำพูด กระหือกระหาย ท่านพยายามที่จะแก้ให้ได้ครับ ที่จริง ๆ แก้ก็แก้ได้นะครับท่านประธาน ไม่เกี่ยวเลย มาตรา ๒๕๖ (๘) ท่านแก้ไปเลย หรือ นอกจากนั้นท่านก็แก้ได้ แก้ง่าย ๆ ครับ แก้รายมาตรา แก้ไปเถอะ แต่ท่านอย่าไปแตะในส่วน เหล่านี้ แล้วอยู่ ๆ ท่านก็มาเสนอร่างอย่างนี้ ผมเห็นใจท่านประธานจริง ๆ นะครับ ผมเป็น ท่านประธานผมก็ไม่ให้ครับ ต้องชื่นชมความเด็ดขาดของท่านประธาน ท่านไม่ได้กลัวกังวล ใครเลย ผมเห็นท่านทำหน้าที่ประธานทีไร ผมชื่นใจครับ เพื่อนสมาชิกทำผิดข้อบังคับ ท่านบอกท่านเตือนครับ เตือนไม่ได้ท่านบอกท่านให้ออกไปเลย นี่คือความเด็ดขาดของ ท่านประธาน แล้วสิ่งที่ท่านทำตรงนี้นะครับ ชาวบ้านเขาฝากมาด้วย ฝากขอบคุณ ท่านประธานด้วย ส่วนใหญ่เลยนะครับ อันนี้ที่ผมไปสัมผัสมา อาจจะมีบางส่วนที่บอกว่า ท่านประธานไม่ได้ โน่นนี่นั่น อันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง นี่คือประเด็นแรกครับ ที่ว่าทำไมอยาก แก้กันจังเลยนะ ก็มันมีของดีอยู่อย่างนี้แล้วทำไมนักการเมืองท่านกลัวจังเลย ถ้าตรงไหนไม่ดี ท่านบอกเลยครับ แก้เรียงรายมาตราไปเลย จะได้ไม่ต้องมีญัตติมาวุ่นวายหรือมาเสียเวลา อย่างที่ท่านสมชายได้พูดถึงไปเมื่อสักครู่นี้ เอาเวลาสภาไปทำเรื่องอื่นดีกว่าไหม
ประเด็นที่ ๒ อยากจะพูดเพื่อให้เพื่อนสมาชิกหรือพี่น้องประชาชนได้รับชม และรับทราบ ญัตติที่เสนอมานั้นชอบหรือเปล่าครับ สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็น โคลนตม อีกคนมองเห็นดวงดาวอันแพรวพราว แต่ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ถ้าไม่พิจารณาโดย เข้าข้างตัวเอง ผมว่าท่านตัดสินถูกแล้ว มันไม่ชอบครับ ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๖ มี ๑๖ มาตรา ใช่ไหมครับ ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ผมจะไม่ พูดถึงเพราะมันจะเป็นการซ้ำกับเพื่อนสมาชิก แต่ผมเห็นด้วยละครับ ผมขออนุญาตก็แล้วกัน เพื่อนสมาชิกพูดหลายครั้งหลายหนในเรื่องเหล่านี้ ผมเห็นด้วยกับท่านประธานที่มีหนังสือ ไปถึง จากสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีถึงผู้ยื่นญัตติ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่าน นะครับ เพราะจะได้เป็นถ้อยคำที่ผมถอดออกมา ไม่แน่ใจ ผมพยายามถามหาหนังสือนี้ เหมือนกันว่าหนังสือที่ไปถึงรูปแบบเต็ม ๆ มันเป็นอย่างไร จะได้ขึ้นให้พี่น้องประชาชนได้เห็น แต่ไม่เห็นก็เอาถอดข้อความก็แล้วกัน ท่านบอกไว้อย่างนี้ครับ ประธานรัฐสภา คือท่าน วันนอร์ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลักการในการเพิ่มเติม หมวด ๑๕/๑ ที่ผมเรียนไปแล้วอย่างไรครับ เป็นการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ย่อมเป็นการยกเลิก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงมิใช่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยตามคำวินิจฉัยที่ ๔ ปี ๒๕๖๔ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยนั้น มาตรา ๒๑๑ วรรคสี่ หรือวรรคท้าย คำวินิจฉัยของศาล รัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระและ หน่วยงานของรัฐ เพื่อนสมาชิกหลายคนพยายาม จะไม่ใช้คำว่าตะแบง พยายามที่จะเอา คำวินิจฉัยเหล่านี้ บอกว่าศาลพูดอย่างนี้ ศาลไม่ได้บอกว่าอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้น ผมว่า ถ้าท่านท่านประธานเชื่อ แล้วท่านประธานส่งไปอีกทีให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นอกจาก เป็นการซ้ำซ้อนแล้วมันยังสามารถวัดถึงภูมิปัญญาครับ สมาชิกรัฐสภาของเรามีความรู้ ความเข้าใจในตัวบทกฎหมายหรือตีความตามกฎหมาย เข้าข้างตนเองมากเกินไปหรือเปล่า ท่านประธานลองดูนะครับ ถ้ามติวันนี้ส่วนใหญ่พวกมากลากไปหรือไม่ ผมไม่อยากให้ทุกคน ท่านประธานครับ ทำผิดกฎหมาย ท่านประธานก็เป็นคนที่ ๑ ที่ไม่ยอมทำผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราเอาสิ่งที่มันผิดให้มันเป็นถูก สิ่งที่ถูกให้มันเป็นผิด ผมเชื่อว่า ในอนาคตนี้ประเทศชาติเราคงวนอยู่อย่างนี้ ผมก็ฝากท่านประธานไปด้วยก็แล้วกันว่า ผมปรารถนาดี แล้วผมยืนยันว่าผมไม่ได้เล่นการเมือง แต่ผมรักประเทศชาติ รักประชาชน รักชาติ รักศาสนา และรักพระมหากษัตริย์ ไม่เคยมีใครมาทำให้ผมเปลี่ยนแปลงได้ แล้วทุกอย่างที่ผมอภิปรายในวันนี้ บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ผมรับผิดชอบครับ ผมยืนยัน ในสิ่งเหล่านี้ ก็ฝากท่านประธานไว้เป็นเรื่องที่อยากจะให้เพื่อน ๆ ได้ยินได้ฟังนะครับ แล้วก็ จะได้ช่วยกัน ผมนี้ที่จริงแล้วอยากเห็นประเทศไทยจะทำอย่างไรภายใต้พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นองค์พระประมุข ทำให้ไม่มีธุรกิจการเมืองให้ได้ ท่านประธานช่วยคิดหน่อยก็แล้วกัน นะครับ ผมเองพยายามทุกวิถีทางแล้ว ก็อยากจะให้พวกเราได้ตระหนักถึงจุดนี้ การแก้ปัญหา หน้าสุดท้ายท่านประธานครับ ผมฝากเพื่อนสมาชิกทุกคนนะครับ คนเราอยู่ไม่นานหรอกครับ ในโลกนี้ เกิดมาทั้งทีถ้าไม่ทำดีเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินเราก็จะได้ชื่อว่า ไม่อยากจะพูดว่า เสียชาติเกิดครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ปัญหาให้ได้ท่านประธานต้องกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง อย่าเอาพวกมากลากไป แล้วสิ่งที่ต้องการผมฝากไว้นะครับ ถ้าแก้ปัญหาโดยเอาประโยชน์ ส่วนตัว ประโยชน์ของพรรคพวก มันไม่มีทางแก้ปัญหาได้อย่างแน่นอนครับ ขอบคุณท่าน ประธานอย่างสูงครับ