ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สนับสนุนญัตติด่วนให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และย้ำความจำเป็นในการตีความให้ชัดเจนเพื่อให้กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่น โดยยืนยันจุดยืนว่าการทำประชามติควรเกิดขึ้นเพียงสองครั้ง ไม่ใช่สามครั้ง เพื่อลดภาระงบประมาณและป้องกันความเบื่อหน่ายของประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมสนับสนุนญัตติด่วน ของท่านอาจารย์ชูศักดิ์ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครับ และผมมีความจำเป็นที่ต้อง ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญที่เราต้องการได้รับการตีความจากศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากนี้เป็นต้นไป เกิดความราบรื่นและเป็นที่สบายใจของทุกฝ่าย รัฐธรรมนูญ ฉบับปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดครับท่านประธาน ว่ามีปัญหาในหลายประการ ผมคงไม่ลงไปในรายละเอียดของปัญหาของรัฐธรรมนูญ แต่ ๑ ในประเด็นที่จำเป็นจะต้องพูดคุยกันคือ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ฉบับนี้ไม่ได้มีการระบุไว้ ว่าการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สามารถดำเนินการได้อย่างไร ทำให้ที่ผ่านมาเราเลย จำเป็นต้องมีการยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้มีมาตราที่ว่าด้วยการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ผ่านการมี สสร. ครับท่านประธาน ผมจำเป็นต้องย้อนกลับไปในอดีตสักเล็กน้อย เพื่อให้เห็นความจำเป็นของการยื่นญัตติวันนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว พรรคเพื่อไทยได้มีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพื่อให้มีการจัดตั้ง สสร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยกเว้นการแก้ไขในหมวด ๑ และหมวด ๒ เช่นเดียวกัน กับที่เคยยื่นในรอบที่ผ่าน ๆ มา และร่างได้ผ่านการประชุมรัฐสภาในวาระ ๑ ที่เป็นการ ประชุมร่วมระหว่าง สส. และ สว. ไปแล้ว หลังจากนั้นมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาพิจารณารายมาตรา และได้มีการส่งกลับเข้ามาที่รัฐสภา แต่ในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ สมาชิกรัฐสภาในขณะนั้น จำนวนหนึ่งได้มีการยื่นญัตติ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถึงอำนาจและหน้าที่ เพราะมีความกังวลว่าการศึกษา หรือการอภิปรายกันในสภา จนไปถึงการลงมติในสภาอาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญ ณ ขณะนั้น สมาชิกรัฐสภาได้ยื่นคำถาม ถามศาลรัฐธรรมนูญว่า รัฐสภามีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่หรือไม่ คำถามนี้เป็นคำถามที่เรียบง่าย แล้วก็กว้างขวาง สามารถตอบอย่างไรก็ได้ คำตอบของศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ให้คำตอบว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจในการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติ เสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่าง รัฐธรรมนูญใหม่เสร็จแล้วต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง คำตอบนี้ ของศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนจะมีความชัดเจนครับท่านประธาน ว่าการทำประชามติควรจะมี เพียง ๒ ครั้ง คือก่อนที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และหลังได้มีการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว แต่คำตอบนี้เป็นเหตุให้เกิดการคว่ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ในขณะนั้น ในวาระที่ ๓ เนื่องด้วยมีความไม่สบายใจจากสมาชิกรัฐสภาจำนวน ไม่น้อย ที่ตีความว่าคำวินิจฉัยนี้เป็นการบอกว่าเราจำเป็นจะต้องมีการทำประชามติก่อนที่ จะมีการยื่นร่างแก้ไขมาตรา ๒๕๖ เข้าสภา นั่นหมายความว่าสมาชิกรัฐสภาจำนวนหนึ่งกังวล ในอำนาจในการลงมติของตัวเอง ด้วยคำวินิจฉัยที่เปิดช่องให้ตีความได้แตกต่างกันแบบนี้ ทำให้เสียงในสังคมบางส่วนตีความว่าตลอดกระบวนการจัดให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีความ จำเป็นต้องทำประชามติถึง ๓ ครั้ง ซึ่งในมุมของพรรคเพื่อไทยเองเรายืนยันมาตลอด ถึงแม้ว่า จะมีศาลรัฐธรรมนูญออกคำวินิจฉัยมาในลักษณะนี้ จุดยืนเรายังคงเดิมเราตีความว่าการทำ ประชามติควรจะทำเพียงแค่ ๒ ครั้ง กล่าวคือครั้งแรกก่อนเริ่มกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ และครั้งที่ ๒ คือภายหลังมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว โดยกระบวนการที่เรา ทำกันอยู่ในขณะนั้น หรือที่จะทำต่อไปนี้คือการพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีมาตรา ที่ว่าด้วยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังไม่ได้เป็นการเริ่มต้นจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำประชามติก่อน ซึ่งหากเรายืนยันในหลักการและได้รับการยืนยัน แบบนี้ว่าการทำประชามติตลอดทั้งกระบวนการ ควรจะเป็นแค่ ๒ ครั้ง ไม่ใช่ ๓ ครั้ง เราจะ สามารถลดระยะเวลาในการดำเนินการได้ และจะสามารถลดการใช้จ่ายงบประมาณรัฐได้ถึง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน และยังลดโอกาสในการเกิดปัญหาจากการ ไม่ผ่านประชามติครั้งได้อีกครั้งหนึ่ง อันเนื่องมาจากที่ประชาชนเบื่อหน่ายกับกระบวนการ ที่เยิ่นเย้อหรือมากจนเกินความจำเป็นครับท่านประธาน ด้วยเหตุนี้พรรคเพื่อไทยจึงยืนยัน ในหลักการและได้เสนอร่างแก้ไขมาตรา ๒๕๖ ของรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาอีกครั้งในเดือน มิถุนายน ปี ๒๕๖๔ แต่น่าเสียดายครับ ท่านประธานสภาในขณะนั้น เมื่อสมัยรัฐบาลที่แล้ว ไม่ได้บรรจุเข้าสู่การพิจารณา เพราะให้เหตุผลว่าอาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่สำเร็จในสมัยประชุมที่แล้ว ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ในสมัยรัฐบาลนี้พรรคเพื่อไทย ยังยืนยันหลักการเหมือนเดิม และได้ยื่นร่างในลักษณะเดิมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าเราเสียใจที่ท่านประธานสภาไม่ได้ บรรจุวาระเข้ามาพิจารณา แต่เราก็เข้าใจและรับทราบถึงข้อจำกัดต่าง ๆ ที่อาจจะตีความได้ จากภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง ดังเช่นการอภิปรายในวันนี้ครับท่านประธาน ผมว่าเราก็ได้ฟัง การอภิปรายมามาก แล้วเราก็เห็นความคิดเห็นที่แตกต่างกันชัดเจนของสมาชิกรัฐสภา ทั้งจากฝั่งสมาชิก สส. ฝ่ายรัฐบาล สส. ฝ่ายค้าน หรือสมาชิกวุฒิสภา ถึงความเห็นต่อคำ วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคราวนั้น ด้วยเหตุนี้พรรคเพื่อไทยจึงมีความจำเป็นครับ ที่จะต้องยื่นให้รัฐสภามีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ความชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยคำถาม ที่ท่านอาจารย์ชูศักดิ์ได้ร่างขึ้น ผมเห็นว่ามีความชัดเจน และจะช่วยให้เกิดความแน่นอน ของกระบวนการในการเดินต่ออย่างครบถ้วนครับ คำถามของท่านอาจารย์ชูศักดิ์ คือรัฐสภาจะบรรจุวาระและพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติให้จัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยังไม่มีการออกเสียงประชามติว่าประชาชนประสงค์จะให้มี รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ คำถามนี้จะให้เราได้คำตอบที่ชัดเจนครับ ว่าเราจะต้องทำ ประชามติ ๒ ครั้ง หรือ ๓ ครั้ง ผมมั่นใจว่าหากรัฐสภาของเราเห็นพ้องต้องกันในเรื่องนี้ และส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยภายใต้คำถามนี้เราจะได้คำตอบที่ชัดเจนครับ แล้วเรา จะสามารถเดินหน้ากระบวนการนี้ได้อย่างสบายใจในทุกฝ่าย และจะไม่มีปัญหาการตีความ ที่แตกต่างอย่างที่เราเป็นกันอยู่ในทุกวันนี้ และหากท่านใดสมาชิกท่านใดในวันนี้ที่อ้างว่า อยากให้ มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่มีเจตนาไม่สนับสนุนการดำเนินการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ในวันนี้ ผมก็ต้องฝากคำถามผ่านท่านประธานไปว่าสมาชิกท่านนั้นจะยืนยันได้อย่างไร ว่าถ้าหากเราบรรจุวาระเข้ามาอภิปรายในตอนนี้ จะไม่มีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความ ในอนาคต เราจะยืนยันได้อย่างไรว่าความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ณ ทุกวันนี้จะไม่นำมาซึ่ง การเตะถ่วงหรือการล้มกระบวนการในอนาคต วิธีการที่พรรคเพื่อไทยดำเนินการอยู่คือ วิธีการที่จะสร้างความชัดเจน โปร่งใส และกระบวนการที่รัดกุม ถูกต้อง วิธีการนี้จะทำให้เรา ทราบถึงแนวทางที่เราจะสามารถมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การพูดใน หลักการเท่านั้น ท้ายที่สุดครับท่านประธาน ผมสนับสนุนการเสนอญัตติในวันนี้ แล้วก็ขอ วิงวอนเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านช่วยร่วมเห็นชอบการส่งศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ขอให้ทุกท่าน ไม่ว่าจะมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่างไร ขอให้เปิดใจว่าความเห็นที่แตกต่างตอนนี้มีอยู่จริง ขอให้ท่านทุกคนเปิดทางผ่านการ ลงมติเห็นชอบให้เราได้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความให้ชัดเจน ผมเชื่อว่าเมื่อได้รับคำตอบ จากศาลรัฐธรรมนูญเราจะสามารถเดินกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อได้ ทำให้เกิด ความสำเร็จแล้วได้มีรัฐธรรมนูญฉบับของพี่น้องประชาชนได้จริง ขอบคุณครับท่านประธาน