ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไขทั้งฉบับ เนื่องจากมีความชัดเจนแล้วว่าเกินอำนาจของรัฐสภา และขอให้ทำประชามติในขั้นตอนก่อนเข้าสภา
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอ อภิปรายเรื่องนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจจะลงมติในญัตติที่เสนอมานะครับ ผมขอเท้าความ วิธีคิดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เป็นพื้นฐานและ เป็นหลักในการตัดสินใจว่าจะลงมติในญัตตินี้อย่างไร และก็ขออธิบายความเห็นต่อญัตตินี้ ด้วยนะครับ ผมเป็นบุคคลที่แสดงความเห็นต่อสาธารณะว่าผมไม่เห็นด้วยที่จะให้แก้ไข รัฐธรรมนูญ (ทั้งฉบับ) ผมคิดว่าวันนี้ก็เช่นเดียวกันผมฟังมาหลายฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล สว. ฝ่ายค้านบางท่านพรรคใหญ่ด้วย เราเห็นด้วยครับว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้ รัฐธรรมนูญถ้ามีความจำเป็นกับประเทศมันก็แก้ไขได้ ให้สอดคล้องเป็นประโยชน์กับประเทศชาติของเรา แต่ขณะนี้มันแบ่งเป็น ๒ ฝ่ายครับ ก็คือ ฝ่ายที่เห็นด้วยให้แก้รายมาตรา มีปัญหาอะไรก็มาแก้ไขตามกฎเกณฑ์กลไกรัฐธรรมนูญ ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แก้ไขในรัฐสภา กับอีกส่วนหนึ่งที่อยากจะแก้ทั้งฉบับเลย ฉบับเก่า ยกเลิกไป แล้วก็ร่างใหม่ทั้งฉบับ มีตัวแทนเข้ามา ตรงนี้ผมได้ทักท้วง เสนอแนะรัฐบาล ในคราวอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๕๓ ของสมาชิกวุฒิสภาอย่างชัดเจน บอกว่าอย่าแก้เลย ครับทั้งฉบับ ตอนนี้โจทย์ประชาธิปไตย ประเทศไทย สภาวะแวดล้อมทางการเมืองมันเปลี่ยน ไปแล้ว ประเด็นที่ท่านตั้งต้นบอกว่า ในคำแถลงนโยบาย วันที่ ๑๑ กันยายน บอกว่าต้อง แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะมีความเห็นที่ไม่สอดคล้อง มีความไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ อันนี้ผมจับ ใจความแล้วก็พูดเป็นภาษาง่าย ๆ และอีกข้อหนึ่งก็คือว่าต้องทำให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยต้องทำประชามติให้ประชาชนมีส่วนร่วมออกแบบกฎกติกาที่เป็นประชาธิปไตย ๒ ข้อนี้ เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องทัศนคติ วิธีคิดที่ผิดที่ผมทักท้วง เรื่องแรกก็คือบอกว่า เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ได้รับการยอมรับ ตรงนี้ผมต้องขอบคุณท่าน สส. เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อธิบายได้ดีมาก มัน ไม่ใช่ผลพวงเผด็จการอะไรหรอกครับ แล้วเราใช้ข้ออ้างอันนั้น ต้นไม้พิษ องค์กรที่เกิดมาเป็น พิษหมดเลย ไม่ใช่ครับ จริง ๆ แล้วมีองค์กรกลางที่มีหน้าที่เป็นอิสระ มีความรู้ความสามารถ ยกร่างให้ แล้วก็ไปผ่านประชามติครับ ประเด็นสถานการณ์ปัจจุบันมันเปลี่ยนไปแล้ว ประเด็นที่ท่านบอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ผมบอกว่าท่านลองบอกมาสิครับว่ามีกี่ข้อ ในสมัย ที่แล้วมีการตั้งท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องแก้ไข รัฐธรรมนูญ ประชุมกันเป็นปีครับ สส. ทั้งสภาเลยครับ ผมดูรายงานแล้วเยอะแยะมากมาย แต่ทุกประเด็นไม่มีข้อยุติครับ มีแต่ข้อสังเกต อะไรที่สุกงอมเราเสนอได้อยู่แล้ว ซึ่งก็มีการ แก้ไขรัฐธรรมนูญจริง ๆ ที่เป็นรูปธรรม ก็คือเรื่องของการแก้บัตรเลือกตั้ง ๑ ใบ ให้เป็น ๒ ใบ ให้มี สส. ๔๐๐ ประจำเขต ให้มี สส. ๑๐๐ ที่เป็นตัวแทนผู้เชี่ยวชาญเรื่องนโยบายผู้บริหาร พรรคให้มาบริหารประเทศ เป็น ๕๐๐ คน ถูกไหมครับ ประเด็นอื่นผมไม่เห็นมี ถ้ามีทำไม ไม่เสนอเป็นรายมาตรา ประเด็นที่บอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ที่ไปหาเสียงกันแล้วก็บอก ประชาชน ที่สำคัญเรื่องใหญ่ก็คือว่า สว. ชุดนี้เป็นผลพวงเผด็จการ มี สว. ชุดนี้ทำให้ไม่เป็น ประชาธิปไตย ณ เวลานี้มันเปลี่ยนไปแล้วนะครับ วันที่ ๑๐ พฤษภาคมนี้ก็ครบวาระแล้ว ที่ครบวาระนี้อาจจะอยู่ต่อจนกว่า สว. ใหม่จะมา แต่บทเฉพาะกาลได้ถูกยกเลิกไปแล้ว บทเฉพาะกาลได้ถูกยกเลิกไปแล้วนี้ สาระสำคัญที่บอกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย สว. มีส่วนไป กำกับทิศทางเรื่องยุทธศาสตร์ชาติและไปกำหนดคำถามพ่วงให้มาเลือกคนที่จะมาขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ ก็คือให้เลือกนายกรัฐมนตรี ตรงนี้มันหมดไปแล้วครับ ถ้าหมดไปแล้วถามว่า ประเด็นอะไรที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ในเมื่อ สส. ทุกท่านก็ยอมรับกติกา โฆษณาหาเสียง ทุกช่องทาง Online ต่าง ๆ นโยบาย แล้วท่านก็ภาคภูมิใจมากที่เป็นตัวแทนประชาชนตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมก็คิดว่าอันนี้คือประเด็นที่ว่ามันไม่น่าจะต้องแก้ไขใหญ่นะ มาสู่ประเด็น เรื่องของการแก้ไขที่ผมยืนยันและเห็นด้วยกับการแก้ไขทั้งฉบับ ก็คือว่าเรื่องของประเด็นที่เรา จะแก้ทั้งฉบับนั้นมันเสียหายกับประเทศมากกว่า เพราะว่าการที่เราจะต้องไปทำประชามติ หลายครั้งก็ตาม ตามร่างใดก็ตามมันเสียงบประมาณมหาศาล ก็คือเยอะ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ทุกครั้งที่ทำ นอกจากนั้นการทำประชามติในขณะที่เราไม่ได้ฉายภาพอย่างชัดเจนให้ ประชาชนเห็นนี้ ต่างคนต่างรณรงค์ให้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มันจะต้องไปทำประชามติให้เห็นความไม่ดีของรัฐธรรมนูญเก่า ที่จำเป็นต้องรื้อทั้งฉบับ ฝ่ายที่ ยังรักรัฐธรรมนูญเก่าก็จะต่อต้านเหมือนกัน เราก็ต้องอธิบายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มันมีความ ดีอย่างไร มากกว่าอย่างไร แล้วก็เรื่องที่ประชาชนกังวลใน ๒ เรื่อง เรื่องสถาบันหลักของชาติ เรื่องของการคอร์รัปชันที่มีอยู่นี้มันจะหายไปอย่างไร นี่ต้องอธิบาย ประชาชนจะเกิดความ ขัดแย้งในหลายครั้งที่จะต้องทำประชามติ อย่างเรื่องกระทบสถาบันนี้บอกว่า เราจะแก้ไข รัฐธรรมนูญเขียนใหม่ทั้งฉบับ ไม่แตะหมวด ๑ หมวด ๒ ครับ แต่อีก ๓๙ มาตราที่ว่าด้วย พระราชอำนาจการจัดวางความสัมพันธ์อะไรต่าง ๆ นี้เราก็แก้ได้ครับ เพราะท่านบอกว่า ไม่แตะหมวด ๑ หมวด ๒ เท่านั้นเอง ถูกไหมครับ ประเด็นที่สำคัญก็คือว่า นอกจากสร้าง ความขัดแย้ง นอกจากเรื่องของความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มันก็มีปัญหาว่าแต่ละครั้งถามไป เพื่ออะไร เพื่อปรึกษาหารือ หรือว่าเพื่อทำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ผมย้อนมาอย่างนี้เลย นะครับ ผมเป็นฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยว่าควรที่จะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ผมเห็นด้วยกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่าให้แก้ไขรายมาตรา เหตุผลที่ว่ามาแล้วในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญมาจากเผด็จการ ผมได้อธิบายแล้วนะครับ และอีกส่วนหนึ่ง ก็คือว่า บริบททางการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว ขณะนี้ สว. ชุดที่ผมอยู่ ที่ท่านอาจจะรังเกียจก็จะ ได้พ้นวาระไป แล้วก็จะมี สว. ชุดใหม่ ปี ๒๕๖๗ นี้ที่เป็นตัวแทนกลุ่มอาชีพเข้ามา คำถามก็ คือว่า สส. ตั้ง ๕๐๐ คน แล้วก็ สว. ที่จะมาใหม่อีก ๒๐๐ คน ที่เป็นตัวแทนประชาชนกลุ่ม อาชีพนี้มีความเป็นตัวแทนไม่เพียงพอหรือครับที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน ไม่พอหรือครับ ท่านจะต้องไปเลือกคน ๒๐๐ คน ซึ่งให้มาเป็น สสร. ซึ่งก็ไม่ รู้เหมือนกันว่ามีความแตกต่างดีกว่า สส. กับ สว. ที่จะมีในอนาคตอย่างไร
สุดท้ายครับ ประเด็นนี้ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะต้องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพราะ เหตุว่าเรื่องนี้มีความชัดเจนแล้วครับ เมื่อมีร่างเข้ามาสู่รัฐสภาให้พิจารณา เราเห็นแล้วครับว่า มันเกินอำนาจที่กำหนดไว้ มาตรา ๒๕๕ บอกว่า แก้ไขไม่ได้เลย ถ้าไปเปลี่ยนแปลง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บอกรื้อบ้านไม่ได้ รื้อเสาบ้านไม่ได้ แต่ถ้าจะปรับปรุงบ้านบางห้อง ปรับปรุงหลังคา ปรับปรุงห้องน้ำ ทำได้ครับ ก็คือตามมาตรา ๒๕๖ เขาบอกวิธีการไว้หมดแล้ว อะไรที่แก้ได้เลยในสภา อะไรที่ไปกระทบ องค์อำนาจอธิปไตย คนที่ใช้อำนาจ ขอบเขตอำนาจก็ค่อยไปทำประชามติเป็นครั้ง ๆ ไป ตอนนั้นมันมีเนื้อหาอยู่ในสภา เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่าน สส. ไพบูลย์ นิติตะวัน สว. สมชาย แสวงการ และคณะ ก็เลยหารือไป แต่ ณ เวลานี้ วันนี้ ที่เราพิจารณากัน มันไม่มีเนื้อหาสาระ ของรัฐธรรมนูญให้เราพิจารณา แล้วก็ยังไม่เกิดความขัดแย้งใด ๆ ท่านพลอากาศตรี นายแพทย์เฉลิมชัย เครืองาม ถึงได้ยกประเด็นขึ้นมาครับ ว่าวันนี้เราอาจจะทำผิดรัฐธรรมนูญ เสียเองหรือเปล่า เรื่องนี้มันไม่ได้เข้าเงื่อนไขนะครับ เรื่องที่จะสามารถบรรจุวาระให้เรา ประชุมหารือกัน แล้วก็ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ ตรงนี้ผมก็เห็นด้วยกับท่านเฉลิมชัย เครืองาม เพราะว่าตรงนี้ การที่ท่านประธานได้วินิจฉัยตีความแล้ว ก็ในเมื่อมีคำวินิจฉัยศาล รัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ บอกแล้วว่า ถ้ามีเนื้อหาแล้วก็ขัดแย้งกัน เขาก็ตัดสินแล้วว่าจะไป ทำอย่างนั้น แก้ไขรายมาตรา ให้ไปทำใหม่ทั้งฉบับ มันขัดรัฐธรรมนูญ ถ้าจะทำจริง ๆ ถ้าจะ แหวกจริง ๆ ก็ต้องไปถามเจ้าของอำนาจของประเทศเรา ก็คือประชาชนทั้งประเทศก่อนให้ มาทำได้ แปลว่าสิ่งที่ท่านพริษฐ์อธิบายดีมาก ก. ไก่ ข. ไข่ ค. ควาย ก็คือว่ามันจะต้องทำ ประชามติ ก. ไก่ ก่อน ก็คือว่าก่อนมาเข้าพิจารณาของสภา เพราะสภาไม่มีอำนาจ ในเมื่อ ท่านตีความอย่างนี้นะครับ ร่างของท่านชูศักดิ์ ศิรินิล ที่เกี่ยวโยงกับเรื่องในวันนี้ ญัตติในวันนี้ ที่ยังไม่ได้ลงเนื้อหา ท่านประธานเลยบอกว่า มันขัดรัฐธรรมนูญ มันขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านก็ ไม่บรรจุวาระครับ ซึ่งผมก็เห็นด้วย ผมชื่นชมท่าน ท่านกล้าหาญที่จะยืนตรง อะไรที่ไม่ถูก ไม่ชอบก็บอกว่าอย่างนั้น ก็ไม่ให้เอาเข้า ถามว่าถ้าอย่างนี้ฝ่ายที่อยากจะแก้ ทั้งฉบับทำอย่างไร ชนตึกแล้ว ไปไม่เป็นแล้ว ก็เลยตั้งญัตติขึ้นมาเพื่อให้เกิดความเห็นแย้งว่า การทำหน้าที่ประธานไม่ชอบ เพราะฉะนั้นการทำหน้าที่ประธานไม่ชอบ ขัดแย้งกับสมาชิก ที่เห็นว่าจำเป็น ประธานทำผิด ต้องเอาเรื่องนี้เป็นปัญหาความขัดแย้งการทำหน้าที่ส่งให้ศาล รัฐธรรมนูญครับ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยก็คือว่าก็ต้องเรียกร่างของท่านชูศักดิ์ไปดู ประกอบด้วย ผลก็คืออะไรครับ ผลก็คือท่านก็จะใช้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะชี้ เหมือนเดิมตาม ที่ ๔/๒๕๖๔ ก็บอกว่าก็มันเป็นการแก้ไขเกินอำนาจของรัฐสภา เพราะฉะนั้น เอาร่างของท่านชูศักดิ์ไปถามประชามติในขั้นตอน ก ก่อนเข้าสภาก่อน นี่อย่างไรครับ ท่านก็ จะได้เอาเรื่องนี้ไปบอกรัฐบาล แล้วก็ไปทำประชามติทั้งประเทศ ซึ่งผมได้ท้วงไว้แล้ว วิธีการ อย่างนี้เสียหายครับ คนแตกแยกกัน ขาดความสามัคคีกัน ถกเถียงกันในเรื่องที่ได้ข้อมูลไม่ ครบถ้วน เสียเงินงบประมาณ สุดท้ายพอไปมี สสร. สสร. จะมาอย่างไร เสียงบประมาณใน การเลือกอีก สสร. ทำงานอย่างไร เงินเดือนเท่าไร มีผู้ช่วย ผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญ ประจำตัวหรือไม่ ท่านจะไปหาข้อมูลอย่างไร ท่านจะไปทำประชาพิจารณ์แต่ละเรื่องอีก หรือไม่ ท่านทำวิจัยได้หรือไม่ ท่านต้องไปพบประชาชนเมื่อไร เงื่อนไขเวลาอย่างไร แต่ละ เรื่องแต่ละประเด็นมีปัญหาในทางความขัดแย้งและการใช้งบประมาณทั้งสิ้น
สุดท้ายนี้ครับ ก็อภิปรายเพื่อให้เหตุผลว่าผมไม่เห็นด้วย ๒ เรื่อง ๑. ก็คือ ไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาและบรรจุวาระนี้เข้าสู่การประชุมร่วมกันของรัฐสภา และ ๒. ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้ ส่งศาลรัฐธรรมนูญครับ ขอบพระคุณครับ