ธีรัจชัย สนับสนุนร่างแก้รัฐธรรมนูญ ชี้วุฒิฯแต่งตั้งขัดเจตนารมณ์

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ธีรัจชัย พันธุมาศ สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยภาคประชาชน พร้อมวิพากษ์บทบาทวุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งและเรียกร้องให้มีการปฏิรูปอำนาจตุลาการให้เป็นอิสระและเชื่อมโยงกับประชาชนมากขึ้น

นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับแบบรายมาตรา ที่ภาคประชาชนได้เสนอเข้ามา ๑๓๕,๐๔๗ คนนั้น ผมถือว่าเป็นร่างที่มีคุณค่าและตัวผมเอง รวมถึงพรรคก้าวไกล พร้อมให้การสนับสนุน ขอเรียนอย่างนี้การที่จะมีคนมาสนับสนุน เป็นแสนคนในระบอบการเมืองของประเทศไทยไม่ง่ายที่เสนอกฎหมาย เหตุที่เสนอแบบนี้ ก็เพราะว่าความมีปัญหาของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกฝ่ายรัฐบาล และท่าน สมาชิกวุฒิสภาติดใจในเรื่องของทำไมถึงต้องมีสภาเดี่ยว ผมเรียนอย่างนี้ คร่าว ๆ สั้น ๆ ก็คือว่าในส่วนสภาเดี่ยวที่ทำไมต้องมี ก็เพราะว่าในระบบของประเทศไทยการใช้วุฒิสมาชิก ส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้ง เคยมีครั้งหนึ่งตอนหลังปี ๒๕๔๐ เลือกตั้ง ก็ครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นปี ๒๕๖๐ ก็แต่งตั้ง เราไม่เคยมีการแต่งตั้งแบบของอังกฤษ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ ของขุนนางต่าง ๆ ตัวแทนศาสนจักรต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวแทน และอำนาจน้อย อำนาจกลั่นกรองกฎหมายเพียงแค่ถ่วงกฎหมายได้เล็กน้อยเท่านั้น เหมือนเป็นพิธีกรรม เท่านั้น เราต่างกัน เราไม่ได้มีบริบทเหมือนประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ซึ่งเป็นตัวแทนมลรัฐ แต่ละรัฐเข้ามาเป็นสภาสูงของรัฐของสหพันธรัฐประเทศสหรัฐอเมริกา เราต่างกันตรงนี้ครับ แต่วุฒิสมาชิกของเรานั้นส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่การเลือกตั้งหลังปี ๒๕๔๐ มาจากหลัง การรัฐประหาร ๒๔๙๐ เรื่อยมาตรงนี้ครับ แล้วก็ตั้งขึ้นมาส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้ง แล้วขยับอำนาจจากแค่กลั่นกรองกฎหมาย ไม่ใช่แค่เสนอกฎหมายอย่างที่ท่านได้อภิปราย มาเพิ่มมาก โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีการ ๑. มาเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีได้ ๒๕๐ มีเสียงตุนอยู่แล้ว ๒. สามารถที่จะมาโหวตจะให้ผ่านรัฐธรรมนูญหรือไม่ผ่านรัฐธรรมนูญก็ได้ ขึ้นอยู่กับวุฒิสมาชิก ๓. กรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติปฏิรูปประเทศ วุฒิสมาชิก ๔. กฎหมายปฏิรูปประเทศต้องเข้ารัฐสภามาก ต้องผ่านวุฒิสมาชิกมาร่วมโหวตด้วย เหล่านี้ อำนาจมันมากแต่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร จะบอกว่ามีการเลือกตั้งในเขต สุดท้ายก็คือแต่งตั้งจากการรัฐประหาร ตรงนี้จึงไม่สามารถที่จะให้มีอยู่ได้ และประโยชน์ผล จากการทำงานที่ผ่านมาในอดีตการโหวต การลงมติต่าง ๆ เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจ หรือเอื้อต่อรัฐบาลซึ่งมาจากการรัฐประหารทั้งสิ้น นี่คือเหตุ ผมเชื่อว่าเหตุที่คณะผู้ร่างกฎหมาย ของภาคประชาชนเสนอมาน่าจะเป็นเช่นนี้ และจะไม่มีทางเหมือนกับประเทศอังกฤษเลยที่ แค่กลั่นกรองแล้วก็ยับยั้งกฎหมายได้เพียงระยะเวลาสั้นเท่านั้น นี่ประเด็นหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับสิ่งที่ผมจะพูดมันมีอยู่หลายประเด็น แต่ว่าในขณะนี้ผมจะพูดเฉพาะ เรื่องเดียวคือเรื่องของอำนาจตุลาการ ในส่วนอำนาจตุลาการของประเทศเราก็เป็น ๑ ใน ๓ อำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ อำนาจตุลาการของเรานับแต่การเปลี่ยนแปลง การปกครอง ปี ๒๔๗๕ ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎร ก็คือของประชาชนนั่นเอง อำนาจ ตุลาการเราไม่เคยเปลี่ยนแปลงตาม เราเปลี่ยนแต่อำนาจนิติบัญญัติกับบริหารมีการเลือกตั้ง บางทีถูกรัฐประหารเปลี่ยนขึ้นมาครอบครอง แต่อำนาจตุลาการมาจากระบบเดิม นั่นคือ ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แล้วก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด อำนาจตุลาการเราเคยถูก การสถาปนา ถูกสร้างขึ้นมาให้เหมือนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะอภิปรายไม่ได้ จะเตือนตรวจสอบไม่ได้ แม้กระทั่งสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากประชาชนไม่สามารถไปตรวจสอบได้ ตรงนี้ในเชิงของ โครงสร้างอำนาจผมเชื่อว่ามันไม่ใช่อำนาจที่ยึดโยงกับประชาชนโดยตรง มันเหลือเพียงแค่ อำนาจเดียวเท่านั้นนะครับ อำนาจตุลาการมีบทบาทเยอะ หลังปี ๒๕๔๐ เดิมมีศาลเดียว คือ ศาลยุติธรรม แต่หลังจากนั้นมีเพิ่มมาเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองขึ้นมา แต่ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม มาจากการสอบคัดเลือกเข้ามาโดยองค์กรภายใน ศาลรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่แล้ว มาจากการแต่งตั้ง ตอนรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ อาจจะมีตัวแทนจากสภาไปตั้งบ้าง เนื่องจาก สภานั้นมาจากการเลือกตั้งในส่วนวุฒิ ในส่วนนี้ขึ้นมา แต่หลังจากนั้น ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมาจากการคัดสรรแต่งตั้งโดยเครือข่ายของ คสช. โดยเฉพาะ ปี ๒๕๖๐ การเลือกตั้งคัดสรรมาจากอะไรครับ มาจากองค์กรอิสระ ๖ องค์กร บวกประธาน ศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่คัดสรรขึ้นมา ซึ่งองค์กรอิสระนั้นเป็นส่วนน้อย องค์กรอิสระนั้นมาจากอะไรครับ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มาจากสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมาจากการแต่งตั้ง คสช. แล้วมาเลือก เลือกเสร็จก็มาเป็นองค์กรที่มีอำนาจวินิจฉัยตัดสิน กรณีอย่างนี้ถามว่ามันเป็นองค์กรที่ยึดโยงประชาชนไหมครับ อำนาจตุลาการที่ดี ที่พึงปรารถนาของคนทั่วโลกว่าจะได้รับความยุติธรรม ก็คือ ๑. ต้องมีความอิสระ ๒. ต้องมี ความเป็นกลาง ๓. ต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ความอิสระ ความเป็นกลาง เกี่ยวข้องกับ การเมืองด้วยนะครับ ถ้ามาจากการเมืองของรัฐประหารเข้ามา อิสระเป็นกลางไม่มีครับ เมื่อสักครู่อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้เสนอ บอกว่า เราต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่าการเมือง ต้องมาเกี่ยวข้องในส่วนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ทำไมเราไม่จัดองค์กร องค์ประกอบ ให้เป็นธรรมละครับ องค์ประกอบทำไมลำเอียงไปถึงคณะรัฐประหารเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญแล้วมาตัดสินออกมาเยอะแยะ สร้างความไม่สบายใจ สร้างปัญหา หรือบางครั้งเขาเรียกว่า ตุลาการภิวัตน์ ๒๕๔๙ ตุลาการภิวัตน์มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ศาลรัฐธรรมนูญจริง ๆ แค่ตีความตีความกฎหมายว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พ.ร.บ. ขัดหรือไม่ แต่เพิ่มมาเป็นยุบพรรคได้ ถอดถอนได้ ทำให้คนนั้นล้มล้างได้ ล้มล้าง การปกครองได้ ทำให้สุญญากาศทางการเมืองได้ หรือตั้งเรื่องไว้ให้นักร้องต่าง ๆ องค์กรอื่น มารับไปเพื่อจะให้ศาลอื่นวินิจฉัย ทำลายนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยได้ อย่างนี้หรือครับ ถึงเป็นองค์กรที่เป็นธรรม การที่ภาคประชาชนได้เสนอมาให้มีการตั้งศาลรัฐธรรมนูญ แบ่งไปเลยครับ ฝ่ายรัฐบาลเอามา ๖ คัดเหลือ ๓ ฝ่ายค้านเอามา ๖ คัดเหลือ ๓ ประธาน ศาลฎีกา ประธานศาลปกครองคัดเหลือ ๓ ที่มาเป็นธรรมยอมรับว่ามีการเมืองจริง ให้ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายเป็นกลางสมดุลกันมาตัดสินคดี แต่ไม่ใช่อำนาจมากมาตัดสิน ยุ่งไปหมด ให้เฉพาะตัดสินคดีความชอบของกฎหมายก็พอแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เคยจะ เกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ให้มาเป็นแบบปัจจุบัน รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ผมเรียนว่าถ้าเราปล่อยแบบนี้ไป ประเทศเราจะเกิดวิกฤติมาก ล่าสุด ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาก็วินิจฉัยเรื่องหนึ่ง เรื่องการชุมนุมของนิสิต นักศึกษา กิจกรรมของเขา แล้วบอกว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง หรือไม่ เราได้ดูเนื้อแท้ของการตัดสิน ไม่ให้เขาชี้แจงครับ อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ มาเตรียม และอีกท่านหนึ่งพยานมาเตรียมจะชี้แจง ไม่ให้ชี้แจง ตัด แล้วก็บอกว่าพยานหลักฐานพอแล้ว พอคืออะไรครับ พอคือในแง่ของทัศนคติของตัวผู้ตัดสินหรือไม่ ทำไมไม่ให้สิทธิในการต่อสู้คดี อย่างคดีที่จะตั้งว่าเขาเป็นคนล้มล้างการปกครองหรือไม่ ไม่ให้ ข้อเท็จจริงที่จะระบุไว้ชัดว่า เขาผิดอะไร เป็นการล้มล้างแค่ไหนไม่ปรากฏในคำพิพากษา เดี๋ยวตัวจริงตัวใหญ่มาผมฝากไป ยังศาลรัฐธรรมนูญช่วยอธิบายให้ละเอียดด้วยนะครับ ทุกสิ่งทุกอย่างคลุมเครือ ทุกสิ่งทุกอย่างออกมาเหมือนจะสามารถตีความได้หมด องค์กรเครือข่ายอาจจะร่วมกัน ล้มล้างอย่างนี้ มีการตัดสินไปถึงอนาคตด้วยในส่วนตรงนี้ ถามว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ศาลพึงจะ กระทำให้เกิดความยุติธรรมและเกิดความสมัครสมานสามัคคี หรือกรณีของการที่วางระบบ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กับประชาธิปไตย มีความแตกต่างอย่างไร ไม่เคยอธิบายครับ สถาบันพระมหากษัตริย์ในระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็คือ สถาบันที่มีอำนาจสิทธิเด็ดขาด อำนาจมาจากเทวโองการ แต่ของระบอบประชาธิปไตยสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ อยู่นอกเหนือจากการเมืองสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะในส่วนนี้ และส่วนใหญ่จะถูกยึดโยง จากประชาชน ทำไมไม่อธิบายอย่างนี้ แล้วไปสร้างความแตกแยกขึ้นมา การปักหมุด เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ผมจะรอดูคำพิพากษาฉบับเต็มว่าเป็นอย่างไรบ้าง อย่างน้อย ๆ ความรุนแรงจากวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ มันบอกแล้วว่าถึงแม้จะทำให้ รู้สึกเหมือนว่าจะให้กลัว แต่มันไม่มีคนกลัว อย่างน้อย ๆ เป็นการแบ่งระหว่างฝ่ายอนุรักษ์ ซึ่งมีผู้สูงอายุกับฝ่ายเสรีนิยมซึ่งเป็นเด็ก เจนเอ็กซ์ (Gen X) เจนวาย (Gen Y) เจนแซด (Gen Z) มีการแบ่งแยกอย่างชัดเจน อย่างน้อย ๆ ตรงนี้เหมือนกับมีการชักธงรบว่า จากการ ใช้กฎหมาย ใช้อำนาจแข็ง ใช้กฎหมาย อาจจะถึงขั้นใช้อาวุธก็ใช้มาแล้วนะครับ มีการถูกยิง ไม่ว่าอาวุธอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งในการปราบปรามถามว่ามันเป็นเรื่องของความคิด ความรู้ ไปเปลี่ยนให้เขาคิดอย่างอื่นได้หรือ มีแต่มาก มันไม่ใช่เหมือนยุค ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ มีทีวี ๓ ๕ ๗ ๙ มีในส่วนของตัวหนังสือพิมพ์ไม่กี่ฉบับก็รับรู้ด้านเดียว แต่ตอนนี้ไม่ใช่ เด็ก ๆ ไม่มีใครที่สามารถไปคุยชักนำได้เลย เขาคิดได้ด้วยตัวเอง ผมเรียนว่าข้อแก้ไข รัฐธรรมนูญที่แก้ไข ไม่ว่าเป็นศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน มาจากการเมืองที่ชัดเจน เป็นธรรม ข้อแก้ไขที่มีการตรวจสอบเป็นการตั้ง เขาเรียกว่าผู้ตรวจการศาล ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา องค์กรอิสระ ผมคิดว่าสิ่งนี้หรือกองทัพเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ผมคิดว่าให้อำนาจสภา ซึ่งเป็นอำนาจประชาชนนั้นสามารถที่จะปลดให้พ้นจากตำแหน่งของประธานศาลฎีกา ศาลปกครอง ผู้พิพากษาศาลฎีกา ศาลปกครองต่าง ๆ โดยมีองค์คณะที่มีหลากหลาย และมีกระบวนการที่สามารถที่จะตรวจสอบได้ ไม่ใช่ปลดง่าย ๆ เป็นสิ่งที่ควรกระทำและให้ อำนาจประชาชนเหนือกว่าอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน สิ่งนี้ผมจึงวอนให้กับท่านสมาชิก ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล วุฒิสมาชิก ได้โปรดให้โอกาสประชาชนได้นำร่างนี้ผ่านวาระที่ ๑ ไปใช้ ไปพิจารณา อันไหนที่จะปรับเราไปปรับกันได้ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นทางออกประเทศ เพื่อจะให้มันเกิดวิกฤติทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นอันใกล้นี้ครับ