รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

พริษฐ์ วัชรสินธุ ชี้แจงเหตุผลที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกพิจารณาก่อนที่จะแก้ไขระบบเลือกตั้ง และเน้นย้ำว่าไม่ได้มีเจตนาแก้ไขระบบเลือกตั้ง พร้อมเสนอหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันปัญหาการบิดวิธีการคำนวณของ กกต. ที่ทำให้ผลเลือกตั้งพลิก

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้เสนอ

กราบเรียนประธานสภาและสมาชิกรัฐสภา ทุกท่านนะครับ ผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ชี้แจง ขอใช้เวลาไม่นานครับในการจะชี้แจงประเด็น ที่มีพูดถึงการอภิปรายเมื่อสักครู่เกี่ยวกับเรื่องของระบบเลือกตั้ง ความจริงประเด็นนี้ ก็เป็นประเด็นที่ผมได้ชี้แจงไปแล้วในรอบแรกที่มีการอธิบายถึงหลักการและเหตุผล แต่ก็อยากจะชี้แจงให้ชัดครบทุกประเด็น เพื่อที่ว่าท่านใดที่เตรียมอภิปรายเรื่องระบบเลือกตั้ง จะได้ประหยัดเวลาในส่วนนี้ได้นะครับ ผมมี ๔ ประเด็นคร่าว ๆ ครับ

ประเด็นแรก ถ้าเราลองลำดับเหตุการณ์ในการกำเนิดของร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับรีซูโลชัน (Re-solution) ที่กำลังถูกพิจารณาในวันนี้ ถ้าเราลำดับเหตุการณ์ เราจะเห็นว่าร่างที่เรามีการนำเสนอในวันนี้ถูกร่างขึ้นมาก่อนที่รัฐสภานั้นจะมีการพิจารณา แก้ไขเรื่องของระบบเลือกตั้งในวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ถ้าจะเอาวันที่ อย่างเป๊ะ ๆ เรามีการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราฉบับรีโซลูชัน (Re-solution) ขึ้นมา ในวันที่ ๑ เมษายน ต้องเดินทางมาถึงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ถึงจะมีการพิจารณาวาระที่ ๑ ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองเกี่ยวกับเรื่องระบบเลือกตั้ง วาระที่ ๒ ก็อยู่ที่ วันที่ ๒๔ สิงหาคม แล้วก็วาระที่ ๓ อยู่วันที่ ๑๐ กันยายน ฉะนั้นจะเห็นว่าดั้งเดิมเราร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญตรงนี้ขึ้นมาก่อนที่จะมีการพูดถึงประเด็นเรื่องของระบบเลือกตั้ง และในเมื่อ การร่างของเรามันจำเป็นที่จะต้องเขียนหมวดของรัฐสภา หรือว่าหมวดของสภาผู้แทนราษฎร ขึ้นมาใหม่ มันก็เลยจำเป็นต้องไปกระทบกับเรื่องตรงนี้

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าถ้าเราย้อนไปดูแม้กระทั่งตัวหลักการและเหตุผลที่เขียน ไว้ในร่างเราไม่ได้มีเจตนาที่จะไปแก้ไขระบบเลือกตั้ง เหตุผลที่เราตัดสินใจก๊อบปี้ หรือเอา ข้อความที่เป็นอยู่ในรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๖๐ มาแปะไว้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเรา ก็เพราะว่าเรามีหลักการว่าในการแก้ไขรายมาตราครั้งนี้ เรายังไม่ต้องการจะไปแตะเรื่องของ ระบบเลือกตั้ง เพราะว่าในมุมหนึ่งระบบเลือกตั้งอาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่เร่งด่วนที่สุดที่ต้อง ได้รับการแก้ไข เพราะอาจจะไม่ได้เป็นเครื่องมือที่ถูกใช้เป็นกลไกในการสืบทอดอำนาจ เท่ากับเรื่องอื่น ๆ ที่เรามีการแตะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวุฒิสภา เรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็องค์กรอิสระ แต่ในมุมที่ ๒ เราก็มองว่าในเมื่อระบบเลือกตั้ง แน่นอนครับ มันปฏิเสธ ไม่ได้ว่าการเปลี่ยนระบบเลือกตั้งจากแบบหนึ่งเป็นอีกแบบหนึ่งก็จะมีพรรคการเมืองที่อาจจะ ได้ประโยชน์ หรือว่าเสียประโยชน์ เราก็มองว่าทางออกที่น่าจะดีที่สุดในการให้คนมากำหนด ว่าประเทศเราควรใช้ระบบเลือกตั้งแบบไหน คือการที่เรามี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนทั่วประเทศ ที่จะมาถกเถียงแล้วก็กำหนดระบบเลือกตั้งในวาระนั้น เพราะฉะนั้นเจตนาของเราไม่ได้ต้องการมีการแก้ไขระบบเลือกตั้ง

ประเด็นที่ ๓ ในเมื่อลำดับเหตุการณ์เป็นเช่นนี้และในเมื่อเราไม่ได้มีเจตนา ที่จะแก้ไขระบบเลือกตั้ง แล้วก็ไม่ได้ใส่ไว้ในหลักการ หากว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านวาระที่ ๑ ไป เรื่องระบบเลือกตั้งสามารถเป็นสิ่งที่เราแก้ไขได้ในวาระที่ ๒ และอันนี้ ผมก็เป็นคำมั่นสัญญาที่ให้กับสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน หากว่าร่างแก้ไขเลือกตั้งปัจจุบันที่ เปลี่ยนจากบัตร ๑ ใบไปเป็นบัตร ๒ ใบ คำนวณคู่ขนานเหมือนกับปี ๒๕๔๐ ถูกลง พระปรมาภิไธยลงมา ก่อนที่จะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเราในวาระที่ ๒ เราก็ยินดีแก้ข้อความให้เหมือนกับร่างฉบับใหม่ทุกถ้อยคำ

ส่วนประเด็นสุดท้าย ผมก็ฝากทิ้งท้ายไว้ อย่างที่ท่านวีระกร ขออภัยที่เอ่ย นาม ได้กล่าวไว้ว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของระบบเลือกตั้งที่ถูกนำมาใช้ในการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ คือการตีความสูตรคำนวณของ กกต. ที่เป็นการบิดวิธีการคำนวณจนทำให้ผลเลือกตั้งพลิก จากหน้ามือเป็นหลังมือ ผมก็เห็นด้วยว่าตรงนี้เป็นปัญหาที่ร้ายแรง แล้วในเมื่อตรงนี้เป็น ปัญหา ผมยิ่งเห็นถึงความจำเป็นที่สมาชิกรัฐสภาทุกท่านนั้น จะต้องรับหลักการร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญรายมาตราของเราในวันนี้ เพราะว่าเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะไปแก้ประเด็น เรื่องที่มาของ กกต. แล้วกระบวนการสรรหา เพื่อให้มีความเป็นกลาง แล้วก็ยึดโยงกับ ประชาชนมากขึ้น เพื่อจะป้องกันให้ไม่มีบิดสูตรคำนวณบัญชีรายชื่อที่อาจจะไปเข้าทางฝ่าย ใดฝ่ายหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็ขอชี้แจงเรื่องประเด็นระบบเลือกตั้งไว้ประมาณนี้ แล้วก็หวังว่าจะ ชัดเจน ครบถ้วนทุกประเด็นครับ ขอบคุณครับ