สุทิน คลังแสง หารือร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอให้ยกเลิกวุฒิสภา โดยตั้งข้อสังเกตว่าการไม่ผ่านร่างดังกล่าวอาจเกิดจากผลประโยชน์ของ ส.ว. ที่ขัดขวาง พร้อมย้ำความสำคัญของการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการประชามติอย่างแท้จริง รวมถึงเรียกร้องให้มีการทบทวนยุทธศาสตร์ชาติและบทบาทขององค์กรอิสระ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและสร้างความเหลื่อมล้ำ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างอำนาจให้สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง
ท่านประธาน ครับ ผมเป็นครู ผมก็วิเคราะห์ทางจิตเท่านั้น ท่านก็บอกว่าทั้งที่รู้ว่าไม่ผ่านก็เสนอ จริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องชวนไปคิดว่าที่เขาวิจารณ์ว่าจะไม่ผ่านเพราะอะไร ที่สังคม วิจารณ์ว่าจะไม่ผ่านเพราะอะไร ลองทบทวนสิ เพราะคุณจะไปยุบ ส.ว. เพราะร่างนี้จะไปยุบ ส.ว. จะไปเหลือสภาเดียว ไม่มีทางผ่าน นี่คือเหตุผลมากที่สุดที่สังคมฟันธงว่าไม่ผ่าน แล้วถ้า เขาวิเคราะห์อย่างนี้เขาใช้ฐานคิดอะไร ท่านวิเคราะห์ต่อสิครับ ทำไมเขาถึงคิดว่าจะไม่ผ่าน เพราะเหตุผลก็คือฐานคิดว่ามันไปแตะผลประโยชน์เขาสิ ถ้าเขาบอกว่ามันไม่ผ่านหรอก เพราะเหตุผลไม่มี เพราะมันกระทบประชาชน กระทบอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ส.ว. เขาไม่ให้ผ่านแน่ อย่างนั้นฐานคิดเขาคิดบนเหตุและผล แต่ถ้าเขาบอกว่าไม่ผ่านแน่เพราะ คุณไปปลด ส.ว. ไปแตะผลประโยชน์เขาสิ แล้วมันก็ชัด นี่ผมไม่ได้เจตนานะ วันนี้ ๒ วัน วันนี้วันหนึ่งเต็ม ๆ ท่านประธานครับ หรือที่ผ่านมาก็แล้วแต่ ท่าน ส.ว. ท่านก็ขึ้นมาพูด ๘๐ เปอร์เซ็นต์ก็พูดเรื่องจะยกเลิก ส.ว. นี่แหละ มันมีธรรมเนียมปฏิบัติในการประชุมอยู่ ท่านก็รู้ ใครก็รู้ ถ้าวาระใดที่กระทบกับผลประโยชน์ของสมาชิกในที่ประชุม สมาชิกเขา ก็มักจะสงวนมารยาทโดยการออกจากห้องประชุม ก็ให้ที่ประชุมนั้นพิจารณาไปเสีย จะลงมติ อย่างไรก็ลง หรือฉันมีฉันก็มาลง แต่ฉันจะสงวนมารยาทโดยการไม่อภิปราย ไม่ปกป้องตัวเอง แล้ววันนี้ทั้งวัน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นมายันเรื่องไม่ให้ยกเลิกอย่างเดียว อันนี้ท่านต้องคิดนะครับ ถ้าชาวบ้านทั่วไปก็จะมองอย่างไร ก็เถียงอยู่ เถียงเป็น เถียงต่อ ฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ เหตุผลที่เรารับจริง ๆ วันนี้คือ ๑. ยืนยันเจตนาของเราว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เราคิดว่าใช้ไม่ได้ ต้องแก้ แก้โดยประชาชน เมื่อประชาชนมานั่งแก้ไม่ได้ ประชาชนเขายื่นมา รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราคิดว่าใช้ไม่ได้ ต้องแก้ แก้โดยประชาชน เมื่อประชาชนมานั่งแก้ไม่ได้ ประชาชนเขายื่นมาเราก็รับ และหัวหน้าพรรคผมพูดชัดเจน ท่านชลน่าน ศรีแก้ว พูดชัดว่า ถ้าผ่าน ถ้าตั้งกรรมาธิการในข้อบังคับไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามา หัวหน้าพรรคผมยังยืนยัน เจตนารมณ์ว่าอยากจะยกเลิก งดเว้นข้อบังคับนี้ ให้ประชาชนเข้ามานั่งเป็นกรรมาธิการด้วย นี่คืออยากให้ประชาชนเขามาเขียน เพราะฉะนั้นอันนี้ข้อที่ ๑ ที่เรายืนยันว่าเราต้องรับ ไม่มีอะไรอื่นไกล เราก็ยืนยันของเรามาอย่างนี้ตลอด แล้วใครคนไหนจะยื่นเข้ามาอีกถ้าเป็น ฉบับของประชาชนผมก็บอกเลยว่าผมรับ ก็มีคนบอกอีก แล้วรับได้อย่างไร คุณก็ไปรับบัตร ๒ ใบแล้ว ในร่างนี้เขาเอาบัตรใบเดียว คุณกลืนน้ำลายหรือเปล่า คุณขัดแย้งในตัวเอง หรือเปล่า ท่านประธานครับแม้เราจะรับร่างนี้นะครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะ เห็นดีเห็นงามหมดทุกเรื่อง เราก็มองเห็นว่ามีบางเรื่องที่มีจุดอ่อน มีบางเรื่องที่เป็น ข้อบกพร่อง มีบางเรื่องที่จะมีปัญหาในทางปฏิบัติ แต่เรามาบวกลบคูณหารกันแล้ว ดีมากกว่าไม่ดี เราก็รับสิ รับแล้วทำอย่างไรต่อ ที่ไม่ดีก็ไปว่ากันในวาระสอง จะไปตัด ไปทอน ไปแก้ตรงนั้น เพราะฉะนั้นนี่ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับทุกเรื่องนะครับ ท่านผู้เสนอหรือพวก ฝ่ายค้านเองไม่ใช่จะเห็นดีกันทุกเรื่อง บางเรื่องเราก็เห็นไม่ตรงกัน แต่วันนี้เป็นเรื่องของ ประชาชน รับ รับแล้วข้อท้วงติงทั้งหลายวันนี้ที่เพื่อนสมาชิกคุยกันมาทั้งวันพวกผมก็ฟัง ฟังแล้วจะไปแก้ บัตร ๒ ใบเป็นใบเดียวเราก็คิดว่ามันแก้ได้ แล้วก็อีกหลาย ๆ เรื่องที่จะไป แตะตรงนั้น ตัดตรงนี้ ไปแก้ว่าเราพูดอภิปรายกันวันนี้ประหนึ่งว่านี่เป็นวาระสามแล้วจะแก้ ไม่ได้ ไม่ใช่ พูดวันนี้เหมือนกับว่ามันไม่ได้แล้ว มันผิดตรงนั้นตรงนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ให้ผ่าน นี่มันไม่ใช่วาระสาม รับหลักการก็คือรับหลักการ ส่วนรายละเอียดไปว่ากันในวาระสอง แล้วยังมีโอกาสอีกวาระสาม แล้วยังมีโอกาสอีกคือประชามติโดยประชาชน เพราะฉะนั้น หลาย ๆ สิ่งซึ่งคุยกันวันนี้เราก็พิจารณานะครับท่านประธาน เพื่อนผมสมาชิกผมก็พูดกัน หมดแหละ โดยเฉพาะอำนาจของ ส.ว. ควรตัดไหมสภา ควรมีสภาเดียวหรือไม่ ผมก็พูด ไปแล้ว ทางท่าน ส.ว. ท่านก็บอกส่วนใหญ่ก็ไม่ควรตัด ควรมี ๒ สภา บางท่านก็บอกว่าแปลก ไม่แปลก โลกนี้ก็มีทั้ง ๑ สภา ๒ สภา ๓ สภาท่านบอกยังมีเลย ก็โอเค (OK) แต่สำคัญว่า ประเทศไทยควรจะมีกี่สภา ที่มาคุยกันควรจะมีกี่สภา แล้วทำไมจะต้องมีหนึ่งสภา ผมก็นั่งฟัง ผมก็คิดว่าแต่ไหนแต่ไรมามันก็มีสอง แต่ไม่ใช่แปลกหรอก ต้น ๆ สมัยแรก ๆ ตอน เปลี่ยนแปลงการปกครองก็ ๑ สภา แต่หลัง ๆ มาก็มี ๒ สภา แต่วันนี้พอจะเป็นสภาเดียว ตอนแรกผมก็ไม่เห็นด้วยนะ แต่พอดูไปดูมาจริง ๆ แล้วมันมีที่ไปที่มา มันมีเหตุผลอยู่ เหตุผล อย่างไรครับ เหตุผลก็คือว่าในโลกนี้มันไม่มีอะไรจะต้องยึดติด โลกมันเปลี่ยน สถานการณ์ มันเปลี่ยน มันก็ต้องเปลี่ยน เปลี่ยนอย่างไรครับ ก็แรกเริ่มเดิมทีเขาเรียกสภาสูงสภาต่ำ ประชาชนคนไทยเราก็มองว่ายังไม่มีความรู้ ยังขาดประสบการณ์ ไปเลือก ส.ส. มาอาจจะได้ ส.ส. ที่ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ จำเป็นต้องมีสภาสูง สภาสูงต้องคัดเอาคนที่มีคุณวุฒิ วัยวุฒิและประสบการณ์ ชอบ ถูกต้องในยุคนั้น แต่พอยุคหลัง ๆ มาแล้วนี้ พอมันเปลี่ยนแล้ว วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ลองมาเช็ควัยวุฒิ คุณวุฒิสิครับว่าสภาผู้แทนราษฎรกับ วุฒิสภาวันนี้ เช็ควุฒิการศึกษาก่อน ใครเป็นใคร แล้วเช็ควุฒิภาวะสิครับ ก็ใครเป็นใคร วันนี้ ถ้าแนะนำตัวว่าสมาชิกวุฒิสภา ให้ประชาชนทางบ้านดูนะ เอาบัตรหน้าอกออกนะ แยกออก ไหมว่าใครเป็น ส.ส. ใครเป็น ส.ว. บางคน อบต. ด้วยซ้ำไป ถ้าดูลีลา ดูจังหวะ เพราะฉะนั้น เมื่อโลกมัน เมื่อวุฒิมันเปลี่ยน เมื่อประชาชนไม่โง่แล้ว วันนี้เลือกใครเข้ามาก็วุฒิเท่ากัน คุณวุฒิเท่ากัน วุฒิภาวะไม่ต่างกัน ข้อนี้จึงไม่จำเป็นต้องเป็นข้ออ้างในการมีสภาสูงอีกแล้ว และประการต่อมาอาจจะเป็นกรณีเฉพาะประเทศไทยนะครับ ไปอ้างที่อื่นไม่ได้ ส.ว. นี่โดยหลักการทั่วโลก กรองกฎหมาย ถ่วงดุล ตรวจสอบรัฐบาล นี่คือหลักการทั่วโลก ส.ว. นี่โดยหลักการทั่วโลก กรองกฎหมาย ถ่วงดุล ตรวจสอบรัฐบาล นี่คือหลักการทั่วโลก และไทยก็เขียนไว้อย่างนั้นด้วย แต่เอาเข้าจริง ๆ เป็นอย่างนั้นหรือไม่ล่ะ ถ้ายังทำหน้าที่นั้นได้ ดีก็คงไว้ ถ้าไม่ได้ทำหน้าที่นั้นเลย หรือกลับตรงกันข้ามมันก็ชอบที่จะไม่มียุบเสีย ท่านประธานที่เคารพครับ ย้อนกลับไปไม่ใช่เฉพาะชุดนี้ให้ความเป็นธรรมนะ รัฐบาลก่อน ๆ เขาตั้ง ส.ว. ก็ผู้ทรงคุณวุฒิจริงจากกองทัพนั้นกองทัพนี้ จากอธิบดีกรมนั้นมานั่งเต็ม ท่านนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งก็บอกว่าชุดนั้นต้องมีคุณวุฒิวัยวุฒิ แล้วถามจริง ๆ ถ่วงดุลกับ รัฐบาลไหม นี่ว่ากันมาตั้งแต่อดีตเลยนะ ให้ความเป็นธรรมกับชุดนี้นะ ไม่ใช่เพิ่งมีนะ เมื่อก่อน นั้นค้ำรัฐบาลอย่างเดียวรู้กันทั้งโลก ส.ว. เราตั้งแต่ประวัติศาสตร์มาไม่ได้ทำหน้าที่ในการ ถ่วงดุลรัฐบาล ถ่วงดุลอะไรหรอก ก็มาค้ำรัฐบาล แล้วตอนนี้ชัดเจน เพราะฉะนั้นหลายท่าน วันนี้ขึ้นมาพูดว่าเรากล่าวหา เราด่า เราโขก เราสับ ท่านครับ ผมเคยพูดตรงนี้ ไปเปิดเทปดู คลิป (Clip) ดูผมมีว่อนเลย ผมบอกว่าผมชื่นชมเคารพนับถือท่าน ส.ว. หลายท่าน เยอะ ท่านมีเกียรติยศ เกียรติภูมิรับใช้ชาติมานาน แต่ผมเห็นใจท่าน ท่านดันมาเกิดกับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เอง กระบวนการสรรหาเขาไม่ยอมรับ โลกไม่รับ ประชาชนไม่รับ พอท่านมาเกิด และที่มาท่านมาอย่างนี้เกียรติภูมิท่านก็ลดลงแล้ว ผมก็พูดตรงนี้นะ ด้วยความเห็นใจนะ แล้วยิ่งพอมาปฏิบัติหน้าที่ปั๊บมันก็กัมมุนาวัตตะตีโลโกสิ ทำอะไรไว้คนสังคมรู้ เพราะฉะนั้น สัตว์โลกก็เป็นไปตามกรรม แล้วถามว่าที่พวกผมโขก ผมสับวันนี้ที่ว่ากันมาทั้งวันจริง ๆ เราก็ พูดด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ถามว่าพวกเราพูดเฉพาะเราไหม เกินจริงไหมที่บอกว่า ส.วง ไม่ควรมี ส.ว. สืบทอดอำนาจ ส.ว. เป็นอะไร ท่านไปดูสังคมสิ ผู้แทนราษฎรพวกผมยึดหลักนะ ผู้แทนราษฎรเป็นเงาสะท้อนประชาชน ท่านไปดูโซเชียลสิ (Social) ท่านไปดูโพล (Poll) ทุก โพล (Poll) สิ ท่านไปดูงานวิจัยสิ มีกี่เปอร์เซ็นต์ที่อยากให้ ส.ว. อยู่ต่อ มีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ปลื้ม กับผลงานของท่าน ส.ว. เราคิดว่าเราพูดสอดคล้องกับประชาชนและสังคมนะ ถ้าสังคมยังชม ท่านตรึม ตรึม ตรึม แล้วพวกเรามาด่าท่านหรือพวกเรามาโขกมาสับท่านอย่างนั้นสิเราแกล้ง ท่าน เราอคติหรือเราจงเกลียดจงชังท่าน ท่านเปิดใจกว้างแล้วดูสังคมเขาสิ ง่ายนิดเดียว สมัยทุกวันนี้ไม่ต้องไปส่องกระจกหรอกเปิดเข้าไปในเฟซบุ๊ก (Facebook) เข้าไปในอะไร ก็ตามเขามองท่านไม่ดี เขาไม่ปลื้ม ตรงนี้อย่างไรที่พวกผมบอก เพราะฉะนั้นท่านอย่าคิดว่า พวกผมมโนหรือคิดอคติแล้วต่อว่าท่านฝ่ายเดียวเลย เพราะฉะนั้นเราก็เลยคิดว่าด้วยเหตุผล ทั้งหลายทั้งปวงเรามาทบทวนดีไหมว่า อาจจะต้องมีสภาเดียว แล้วโลกมันเปลี่ยนนะท่าน ประธานครับต้องยอมรับนะ อย่าว่าแต่เหลือสภาเดียวนะในอนาคตอาจจะไม่มีสักสภาเลยนะ ผมนั่งคิดไปโลกทำไมเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้นะ ระบบโซเชียล (Social) ระบบสังคม มันขนาดนี้นะ มันโหด มันแสดงมติผ่านกฎนิดเดียวมันออกมาบนจอ ในอนาคตอาจจะเป็น ไดเร็ค ดิมอร์เครซี (Direct democracy) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยก็ได้คืออย่างไร จะโหวต กฎหมายแต่ละฉบับอาจจะมีการสร้างระบบกดกันทั้งบ้านเลย เอาแล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน หรือไม่ผ่านทุกวันนี้คนมีโทรศัพท์หมด ในอนาคต ๑๐ ปีอาจจะมีคนออกแบบระบบไม่ต้องมี สภาผู้แทนราษฎร ไม่ต้องมีสักสภาเลย อยากรู้ว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านไหม ประชาชนทางบ้าน กดเลยมันมาขึ้นหน้าจอที่สภาไม่ต้องมีคนมากินเงินเดือนเลย อย่างนี้มันก็เป็นไปได้อย่าไป ติดยึด ผมเองก็เหมือนกันวันหนึ่งถ้าเขาบอกว่าไม่ต้องมีสภาผู้แทนราษฎรแล้วกลับบ้านเถอะ เขาจะใช้ระบบ ไดเร็ค (Direct) ชาวบ้านกดบัตรโดยตรงเลยโหวตมาจากบ้านเลยเราก็ต้อง ยอมรับ นี่คือเหตุผลในการที่จะมีสภาเดียว หรือไม่มีสภาเดียวเลยก็ต้องรอเถอะมันเป็นไปได้ ทั้งนั้น
อันต่อมาก็คือเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ นี่พูดกันเยอะ ยุทธศาสตร์ชาติถามว่า จำเป็นต้องมีไหม จำเป็น ผมตอบเลย ประเทศหรือองค์กรใดก็แล้วแต่มันจะพัฒนาองค์กร จะเดินไปต้องมียุทธศาสตร์ หลักการนี้ถูกต้อง เมื่อก่อนก็มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นั่นละ แต่ว่า ก่อนจะเดินไปต้องมียุทธศาสตร์หลักการนี้ถูกต้อง เมื่อก่อนก็มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ถ้าหากว่าการมียุทธศาสตร์ชาติถูกนำมาใช้เพื่อการอื่น เป็นผลร้าย มากกว่า ผลดี เช่น เป็นช่องว่าง เป็นหนทางให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่เสมอภาค คนกลุ่มหนึ่ง มานั่งเขียนยุทธศาสตร์อีกคนกลุ่มหนึ่งไม่ได้มาเขียน แล้วออกมามันเป็นผลร้าย อย่างนี้ผมว่า ไม่ควรเอาไว้ เรามาเบียดเบียนบิดเบือนมา เอาไว้แล้วมันเป็นโทษก็ไม่จำเป็นต้องลอกแบบ ประเทศอื่น ก็เพราะมีนี้หรือเปล่า ท่านประธานครับ ความเหลื่อมล้ำมันจึงสูงขึ้น ๆ ก็มันมอง ไปแล้วก็มันเริ่มต้นจากคนไปนั่งเขียน คนเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อนผมพูดแล้ว ชาวบ้านไม่ได้ไปนั่งหรอก เพราะฉะนั้นถ้ามันเป็นแบบนี้ ผมว่ายกเลิกหรือถ้ายังมีประโยชน์ ๒๐ ปี มันนานไปไหม โลกมันเปลี่ยนเร็วขนาดนี้ ก่อน ๒ ปีที่แล้วไม่มีโควิด (COVID) แผนมันก็เป็นแบบนี้พอมี โควิด (COVID) มาปั๊บ นิว นอร์มอล (New Normal) แผนเปลี่ยน ทันไหม ถ้าไม่เปลี่ยนมันก็เป็นอุปสรรค ถ้าเป็นอุปสรรคยกเลิกมันเสีย หรือถ้าไม่ยกเลิกเอา ออกจากรัฐธรรมนูญแล้ว ไปเขียนในกฎหมายอื่นเอาไว้ที่อื่นก็ได้ ถ้าเอาไว้ในรัฐธรรม มันทื่อ มันแก้ยาก มันปรับยาก เอาไปไว้ที่อื่น ออกเป็นกฎหมายเฉพาะตัวมันก็ได้ ไม่จำเป็นต้อง บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ นี่คือเหตุผลหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าควรต้องยกเลิกหรือย้ายมันออก หรือปรับมันใหม่
เรื่องต่อมา ก็เป็นเรื่องขององค์กรอิสระก็พูดกันเยอะว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ร่างนี้ไปแทรกแซงจริง ๆ ผู้ชี้แจงท่านปิยบุตร ชี้แจงชัดเจนมาก แต่ผมชี้แจงแบบลูกทุ่ง ๆ นิดหน่อยท่านประธานในทางปฏิบัติ วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็ดี ศาลปกครองก็ตาม ป.ป.ช. ก็ตามที่เราปกป้องว่าจะเอา ส.ส. ไปนั่ง เอาใครไปนั่งอย่าไปแทรกแซงกลัวไปแทรกแซง ถามจริง ๆ ท่านไปถามประชาชนวันนี้ว่าที่เป็นอยู่วันนี้ มีใครแทรกแซงไหม มีใครเชื่อไหมว่า ไม่ถูกแทรกแซง มีใครเชื่อไหมว่าวันนี้องค์กรเหล่านี้ไม่ถูกแทรกแซง แทรกแซงโดยใคร เท่านั้น แล้วเขารู้ไหม รู้ด้วยผมว่า เพราะฉะนั้นผมยังมองอีกคนละแบบกับอาจารย์ ปิยบุตร อาจารย์ปิยบุตรมีหลักการ ดี แต่ผมมองแบบลูกทุ่งนิดหนึ่ง ถ้าไหน ๆ ก็ยัง มีการแทรกแซงแล้ว ตั้ง ส.ส. เข้าไปนั่งในนั่นเสียเลย มันจะได้ไปถ่วงดุลตรวจสอบไม่ให้ แทรกแซงฝ่ายเดียว ขอแทรกแซงบ้าง เพราะฉะนั้นต้องคิดอีกมุมหนึ่งก็คือ อย่างไร ร ๒/๒๕๖๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) นวพร ๑๘๙/๒ ก็แทรกแซงอยู่แล้ว ตั้งเข้าไปมันจะได้ไม่แทรกแซงได้ ถ่วงดุลกันไปเลย ง่าย ๆ เลย ท่านประธานครับ แล้วอะไรอีก แล้วก็มาถึงเรื่องที่พูดคุยกันว่า ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เรื่องของการยกเลิก แล้วพูดกันบ่อย ๆ มาก ก็คือ อำนาจ ส.ว. วกกันมาอีกครั้งหนึ่ง ๆ หรือสภา ผมกราบเรียนว่า เราเองถ้าเราไม่พูด สภาผู้แทนราษฎรไม่พูด มัวแต่เกรงใจกัน มัวแต่ให้เกียรติกัน แล้วใครจะพูดประชาชนเขามาพูดได้ไหม เขามาพูดไม่ได้ มาพูดไม่ได้ เราก็ต้องพูด เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ไม่มาก เพียงประเด็นเดียวผมคิดว่า ชอบธรรมที่จะรับก็คือ ด้วยความเคารพต่อ ๑๖ ล้านเสียง และอาณัติสัญญาที่รับมาจากประชาชนตอนเลือกตั้ง เราวันนี้จึงขอบคุณคนที่เสนอร่างนี้เข้ามา แล้วด้วยความเคารพจึงต้องรับหลักการนี้ เพื่อส่งต่อไปยังวาระ ๒ ผ่านไปยังวาระ ๓ แล้ว มุ่งหวังที่สุดจุดหมายปลายทางอยากให้ไปถึงมือประชาชนไม่เฉพาะ ๑๖ ล้านเสียง คราวนี้ ๑๕ ๑๖ ล้านชีวิตเลย
ประการสุดท้ายที่สุด ถ้าทุกคนเราพูดขึ้นมาก็คือ เคารพประชาชน นับถือ ประชาชนคนที่มาจากประชาชนวันนี้ก็เคารพ คนที่ไม่ได้มาจากประชาชนก็พูดว่า เคารพ ถ้าเคารพประชาชน กฎหมายประชาชนทุกฉบับในรัฐบาล ไม่ได้มาจากประชาชนก็พูดว่าเคารพ ถ้าเคารพประชาชนกฎหมายประชาชนทุกฉบับ ในรัฐบาลชุดนี้ตกหมด ตกวาระแรกด้วยไม่บรรจุก็เยอะเข้ามาก็ตกวาระแรกด้วย ถ้าจะขอสัก ฉบับโดยเฉพาะฉบับที่มันสำคัญคือรัฐธรรมนูญผ่านเข้าไปคุยกันแบบน้ำใจนี่ละ ถ้าเราจะให้ โอกาสเขาผ่านเข้าไปแล้ว ไปพิจารณาในวาระ ๒ ถ้ามันไม่ดีจริง ๆ มันแก้ไม่ไหวจริง ๆ วาระ ๓ ก็จะให้ตกก็ตกกับเราปิดโอกาสเขาเลยตั้งแต่ฉบับวาระแรก เรามีน้ำใจกับเขาไหม เราเคารพเขาจริงไหม แล้วจะไหลเลยไปจนถึงผ่านวาระ ๓ ลงประชามติไป มันเสียหายอะไร แล้วยิ่งดีเสียอีกก็คือนั่นละ คือการไปเคารพแทบเท้าประชาชน ๖๕ ล้านชีวิตให้เขาลง ประชามติกันจึงกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ ด้วยเวลาที่จำกัดเท่านี้ครับสวัสดี ขอบพระคุณครับ