ปิยบุตร ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญ ยกเลิกวุฒิสภา-ปฏิรูปองค์กรอิสระ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ปิยบุตร แสงกนกกุล ชี้แจงเจตนารมณ์ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มุ่งปรับสมดุลระบบการเมืองให้เป็นธรรมและคืนความปกติให้แก่การเมืองไทยที่ผิดเพี้ยนมาเกือบสองทศวรรษ โดยเสนอแก้ไขหลักการสำคัญ เช่น การยกเลิกวุฒิสภาเพื่อกำหนดให้มีสภาเดียว การปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระให้เป็นกลางและมีการตรวจสอบถ่วงดุลได้ รวมถึงการลบบทบัญญัติที่คุ้มครองการรัฐประหารและประกาศนิรโทษกรรมรัฐประหาร พร้อมย้ำว่าเป็นกระบวนการสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและเป็นกลางมากขึ้น ไม่ใช่การล้มล้างระบอบ ขณะเดียวกันเรียกร้องให้ยุทธศาสตร์ชาติอยู่ภายใต้การกำหนดของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้เสนอ

เรียนท่านประธานวุฒิสภาในฐานะรอง ประธานรัฐสภาและประธานในที่ประชุมครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทุกท่านทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและมาจากการแต่งตั้ง ทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ สิ่งที่ท่านอภิปรายมาทั้งหมดเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวภาค ประชาชนที่เสนอร่างเข้ามาเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้าน และต้อง ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ประจำรัฐสภาทุกท่านที่ต้องอดตาหลับขับตานอนจนข้ามวันข้ามคืน แบบนี้ ท่านประธานครับ กระบวนการในวันนี้คือการสร้างประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เข้าชื่อการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันก็เป็นกระบวนการที่นำความต้องการเสียงเรียกร้องของประชาชนที่อยู่ ด้านนอกของสภาเข้ามาถกเถียงอภิปรายกันในสภากันในสถาบันการเมืองตามระบบตาม ครรลองอย่างมีอารยะ หลายความเห็นของเพื่อนสมาชิกนั้นเป็นประโยชน์มากครับ ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยก็จะเป็นผู้ฟังและนำไปชั่งน้ำหนักเหตุผลว่าเหตุผล ร ๒/๒๕๖๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) รภัสสา ๑๙๐/๒ ของใครฟังได้เหตุผลของใครฟังไม่ขึ้น ก่อนการประชุมรัฐสภาในวันนี้ครับท่านประธาน ผมถูกกล่าวหาพวกเราคณะรณรงค์เรื่องร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมถูกกล่าวหามาสารพัด อย่างครับ มาวันนี้มาในที่ประชุมก็ถูกกล่าวหาบางท่านก็กล่าวตรง ๆ บางท่านก็กล่าวอ้อม ๆ แล้วก็ใช้วิธีการถอนคำพูดเป็นครั้งคราวไป ไม่เป็นไรครับส่วนตัวผมเองยึดถือคติมาโดยตลอด ครับว่า เมื่อเราเป็นบุคคลสาธารณะก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิด่าทอติเตียนได้อย่างเสมอ หากเราต้องการให้ใครสรรเสริญเรา หากใครต้องการให้ใครเคารพเรา เราจำเป็นต้องให้มีคน วิพากษ์วิจารณ์เสียก่อนครับ ดังนั้นผมจึงไม่ถือสาแต่ประการใดไม่เคยคิดที่จะฟ้อง หมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นใคร ทั้ง ๆ ที่หลายเรื่องเข้าเหตุทั้งสิ้น เพราะว่าการฟ้องหมิ่น ประมาทดูหมิ่นต่าง ๆ นั้นก็จะเป็นการปิดปากคนที่วิพากษ์วิจารณ์เรานั่นเอง ท่านประธาน ครับเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กังวลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้แล้วก็ตั้ง ฉายาต่าง ๆ นานา บ้างว่ารวมศูนย์อำนาจ บ้างว่าบั่นทอนบ้างว่าควบคุม บ้างว่าล่วงเกิน ล่วงล้ำล้วงลูกลงเหว บ้างก็บอกว่ายกร่างกันมาด้วยความเกลียดความโกรธความกลัว และความเกิน ผมยืนยันกับท่านประธานครับว่า บอกว่ายกร่างกันมาด้วยความเกลียดความโกรธความกลัวและความเกิน ผมยืนยันกับท่าน ประธานครับว่า ร่างฉบับนี้ไม่ได้มีลักษณะแบบที่ท่านตั้งสมญานามมาแต่ประการใดครับ ตรงกันข้ามครับ การอภิปรายในบางท่านอาจจะสะท้อนทัศนคติของการเกลียดนักการเมือง จากการเลือกตั้งมากจนเกินไป สะท้อนทัศนคติของความโกรธที่ร่างแบบนี้เข้ามาสภาได้ อย่างไร ประชาชนเข้าชื่อมาแสนกว่าคนได้อย่างไร อาจจะมาจากกลัวที่ตนเองอาจจะต้อง สูญเสียอำนาจลงไปบ้าง อาจจะมาจากเกินครับ คิดเกินไปหมดครับว่าคนเสนอร่างต่าง ๆ เหล่านี้ว่าประชาชนที่เขาเสนอร่างเหล่านี้มีความไม่สุจริตต้องการจะมาล้มล้าง ต้องการจะมา ปั่นป่วน แต่จริง ๆ แล้วท่านประธานครับ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ยกร่างขึ้นมา จากสมมติฐานที่ว่าระบบรัฐธรรมนูญไทยและระบบการเมืองการปกครองของประเทศไทย ผิดเพี้ยนไปจากระบบปกติเฉไฉออกจากลู่ทางประชาธิปไตยมากขึ้น มากขึ้น นับตั้งแต่ รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ดังนั้น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงมีความต้องการเพียงแต่จะปรับปรุงให้เข้าสู่จุดสมดุลมากยิ่งขึ้น เท่านั้นเอง ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องสุดโต่งแต่ประการใดครับ ท่านประธาน แต่เป็นเพียงประการที่ ๑ นิวทรัลไลท์เซชัน (Neutralization) หรือการทำให้ กลับมาเป็นกลางครับ กติกาที่มันเอียงทำให้ฝักฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์มากกว่าอีกฝักฝ่ายหนึ่ง จะกลับมาเป็นกลางมากขึ้นแล้วแข่งขันกันอย่างเสรีและเป็นธรรมภายใต้กติกานี้ร่วมกัน

ประการที่ ๒ นอร์มอลไลท์เซชัน (Normalization) หรือคืนความปกติครับ เราอยู่กับรัฐธรรมนูญที่ผิดปกติ เราอยู่กับระบบการเมืองที่ผิดเพี้ยนมานานเกือบ ๒ ทศวรรษ แล้วครับ ดังนั้นร่างฉบับนี้คือการคืนความปกติให้กับสังคมการเมืองไทย หากจะมีสมาชิก ท่านใดคิดว่าร่างฉบับนี้สุดโต่งนั่นอาจเป็นเพราะว่าท่านใส่แว่นสายตาที่สุดโต่งของอีก ข้างหนึ่งครับ เมื่อท่านใส่แว่นสายตาที่สุดโต่งของอีกข้างหนึ่งครับ เมื่อท่านใส่แว่นสายตาที่สุด โต่งของอีกข้างหนึ่งมองมาในร่างนี้ซึ่งเป็นความปกติ ท่านจึงมองว่ามันสุดโต่งไปอีกทางหนึ่ง

ท่านประธานครับ ร่างฉบับนี้ต้องการมุ่งแก้ไขใน ๔ ประเด็นหลัก ท่านอาจจะ ไม่พออกไม่พอใจกับคำว่า รื้อ ล้าง โละ เลิก ต่าง ๆ แต่ท่านประธานครับ นั่นเป็นเพียงคำ กิมมิก (Gimmick) เพื่อใช้ในการรณรงค์เท่านั้น เวลาเราจะรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนมาลง ร ๒/๒๕๖๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ธนัชญา ๑๙๑/๒ ชื่อต่างๆก็ต้องมีการประชาสัมพันธ์การรณรงค์ต่าง ๆ แต่ถ้าหากดูในรัฐธรรมนูญตัวบทใน รายละเอียดก็จะไม่ได้พบคำในลักษณะที่ท่านกังวลแต่อย่างใด เราพูดกันถึง ๔ ประเด็นครับ

ประเด็นที่ ๑ คือเราเสนอให้ยกเลิกวุฒิสภาและเป็นสภาเดี่ยว ด้วยเหตุผลที่ว่า ระบบรัฐสภาไม่จำเป็นครับว่าต้องมี ๒ สภา เป็นสภาเดียวก็ได้ แต่ถ้าเราอยากจะมี ๒ สภา ต้องตั้งคำถามก่อนครับว่าทำไมต้องมี ๒ สภา ทั่วโลกใบนี้ของประเทศที่มี ๒ สภา มีเหตุผล ๒ ข้อเท่านั้นครับ ๑. คือเหตุผลทางประวัติศาสตร์ เช่น ประเทศอังกฤษ ๒. คือเรื่องของ โครงสร้างของรัฐ ถ้าประเทศใดเป็นสหพันธรัฐเขาจะมี ๒ สภาเสมอครับ เพื่อจะให้วุฒิสภา เป็นตัวแทนของมลรัฐอย่างเท่าเทียมกันในการใช้อำนาจนิติบัญญัติของระดับสหพันธรัฐ ตัวอย่างนี้ก็พบกันในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเยอรมนี

ทีนี้ถ้าหากตั้งขึ้นมาแล้วก็ต้องมาถามต่อครับจะให้วุฒิสภาทำอะไร ถ้าต้องมี อำนาจมาก็ต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่ถ้ามีอำนาจน้อยก็มาจากการเลือกตั้งโดยอ้อมหรือ มาจากแต่งตั้งก็พอยอมรับได้ ทั้งหลายทั้งปวงที่ผมพูดไปประเทศไทยไม่มีเรื่องเหล่านี้เลยครับ แต่การเกิดขึ้นของสภาที่ ๒ ในประเทศไทย นับตั้งแต่ ๒๔๘๙ ต่อเนื่องมา ๒๔๙๐ จนถึง ปัจจุบัน มันสัมพันธ์กับเรื่องของการสืบทอดอำนาจอยู่ครับ วุฒิสภาหลายครั้งตั้งแต่ปี ๒๔๙๐ ๒๔๙๒ ๒๕๑๑ จนมาถึง ๒๕๑๗ ๒๕๒๑ ๒๕๓๔ ๒๕๕๐ และ ๒๕๖๐ ถูกออกแบบมาเพื่อ การสืบทอดอำนาจของคนที่ยึดอำนาจมาก่อนหน้านั้นครับ ทั้งหลายทั้งปวงจึงเป็นเหตุผลว่า ณ วันนี้เราควรจะต้องมีข้อเสนอที่เสนอให้ยกเลิกวุฒิสภาได้แล้ว ท่านอาจจะไม่เห็นด้วย ไม่เป็นไรครับ แต่อย่างน้อยข้อเสนอนี้ก็จะได้ถูกถกเถียงถูกอภิปรายและถูกประเมิน ความเหมาะสมว่า ณ เวลานี้ประเทศไทยเหมาะสมที่จะมีสภาเดี่ยวแล้วหรือยัง

ประเด็นถัดไปครับ เรื่องของการปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ผมยืนยันตรงนี้อีกครั้งครับว่า สิ่งที่เราออกแบบมาทั้งหมดมิใช่การแทรกแซง แต่เป็นเพียงการ ตรวจสอบถ่วงดุลและแก้ไขปัญหาที่มีอยู่เดิมตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ๒๕๕๐ ๒๕๖๐ ใช้ต่อเนื่องกันมา หากร่างนี้ผ่าน แต่เป็นเพียงการตรวจสอบถ่วงดุล และแก้ไขปัญหา ที่มีอยู่เดิม ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๖๐ ใช้ต่อเนื่องกันมา หากร่างนี้ผ่าน เราจะได้ระบบการตรวจสอบที่เป็นกลางและเป็นอิสระ มีประสิทธิภาพ พร้อมกับมีความชอบ ธรรมทางประชาธิปไตย

ประการที่ ๓ เรื่องของการลบล้างผลพวงรัฐประหารและการป้องกัน รัฐประหารครับท่านประธาน ผมยืนยันตรงนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านเข้าใจผิดเราไม่ได้ไป ยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ทุกฉบับ เราไมได้บอกว่าสิ่งใด ๆ ที่ คสช. ทำมาเสียไปหมด สิ่งใด ๆ ที่ สนช. ทำมาเสียไปหมด การยกเลิกมาตรา ๒๗๙ มีความหมายแต่เพียงว่า บรรดาประกาศคำสั่ง คสช. ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ รับรองเอาไว้ว่าให้ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ตลอดกาลนั้น ให้ยกความคุ้มครองตรงนี้ออกไปเท่านั้นเอง ประกาศ คำสั่ง คสช. ก็ยังอยู่ครับ พระราชบัญญัติที่ สนช. ตรามาก็ยังอยู่ครับ เพียงแต่ว่าบุคคล ทั้งหลายสามารถใช้สิทธิโต้แย้งได้ว่า ประกาศคำสั่งเหล่านี้มันขัดรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ หรือไม่ พระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่ สนช. ตรามาขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร ดังนั้นจึงยืนยันครับ ว่าไม่ได้ไปกวาดล้างสิ่งที่รัฐประหารทำมา เพียงแต่ทำให้มันมาสู่ระบบปกติครับ ให้หลักความ เป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญบังเกิดขึ้นได้จริง อีกเรื่องหนึ่งครับเรื่องเกี่ยวกับการ ประกาศให้การนิรโทษกรรมการรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นโมฆะ เรื่องนี้ผมก็ไม่ได้คิดเองนะครับ ผมก็ไปดูประเทศบ้านอื่นเมืองอื่นที่เขาหยุดการรัฐประหารได้ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นตุรกี ไม่ว่าจะเป็นกรีซ พวกนี้เขาเคย มีรัฐประหารเกิดขึ้น เขามีอำนาจเผด็จการมาเยี่ยมมาเยือนเป็นบางครั้งบางคราว แต่เขาหยุด มันได้ด้วยวิธีแบบนี้ ผมยกร่างขึ้นมาก็ด้วยความปรารถนาดี ก็เราไม่อยากเห็นรัฐประหารครับ ดังนั้นวิธีคิดก็ง่าย ๆ ครับ ถ้าคนทำรัฐประหารถูกดำเนินคดี ก็จะไม่มีใครกล้าทำรัฐประหาร อีกเลยสั้น ๆ ง่ายเพียงเท่านี้ครับ ท่านประธานครับส่วนบทบัญญัติต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิก อาจจะบอกเขียนไปทำไม ฉีกรัฐธรรมนูญก็จบ ผมยืนยันแบบนี้ครับใช่ครับมันอาจจะ ร ๒/๒๕๖๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) จินตนา ๑๙๒/๒ เมื่อฉีกรัฐธรรมนูญเสร็จก็จบ แต่อย่างน้อยนี่คือเชื้อมูลที่อยู่ในรัฐธรรมนูญของประเทศไทย มาแล้ว อย่างน้อยที่สุดมันมีวัตถุ มันมีตัวบทที่เคยปักลงไปอยู่ในรัฐธรรมนูญแล้ว ในวันหน้า ถ้าหากเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้น ผมเชื่อว่าองค์กรที่ใช้และตีความรัฐธรรมนูญ ก็จะหยิบยืม บทบัญญัติในอดีตเหล่านี้ มาใช้ผ่านหลักการปกครองทั่วไป หลักกฎหมายทั่วไป หลักการ พื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อหยุดยั้งรัฐประหาร ก็ได้มันเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ทำให้องค์กรผู้ใช้กฎหมายได้เอาไปใช้ยันกับรัฐประหาร และถ้าวันใดก็ตามที่ประเทศไทยไม่มีรัฐประหารอีกเลย บทบัญญัติเหล่านี้ก็เป็นเพียง สัญลักษณ์ เป็นอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ให้คนได้รับความทรงจำว่าครั้งหนึ่งประเทศนี้ เคยมีรัฐประหารบ่อยครั้ง และเราหยุดมันได้แล้วเหมือนดังที่ประเทศกรีซเขาเขียนกัน ก็ยังมีบทบัญญัติแบบนี้อยู่ครับ แต่มันไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีกแล้วครับ ก็เป็นอนุสรณ์ที่อยู่ ในรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง สุดท้ายครับเรื่องของการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูป ประเทศเรายืนยันครับว่ายุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศเป็นสิ่งจำเป็น เพียงแต่เรา เห็นว่าควรให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนทำ และพวกเขาก็คงไม่ได้ทำกันเอง หรอกครับ มีข้าราชการ มีเทคโนแครต (Technocrats) มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถ จากหลากหลายกระทรวง จากหลากหลายส่วนราชการเข้ามาช่วยกันทำอยู่แล้ว แต่ให้รัฐบาล จากการเลือกตั้งเขาได้ทำ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายต่าง ๆ ที่เขาไปรณรงค์หาเสียง เลือกตั้งและมันก็ยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลสมัย ท่านประธานครับตลอดการประชุม วันนี้เราได้ยินสมาชิกหลายท่านพูดว่าข้อเสนอต่าง ๆ จะต้องประนีประนอม จะต้องคุยกัน จะต้องเอามาพูดคุยกัน นี่ครับร่างนี้ละครับคือความพยายามของการประนีประนอม ร่างนี้คือ ความพยายามที่จะนำสิ่งที่อยู่ข้างนอกสภา เสียงเรียกร้องที่อยู่ข้างนอกสภา เข้ามาพูดกัน ในสภาตามกลไกของสภา แต่เมื่อเอาเข้ามาเราก็ได้รับคำถามประชาชนกี่คน ไปถาม ประชาชนจังหวัดนั้นจังหวัดนี้แล้วหรือยัง เราก็ได้รับคำถามครับ สุจริตหรือไม่ล้มล้าง การปกครองหรือเปล่าสุดโต่งมากไป ท่านประธานครับตลอดการประชุมในวันนี้สมาชิก หลายท่านกังวลว่า ฝ่ายนิติบัญญัติสภาผู้แทนราษฎรจะเข้าไปแทรกแซงองค์กรอื่น ๆ แต่เรา กลับไม่กังวลใจเลยหรือครับ ว่าศาลรัฐธรรมนูญก็ดี องค์กรอิสระก็ดี ก็มีโอกาสแทรกแซง องค์กรอื่น ๆ ได้เช่นเดียวกันครับ ร ๒/๒๕๖๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) จินตนา ๑๙๒/๓