ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ถูกปัดตก พร้อมเรียกร้องการคืนอำนาจให้ประชาชนและวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ทำให้สภาเสียบทบาทในการถ่วงดุลอำนาจ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเป็นหนึ่งในพี่น้องประชาชนที่มีจำนวนนับ มากกว่า ๑๓๕,๒๔๗ คน ที่ได้ร่วมลงชื่อในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ และคณะ หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และช่างบังเอิญเสียจริงครับว่าในวันพรุ่งนี้ ในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน จะเป็นวันครบ ๑ ปี ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่อาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ และคณะ ได้นำเสนอในสภาแห่งนี้ถูกปัดตกไปเมื่อ ๑ ปีเต็มที่ผ่านมา ในท่ามกลาง การล้อมปราบผู้ชุมนุมที่มาเรียกร้องสิทธิในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหน้ารัฐสภาอย่างรุนแรง จนมีผู้บาดเจ็บถึง ๕๕ คน มีผู้ที่ถูกยิงถึง ๖ คน ซึ่งแน่นอนครับ จนบัดนี้พวกเขายังไม่ได้รับ ความยุติธรรมแต่ประการใด ที่ผมเรียกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนครับ เพราะนี่คือ สิ่งที่ประชาชนได้ช่วยกันเข้าชื่อยืนยันหนักแน่นตามหลักการของอำนาจอธิปไตยในระบอบ ประชาธิปไตยที่มีประชาชนตัวตนคนจริง ๆ มิใช่ชาติอย่างที่พวกท่านกล่าวอ้างกัน ประชาชน ที่พวกท่านพูดกันอยู่เสมอว่าเป็นผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญที่มิได้ตกลงมา จากฟากฟ้าแต่ประการใด นี่คืออำนาจของประชาชนที่ถูกพรากออกไปตั้งแต่การรัฐประหาร ทุกครั้งครับ กลายเป็นสถิติโลกที่น่าอับอาย และแน่นอนผมเชื่อว่าไม่มีใครในโลกนี้สรรเสริญ เยินยอกับการรัฐประหาร วงเล็บว่า ดั่งเช่นที่ผมได้ยินเมื่อสักครู่นี้ นับเฉพาะในรุ่นของผมครับ นับตั้งแต่การรัฐประหาร เมื่อ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๔๙ และที่เลวร้ายที่สุดก็คือการรัฐประหารเมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ อันเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ที่พวกเขายังสืบทอด และไม่ยอมคืนอำนาจ ให้กับประชาชน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นครับ พวกเขาพยายามที่จะทำให้อำนาจตัวนี้อยู่ชั่วฟ้าดินสลาย ท่านไม่อาจฝืนธรรมชาติของสรรพสิ่งและกาลเวลาได้ รัฐธรรมนูญที่ดีไม่เคยปฏิวัติใครครับ แต่สิ่งที่ผมเรียนรู้มาโดยตลอดชีวิต มีแต่ทหารเท่านั้นที่ปฏิวัติ แย่งอำนาจจากประชาชน รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ได้ล้มล้างหลักการถ่วงดุลอำนาจครับ และหลัก สุพรีเมซี ออฟ พาร์ลิเมนต์ (Supremacy of parliament) ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่สุดในรัฐธรรมนูญ ในนานาอารยประเทศ รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ได้สร้างดุลยภาพใหม่ที่เป็นลักษณะการรุมกินโต๊ะ ด้วยข้ออ้างที่ท่านบอกว่าท่านรังเกียจนักการเมือง แต่ท่านอย่าลืมนะครับ ไม่ว่าจะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นแบบแบ่งเขต ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็น แบบบัญชีรายชื่อและแม้กระทั่งวุฒิสภา ท่านคือนักการเมือง รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ได้ระบุ ผ่านศาลวุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระและกองทัพ ทำให้สภาแห่งนี้เหลือเป็นเพียง แค่ตรายาง รองรับความชอบธรรมให้กับผู้มีอำนาจ กดและกลบฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นตัวแทน ของประชาชนจนไม่อาจทำหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุลได้ รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ จึงไม่ต่างอะไร กับร่างทรงที่กำลังสิงสถิตและกลืนกินเจ้าของร่างที่เป็นประชาชน มีเลือด มีเนื้อ มีตัวตน ให้กลายเป็นผู้รอคอยการสงเคราะห์ เป็นผู้รอคอยที่ระบอบนี้โยนเศษเนื้อเพียงให้ประทังชีวิต ทั้งที่เขาเป็นเจ้าของเงินภาษี เป็นเจ้าของประเทศแห่งนี้ รัฐธรรมนูญที่ปฏิวัติยึดอำนาจ ประชาชนแบบนี้จึงจำเป็นต้องแก้ไขครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราไม่มืดบอดตามัว เสียจนเกินไป เราย่อมได้ยินเสียงโกรธแค้นที่วันนี้ดังระงมอยู่ทั่วแผ่นดินนี้ เราต้องได้ยิน ดู ยู เฮียร์ เดอะ พีเพิล ซิงก์ (Do you hear the people sing) ที่บอกว่าท่านได้ยินเสียงนั้นไหม สิ่งที่พวกผมต้องการจะล้ม โละ เลิก ล้าง และผมเชื่อว่าก็อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ก็คือการล้ม โละ เลิก ล้าง เหลือบไรที่เกาะกินแผ่นดินแห่งนี้ ท่านประธานครับ ในฐานะ ฝ่ายนิติบัญญัติ เราเป็นผู้เขียนกฎหมายหรือที่เรียกว่าลอว์เมกเกอร์ (Lawmaker) กฎหมาย เกิดขึ้นได้ ๓ ทางครับ ด้านหนึ่งนั้นมาจากคณะรัฐบาล อีกด้านหนึ่งมาจากการเข้าชื่อเสนอ ของ ส.ส. อีกด้านหนึ่งมาจากการเข้าชื่อเสนอของประชาชน แต่เมื่อย้อนกลับไปดู ๒ ปีที่ผ่านมา มีกฎหมายที่ ส.ส. และพี่น้องประชาชนเข้าชื่อที่ถูกนายกรัฐมนตรีปัดตกไปทั้งสิ้น ๒๖ ฉบับ ด้วยข้ออ้างที่เกี่ยวข้องกับการเงิน แต่ท่านอย่าลืมครับ ใครล่ะครับที่เป็นนักกู้แห่งลุ่มน้ำ เจ้าพระยา ที่เอาเงินไปมากที่สุดในประเทศแห่งนี้ ๒๖ ฉบับนะครับ กรณีของ ส.ส. ก็เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงินของเอกชน ไม่ได้มีข้อความใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงิน ของภาครัฐ กฎหมายนิติบำนาญแห่งชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราผลักดัน กฎหมายเรื่องของ การยกเลิกการเกณฑ์ทหารใน พ.ร.บ. รับราชการทหาร ส่วนกฎหมายของพี่น้องประชาชนครับ มีตั้งแต่กรณีของ พ.ร.บ. บำนาญแห่งชาติ พ.ร.บ. อากาศสะอาด มันไม่มีเหตุผลอะไรครับ ที่นายกรัฐมนตรีจะรับบทอึงโกโล ก็องเต ที่ท่านคอยเตะตัดขาการพิจารณากฎหมาย ของตัวแทนประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้วางหลักดังกล่าวในมาตรา ๑๒๗ ให้ใบแดง กระบวนการเตะตัดขาดังกล่าวทิ้ง ให้ตัวแทนประชาชนอย่างพวกเราครับ เป็นคนดูว่า อะไรควรหรือไม่ควร มีกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลอีกชั้นหนึ่ง เฉกเช่นเดียวกับ การเพิกอำนาจในกระบวนการตรวจสอบฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการผ่านระบบสภาเดี่ยว สภาเดี่ยวที่ถูกระบุในร่างรัฐธรรมนูญที่มีการเสนอโดยภาคประชาชนนั้น มิใช่ลักษณะ ของเสียงข้างมากลากไปครับ ผมยกตัวอย่างเช่นในปัจจุบันเรามีคณะกรรมาธิการสามัญอยู่ทั้งสิ้น ๓๕ คณะ เป็นกลไก ที่เชื่อมปัญหาของพี่น้องประชาชน ตรวจสอบถ่วงดุลการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐ ราชการและรัฐบาล แน่นอนครับ ผมไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตำแหน่งประธานกรรมาธิการต่าง ๆ นั้น ย่อมเป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมือง แต่กลายเป็นว่ารัฐบาลเลือกที่จะใช้อำนาจ ให้อีกฝ่ายยินยอม หรือถ้าพูดกันตรงไปตรงมาก็คือถูกบีบให้จำจองในคณะที่รัฐบาลเห็นว่า อาจจะมีผลต่อการตรวจสอบรัฐบาล ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีการระบุ อย่างน้อยที่สุดกรณี ของกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณ กรรมาธิการการยุติธรรม กฎหมาย กรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กรรมาธิการการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชน ประธานกรรมาธิการควรเป็น ส.ส. ที่มาจากฝ่ายค้านให้เขาทำหน้าที่ เป็นปากเป็นเสียง ผมอยากจะใช้หลักการง่าย ๆ แบบสวอต อนาไลซิส (SWOT Analysis) ที่กำลังจะบอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นข้อท้าทายว่าถ้ารัฐบาลท่านมีความเป็นใจรักในประชาธิปไตย ผมเชื่อมั่นว่าท่านคงอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ถูกเขียนอยู่ในมาตรา ๑๑๙ ของร่างรัฐธรรมนูญ ที่พี่น้องประชาชนเสนอมา เมื่อมาถึงขั้นนี้ครับ ดุลอำนาจที่เราจำเป็นต้องพูดถึงก็คือทหาร กับการเมืองครับ เด็ก ๆ รุ่นนี้อาจจะยังร้องเพลงหนูอยากเป็นทหารป้องกันอริราชศัตรู หนูอยากเป็นคุณครูให้ความรู้แก่เด็กทั่วไป แต่อนาคตจะเป็นอะไรครับ ต้องมีพื้นที่ให้พวกเขาฝัน ต้องมีพื้นที่ที่รัฐเปิดให้เขาเดินทางไปสู่ความปรารถนาที่เขาต้องการจะเป็น ต้องมีพื้นที่ที่รัฐ ยอมรับความแตกต่างหลากหลาย ที่ทำให้พวกเขาไม่อยากย้ายไปอยู่ในประเทศอื่น มากกว่าการที่บอกว่าเป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด ท่านประธานครับ ในมือของผม คือรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ ๖๓/๖๔ เรื่องสิทธิและเสรีภาพในชีวิต ร่างกาย กรณีกล่าวอ้างว่าทหารทำร้ายร่างกายผู้ต้องสงสัยจนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต ในระหว่างการควบคุมตัว นี่เป็นตัวละครเพียงตัวละครเดียวครับ ทหารท่านนี้กระทำ ในนามของเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ใช้บัตร ป.ป.ส. ซ้อมประชาชน จนเสียชีวิต ที่น่าตลกครับ การกระทำความผิดของทหารคนนี้ได้รับโทษแต่เพียงตาม พ.ร.บ. วินัยทหาร ปี ๒๔๗๖ และนำไปสู่การลงโทษและเยียวยาอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับชีวิตที่เสียไป พวกเราในที่นี้ผมมั่นใจว่าท่านไม่เคยมีใครที่นอนหลับในคืนที่เกิดเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช ซึ่งเกี่ยวพันอย่างแยกไม่ออกกับทหารและสวัสดิการที่อยู่ในค่ายทหาร พวกเราคงยังไม่ลืม ความตื่นตระหนกที่เกิดจากคลัสเตอร์ (Cluster) โควิด-๑๙ (COVID-19) ของสนามมวย ลุมพินี อันเป็นแหล่งรายได้ของกองทัพ พวกเราคงยังไม่ลืมการเปรียบเทียบราคายุทธภัณฑ์ ไปจนถึงเป้สนาม ชุดและกางเกงในทหาร พวกเราคงยังไม่ลืมบทบาทของกองทัพ ในเหตุการณ์พฤษภาปี ๒๕๓๕ พฤษภาปี ๒๕๕๓ และแน่นอนครับ ๒๗ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ ที่ศัตรูของทหารที่ควรจะเป็นผู้รุกรานแผ่นดินกลับกลายเป็นหันปากกระบอกปืนสู่พี่น้อง ประชาชน ถึงเวลาแล้วครับ ที่เราจำเป็นต้องปฏิรูปกองทัพกันทั้งระบบ ทั้งการรับราชการ ทหาร การเกณฑ์ทหาร การจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่ร่างรัฐธรรมนูญพยายามจะบอกว่า เรามีทางเลือกในการให้มีคณะกรรมการตรวจสอบกองทัพขึ้นมาเป็นอีกคณะหนึ่ง นี่คือทางเลือกที่ถูกระบุในมาตรา ๑๒๑ ที่เรียกว่าผู้ตรวจการกองทัพ จำนวน ๑๐ คน ที่มาจาก ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ๕ คน ส.ส. ฝ่ายค้าน ๕ คน ทำหน้าที่ที่ไม่ทับซ้อนกับกรรมาธิการ กิจการทหาร ทำหน้าที่ให้หลักการที่เรียกว่ารัฐบาลพลเรือนมีอำนาจเหนือกองทัพเกิดขึ้นจริง อีกทั้งผู้ตรวจการกองทัพยังมีบทบาทที่จะทำให้พี่น้องทหารในวันนี้ยืดอกได้อย่างสง่างาม ในวิชาชีพทหาร ทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ ไม่มีตรงใดครับ ที่จะนำไปสู่ การเสียเอกราชของประเทศนี้แต่ประการใด ผมอยากจะใช้เวลา ต้องขอประทานโทษ ท่านประธานใน ๑ นาทีสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ กงล้อแห่งประวัติศาสตร์ และกาลเวลาเดินหน้าอยู่เสมอครับ ในวันที่รัฐธรรมนูญควรเป็นกฎหมายสูงสุด แต่กลับถูกไม่ยอมรับ และกลายเป็นเครื่องมือ ประหัตประหารฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามระบอบที่เรียกว่า ระบอบประยุทธ์ สภาของเราแห่งนี้ ได้รับโอกาสอันสำคัญจากพี่น้องประชาชนถึง ๑๓๕,๒๔๗ คน และผมเชื่อมั่นว่ามีอีกมากมาย ที่รอติดตามและลุ้นให้เราได้รับโอกาสในการรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้และแก้ไขสิ่งที่ได้กระทำ ผิดพลาดมา ผมอยากจะเชิญชวนทุกท่าน กลับบ้านไปคืนนี้ท่านลองส่องกระจก ท่านดูแววตา ของตัวเองครับ หากท่านไม่เห็นเพียงแต่เงาทมิฬที่กลายเป็นมิจฉาทิฐิที่ครอบงำท่าน ซึ่งทุกท่านก็รู้ว่าเขาคือใคร แต่จงเห็นแววตาของท่านเองครับ แววตาที่เห็นว่าประเทศชาติ ต้องมีประชาชน ท่านอย่าหลบสายตาจากแววตาของท่าน และเรียกคืนอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญที่ถูกพรากไปให้กลับคืนสู่ประชาชน ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เสียที ผมพรรคก้าวไกลและพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมดจึงมีฉันทามติเป็นเอกฉันท์ เดินเคียงข้าง และรับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนฉบับนี้ ขอบคุณครับ