มนพร จี้รัฐสภาเร่งผ่านร่างรัฐธรรมนูญ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

มนพร เจริญศรี อภิปรายวิจารณ์ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ โดยชี้ว่ากรอบกว้างเกินไปจนขาดทิศทาง และวิพากษ์การสรรหาคณะกรรมการที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ข้าราชการเกษียณ และคนใกล้ชิดรัฐบาล ขาดตัวแทนภาคประชาชนและเกษตรกร พร้อมทั้งยกตัวอย่างความล้มเหลวของนโยบายรัฐบาล เช่น ราคาข้าวตกต่ำ การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากเกินไป ความเสี่ยงด้านอาหารและการระบาด รวมถึงการคุกคามสิทธิเสรีภาพของผู้เห็นต่าง และการทุจริตเชิงนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนขนาดใหญ่แทนที่จะกระจายความมั่งคั่งสู่ประชาชน มนพร เจริญศรี ยืนยันว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 เนื่องจากเชื่อว่าประชาชนคือผู้ปกครองที่แท้จริง แม้จะไม่เห็นด้วยกับการกระจายอำนาจและแผนแม่บท

นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันจะขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับประชาชน ในการกำหนดให้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติตามมาตรา ๖๕ และการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๑๖ จากที่ดิฉันได้เห็นร่างฉบับนี้ทำให้ดิฉันพอที่จะมี ความหวังในการแก้รัฐธรรมนูญนะคะ แล้วก็เป็นความหวัง เป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ค่ะ ท่านประธาน สิ่งที่ดิฉันมีความเห็นว่าจะต้องยกเลิกแผนการปฏิรูปด้วยเหตุผลดังนี้ค่ะ

ประเด็นที่ ๑ เราจะเห็นว่านักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ ผ่านการเลือกตั้งที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ซึ่งแต่ละพรรคมีนโยบายที่แตกต่างกันไป ตามสัญญาประชาคมที่ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งนั้น ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีสาระสำคัญที่จะจงใจจะทำให้พรรคการเมืองเหล่านั้นอ่อนแอ นโยบายต่าง ๆ ที่พรรคการเมืองเหล่านั้น ที่มาหาเสียงไว้ต่อพี่น้องประชาชนก็ไม่สามารถทำได้ จะเห็นว่า การจัดตั้งรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการรวบรวมพรรคการเมือง ถึง ๑๙ พรรคการเมือง และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีพรรคการเมืองเข้าร่วมการจัดตั้ง มากขนาดนี้ แต่นโยบายทั้งหมดทั้งมวลที่แต่ละพรรคได้เข้าร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลนั้น ก็ไม่สามารถทำให้นโยบายเหล่านั้นประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาข้าว ค่าแรงขั้นต่ำและเด็กจบปริญญาตรี ท่านประธานคะ นโยบายต่าง ๆ เปรียบเสมือนสัญญา ประชาคม เป็นเสมือนเพียงแค่สัญญาลมปาก จะเห็นว่าการกำหนดกรอบการทำงาน และยุทธศาสตร์ชาตินั้นไม่ได้มีความเป็นจริงแต่อย่างใด แต่การปรับเปลี่ยนรายละเอียด ในแผนยุทธศาสตร์ชาตินั้นยิ่งทำได้ยาก เพราะจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวค่ะ

ประเด็นที่ ๒ จะเห็นว่าการทำงานยุทธศาสตร์ชาตินั้นมันเป็นหลักของ การบริหารงาน การบริหารงานกับการทำงานยุทธศาสตร์ต่างกันค่ะ เพราะว่าการทำงาน บริหารจะต้องมีการปรับเปลี่ยนข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา วันนี้โลกและเทคโนโลยี ก้าวไปไกลเกินกว่าที่เราจะต้องอยู่ในสภาวะของกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี นอกจากนั้น แผนการปฏิรูปดังกล่าวจะต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาที่ต้องใช้เสียงทั้ง ส.ส. และ ส.ว. และอาจจะต้องใช้เวลาที่จะเป็นอุปสรรคในการที่จะพัฒนาสำหรับคนรุ่นหลัง และขาดความทันสมัย ไม่เข้ากับยุคปัจจุบันแล้วก็อนาคตค่ะ

ในประเด็นที่ ๓ ค่ะท่านประธาน ยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ ไม่ควรจะกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และไม่ควรจะเขียนกรอบไว้อย่างกว้างขวางจนเกินไป จนไม่สามารถทำให้โฟกัส (Focus) เรื่องใดเรื่องหนึ่ง จึงทำให้เปรียบเสมือนประเทศไทย ของเราไร้ทิศทาง และรัฐบาลเองก็ไม่ได้เรียงลำดับความสำคัญของนโยบายว่าควรจะทำอะไร ก่อนหลัง เพราะว่าทุก ๆ ประเทศมีความแตกต่างกัน ท่านประธานคะ จะเห็นว่านโยบาย ที่รัฐบาลได้กำหนดมา ๒ ปีกว่าแล้ว รัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ ก็ไม่สามารถทำได้ ไหนล่ะคะนโยบายราคาข้าวเปลือก ข้าวหอมมะลิเกวียนละ ๑๘,๐๐๐ บาท ไหนล่ะคะ ราคาข้าวเจ้าเกวียนละ ๑๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานคะ ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ แล้วก็วลีเด็ดที่ท่านออกมาพูดอยู่เสมอนั่นก็คือ ยุทธศาสตร์ชาตินับตั้งแต่วันที่ ๑๓ มกราคม ปี ๒๕๖๑ จะลากยาวไปจนถึง ๑๓ ตุลาคม ๒๕๘๐ รวมแล้ว ๒๐ ปี ไม่ว่าใครจะมาเป็น รัฐบาลหรือการคิด หรือทำนโยบายต่าง ๆ จะต้องอยู่ในกรอบทั้ง ๖ ด้านที่พวกรัฐบาล ได้กำหนดไว้ แต่ดิฉันจะขอยกวลีอย่างที่เห็นในสภาพสไลด์ (Slide) นะคะว่า มั่นคง มั่งคั่ง แล้วก็ยั่งยืน ก่อนที่เราจะนำไปสู่ความมั่งคั่ง ดิฉันต้องขอพูดถึงการได้มาซึ่งคณะกรรมการ สรรหาของยุทธศาสตร์ชาติค่ะ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นข้าราชการที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว หรือกลุ่มคนที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล ตัวแทนภาคเอกชน แต่เมื่อดิฉันได้ดูรายชื่อ ทั้งหมดแล้วจะเห็นว่า ยิ่งตอกย้ำค่ะว่าการสรรหาบุคคลเข้ามาเป็นคณะกรรมการล้วนแล้วแต่ สร้างความกังขาให้กับคนทั้งประเทศ ท่านประธานคะ รายชื่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ดิฉันไม่เห็นมีรายชื่อบุคคลที่มาจากภาคธุรกิจขนาดเล็ก พี่น้องประชาชนรากหญ้า หรือตัวแทนกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ จากนั้นคือกระบวนการสรรหายังขาด การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนจากทุกกลุ่มอาชีพอีกค่ะ จากนิยามของคำว่ายุทธศาสตร์ชาติ ที่ระบุถึงความมั่นคงค่ะท่านประธาน เป็นความหมายที่กว้าง กว้างจนคำนิยามของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะหมายถึงความมั่นคงทางด้านทหาร กองทัพ หรือเปล่าคะ เพราะดิฉันเห็นท่านจัดงบประมาณซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เรือถัง เรือดำน้ำ เครื่องบินรบ ขณะที่วันนี้ระบบการตรวจสอบของกองทัพอ่อนแอมาก แล้วก็สภาวะโลกของปัจจุบัน นั่นก็คือความมั่นคงทางด้านอาหารค่ะท่านประธาน ความมั่นคงทางด้านสุขอนามัย ความปลอดภัยของคนในชาติจากภาวะวิกฤติของโรคระบาด ท่านประธานคะ สิ่งหนึ่งที่ดิฉัน จะเน้นย้ำไปนั่นคือความมั่นคงทางด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ที่วันนี้รัฐราชการ ใหญ่โตใช้อำนาจบางอย่างคุกคามและใช้กำลังในการทำร้ายคนเห็นต่าง ดังที่เราจะพบเห็น ที่มีการสลายการชุมนุมของพี่น้องประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่า รัฐบาลไม่เคยออกมาขอโทษ แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แถมออกมาท้าทาย ยั่วยุ กับกลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุม เสียอีกค่ะ นโยบายต่อมาคือนโยบายด้านความมั่งคั่ง ในแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ประเทศนั้นครอบคลุมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมกันในสังคม และความภราดรภาพ ท่านประธานคะ ในสภาพของความเป็นจริงการแข่งขันของโลกหาเป็นเช่นนั้นไม่คะ เพราะความมั่งคั่งที่ท่านได้พูดถึงในยุทธศาสตร์คือความมั่งคั่งให้กับกลุ่มคนที่เป็นเจ้าของ ธุรกิจขนาดใหญ่ เข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สะท้อนให้เห็นว่าเป็นนโยบาย ที่จงใจที่จะเอื้อให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ เช่น รัฐบาลมีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับพี่น้อง ประชาชนผ่านแอปพลิเคชั่น (Application) ต่าง ๆ แทนที่ท่านจะมีการจ่ายเป็นเงินสด เพื่อเข้าบัญชีและเพื่อเพิ่มช่องทางให้กับกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงการใช้แอปพลิเคชั่น (Application) ต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนด นี่ก็เป็นการทุจริตเชิงนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กับ บริษัทผู้ถือครองตลาดใหญ่ บั่นทอนโอกาสให้กับผู้ประกอบการขนาดเล็ก ความเจริญกระจุกตัว อยู่ในกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ดังเช่นหลาย ๆ คนได้พูดถึงนั่นก็คือรวยกระจุก จนกระจายค่ะ

ส่วนนโยบายทางด้านความยั่งยืนอะไรก็ตามที่เป็นความยั่งยืนที่รัฐบาล ได้เน้นย้ำไว้ ดิฉันไม่เห็นมันตอบโจทย์อะไรได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความยั่งยืนในเรื่องของ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นที่จะทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง การจัดทำแผนแม่บทในการสร้าง ให้คุณภาพชีวิตเติบโตขึ้นมา เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของผู้คนในชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือมุ่งหวังให้กลุ่มและพวกพ้อง มีความยั่งยืนในการเป็นรัฐบาลจนถึง ๒๐ ปี ตามยุทธศาสตร์ที่ท่านวางไว้ ท่านประธานคะ ข้อมูลที่ดิฉันอภิปรายและนี่คือเหตุผลที่จะต้องมีการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ท้ายที่สุด ดิฉันมีความเห็นว่าดิฉันจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้และขอรับร่างในวาระที่ ๑ เพราะดิฉันเชื่อว่า ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน ประชาชน สมบูรณ์นิรันดร์ไป เมื่อยืดหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่ เมื่อท้องฟ้าศรีทอง ผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ขอบคุณค่ะ