ยงยุทธ ยันรักษาแผนยุทธศาสตร์ชาติ ชี้จำเป็นต่อพัฒนาประเทศต่อเนื่อง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ยงยุทธ สาระสมบัติ อภิปรายคัดค้านการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ โดยย้ำถึงความสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมท้วงติงการลบหมวดการปฏิรูปในรัฐธรรมนูญว่าอาจทำลายกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการน้ำและงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวพ้นสถานะประเทศกำลังพัฒนา และรักษาความต่อเนื่องของนโยบายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติเพื่อประโยชน์ของประชาชนในระยะยาว

พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กระผม พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา

ประการแรก ขอชมเชยคณะผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ได้ใช้ความพยายาม รวบรวมรายชื่อ ถ้าท่านสามารถชี้แจงรายละเอียดได้มากขนาดนี้ต้องยิ่งชมเชย ในฐานะ ที่ผมก็เคยรวบรวมรายชื่อเสนอชื่อโดยประชาชน วันนี้จะขออภิปรายการเสนอยกเลิก ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศกราบเรียนท่านประธานในข้อมูลที่เคยเสนอในรัฐสภา แห่งนี้แล้ว แต่เนื่องจากว่าประชาชนทางบ้านอาจจะยังไม่ทราบ ฉะนั้นกระผมต้องขออนุญาต เล่าความเป็นมาของการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติพอสังเขป การเสนอยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ ตามมาตรา ๖๕ และการปฏิรูปประเทศ หมวด ๑๖ ที่ผู้เชิญชวนเสนอกฎหมายระบุในเหตุผล ประกอบร่าง ข้อ ๔ ว่าการกำหนดให้มีแผนบริหารประเทศที่กำหนดวิสัยทัศน์ว่าจะเดินหน้า ไปในทิศทางใด ซึ่งอาจเรียกว่ายุทธศาสตร์ชาติบ้าง แผนการปฏิรูปบ้าง แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมบ้าง นับเป็นสิ่งจำเป็นเห็นตรงกันครับ เห็นตรงกันว่าแผนที่จะดำเนินการไปในประเทศ นั้น สมควรมีเรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมา ๑๐ แผน แต่ว่าบ้านของเรา ประเทศของเรายังอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาอยู่เหมือนเดิม ขอสไลด์ (Slide) แผ่นต่อไปครับ การที่เราเสนอยุทธศาสตร์ชาติ เป็นแผนปฏิรูปประเทศโดยมีวิสัยทัศน์ว่า จะให้ประชาชน มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี นี่คือในมาตรา ๒๕๗ เราต้องการให้สังคมของเราอยู่เย็นเป็นสุข คือมาตรา ๒๕๗ (๒) ให้ประเทศของเรามีความสงบเรียบร้อย สามัคคีปรองดอง แต่น่าเสียดาย ท่านจะยกเลิกมาตรานี้ ยกเลิกทั้งหมวด ส.ว. มีหน้าที่ตามมาตรา ๒๗๐ เสนอแนะ เร่งรัดและติดตามการปฏิรูปประเทศ ฉะนั้นที่พูดถึงว่า ส.ว. มีหน้าที่เฉพาะ เลือกนายกรัฐมนตรีนั้น มิได้ครับ เราเป็นหางเสือ เพื่อจะทำให้แผนนั้นบรรลุเร็วขึ้น ท่านคงทราบนะครับ ประเทศของเราในสังคมโลกประเทศแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม คือกลุ่มที่พัฒนาแล้ว กลุ่มที่กำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา ของเราอยู่ในกลุ่มกำลังพัฒนาและกำลังพัฒนามานาน เท่าไรแล้วครับ หลายสิบปีตั้งแต่ผมเริ่มรับราชการใหม่ ๆ ในปี ๒๕๑๑ ๕๐ ปีแล้วก็ยังกำลัง พัฒนา ต่อไปครับ ในครั้งนั้นที่เราพิจารณาถึงว่าเราน่าจะไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาเสียที เราดูสิ่งชี้วัดของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum) เราอยากเห็น ประชากรของเรามีรายได้เฉลี่ยประมาณ ๓๓,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ต่อเดือน ผู้ที่มีรายได้ต่ำ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ควรจะมีรายได้ตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท มีการศึกษาดี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศสมาชิก ซึ่งมีอยู่ ๑๐๐ กว่าสมาชิกและมีคอร์รัปชันน้อย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันจะให้มีทรัพยากรธรรมชาติ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ และมีการบริหารจัดการน้ำ ไม่ต่ำกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ขณะนี้พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ก็เพราะว่าความต่อเนื่องของนโยบายการบริหารจัดการน้ำไม่มี แม้จะมีการพัฒนามา หลายสิบปี ประเทศไทยก็ยังกำลังพัฒนา เนื่องจากว่ารัฐบาลแต่ละรัฐบาลเน้นนโยบายเฉพาะ ของรัฐบาลนั้น ๆ แผนพัฒนาเศรษฐกิจอาจจะไม่ครอบคลุมพอ ไม่ใช่อาจละครับ จริง ๆ แล้ว ไม่ครอบคลุมมิติในการพัฒนา การจัดสรรงบประมาณเป็นแยกส่วน ภาคเอกชน และประชาชนมีส่วนในการกำหนดอนาคตของประเทศน้อย ประเทศพัฒนาในประชาคมโลก มียุทธศาสตร์ชาติ ๖๐ กว่าประเทศ เราได้สำรวจโดยทางกระทรวงการคลัง ระยะเวลาก็คือ ๑๐-๓๐ ปี รัฐบาลมีอายุเท่าไร แต่ละรัฐบาล ๔ ปี แต่ถ้าแผนยุทธศาสตร์ชาติอย่างน้อย ต้อง ๑๐ ปี ฉะนั้นที่เรากำหนด ๓๐ ปีนั้น น่าจะอยู่ในระยะที่เหมาะ ยุทธศาสตร์ชาติ ฉบับแรกได้จัดทำขึ้นแล้ว เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อความสุขของทุกคน เพื่อความสุขของคนไทยทุกคนนะครับ ขอย้ำอีกที ทีนี้ที่กล่าวว่า ประเด็นก็คือว่าท่านบอกว่าให้ คสช. เป็นคนกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ ท่านลานน้ำใจ คนที่ทำงานครับ คนที่ คสช. แต่งตั้งไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งของ คสช. กราบเรียน อย่างนี้นะครับ ผมเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปฏิวัติเมื่อปี ๒๕๓๔ โดยตรง จริง ๆ ไม่อยาก จะพูดรายละเอียดนะครับ แต่ว่าเมื่อมันผ่านไปแล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่ พูดถึง พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อสักครู่นี้เราพูดถึงกฎหมายอยู่ ๓ ฉบับ มีรัฐธรรมนูญ อาจจะถือว่าเป็นกฎหมายพ่อ กฎหมายลูกมีอยู่ ๒ ฉบับ เป็นพี่น้องกัน คือกฎหมายจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการ ปฏิรูปประเทศ ผมเห็นด้วยนะครับ บางส่วนบางตอนกฎหมาย ๒ ฉบับนั้น กฎหมายลูกนั้น อาจจะยังไม่เหมาะสม แต่ถ้ากฎหมายลูกไม่เหมาะสมแล้วท่านจะไปยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๕ ท่านจะยกเลิกหรือครับ ท่านจะไปยกเลิกหมวดการปฏิรูปทั้งหมดหรือครับ ท่านลองดูนะครับ ในมาตรา ๑๒ กรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติมีใครบ้าง กลุ่มที่ ๑ นายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภาและรองนายกรัฐมนตรี จริง ๆ ตอนที่เราเสนอไปสมัย สปช. เราเสนอผู้นำฝ่ายค้านให้เป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติด้วย แต่เมื่อไปถึงแล้วรัฐบาลหรือทาง สนช. ไม่ทราบที่ไปเปลี่ยน แล้วท่านดูนะครับ ประธาน สภาผู้แทนราษฎรเป็นคนของ คสช. หรือครับ ต่อไปในกลุ่มที่ ๒ มีฝ่ายข้าราชการอยู่ ๗ คน มีภาคเอกชนอยู่ ๖ คน จริง ๆ เราเสนอจาก สปช. เสนอไป ๗ คน คือประธานการประชุม ของอธิการบดี แต่ทางโน้นแจ้งว่าไม่มีกฎหมายรองรับประธานที่ประชุมของอธิการบดี ฉะนั้นก็เอาที่มีกฎหมายรองรับ ผมยังดีใจนะครับ ในนี้นอกจากมีประธานกรรมการ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแล้ว ที่ดีใจคือว่าที่เสนอไปว่าประธานสภาเกษตรแห่งชาติ ได้เป็นที่ยอมรับ ประธานสภาเกษตรแห่งชาติปกติจะอยู่ในเรื่องของเกษตรทั้งนั้นนะครับ ทั้ง ๆ ที่บ้านเราเป็นเกษตรกรรม ฉะนั้นแสดงว่าได้มีการพิจารณาดีพอสมควร ต่อไปครับ ประธานหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม นั่นเป็นเรื่องปกติครับ แต่ประธานสมาคม ธนาคารไทย คสช. ไปสั่งได้หรือครับ อยากทราบเหมือนกันว่าใครไปสั่งประธานสมาคม ธนาคารไทยได้ นอกจากนี้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๑๗ ท่าน เราเสนอไป ๑๓ ท่าน รัฐบาลเสนอเข้า สนช. ไป ๑๗ ท่าน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นมีอายุ ๕ ปี รัฐบาลเปลี่ยนครับ ท่านก็เลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้าไปได้ ถัดไปครับ ในตอนนั้นก่อนที่จะเสนอร่าง การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติไปถึงรัฐบาล สปช. ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทุกจังหวัดนะครับ ต้องจัดให้มีเวที ๑ เวที แล้วก็ในระดับอำเภออีก ๑๐ เวที ทั้งหมด ๙๓๘ เวที มีคนเข้าร่วมประชุม ไม่ใช่มาฟังแล้วก็จดชื่อแล้วก็เสนอชื่อเซ็นเท่านั้น ใช้เวลา ๒-๓ ชั่วโมง หรือ ๔ ชั่วโมงในบางเวที มีข้อมูลทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ กว่าข้อมูล แล้วก็มีไปรษณียบัตรขึ้นมาอีกหลายหมื่นฉบับ ก็ไม่น้อยกว่าอีกแสนคนที่ท่านเสนอ ฉะนั้น แสนกว่าคนนั้นคงไม่ใช่คนของ คสช. ทั้งหมด และอาจจะมีบางท่านที่รับฟังอยู่ทางบ้าน ขณะนี้นะครับ ท่านอาจจะเข้าร่วมรับฟังเวที รับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย เพราะเราเชิญผู้นำชุมชน บุคลากรทั้งหลายเข้ามาร่วมรับฟัง และในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อรับฟังแล้วผมเรียนอย่างนี้ด้วยนะครับ เมื่อสมัย สปช. เมื่อทำแล้ว เราเอาข้อมูลนี้ไปให้กับ เลขานายก เลขานายกในขณะนั้นที่รัฐบาลได้มอบให้เป็นผู้ยกร่างยุทธศาสตร์ชาติเป็นเบื้องต้น ก่อนที่ให้มีกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ แล้วในมาตรา ๘ (๒) กำหนดไว้ว่าให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นครั้งที่ ๒ อีก เมื่อตอนยุทธศาสตร์ชาติแล้ว

ในประการที่ ๒ ท่านเสนอความเห็นว่า ยุทธศาสตร์ชาติควรมีลักษณะยืดหยุ่น ใช่ครับ มีหลายท่านอภิปรายไปแล้วว่าสามารถปรับปรุงได้ทุก ๕ ปี แล้วก็ถ้ามีเหตุการณ์อื่น ที่ไม่เหมาะ หรือไม่สามารถดำเนินการได้ตามยุทธศาสตร์ชาติ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นตรงนี้ท่านบอกว่าแทนที่พรรคการเมืองรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะมีอำนาจกำหนด ทิศทางการปฏิรูปประเทศ กลับกลายเป็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกกำหนดในรัฐธรรมนูญ และแผนการปฏิรูปประเทศ ท่านไปดูมาตรา ๖๕ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่มีสาระ หรือมีเนื้อหาของยุทธศาสตร์ชาติเลย ไม่มีครับ มีอยู่ในไหน ๆ ไปอยู่ในกฎหมายการจัดทำ ยุทธศาสตร์ชาติ ฉะนั้นนั่นคือว่าท่านจะยกเลิกกฎหมายพ่อ แต่ทั้ง ๆ ที่ถ้าสมมุติว่า กฎหมายลูกนั้นอาจจะไม่เหมาะ เหมาะหรือไม่เหมาะนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่จะขอยกเลิก กฎหมายระดับพ่อเสียก่อน ฉะนั้นฝากท่านพิจารณาด้วย ตอนที่เราเสนอไปสภา ขอแผ่นต่อไป ตรงนี้เราชัดเจนนะครับ เราไม่กำหนดเรื่องยุทธศาสตร์ หรือกำหนดนโยบาย ของแต่ละรัฐบาล ท่านดูนะครับ สมาชิกรัฐสภาคงเคยเห็นภาพนี้แล้ว ยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ได้โยงโดยตรงกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาตินะครับ ทางบ้านอาจจะไม่เข้าใจ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติหรือยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ก็คือมรรค นิโรธก็คือความพ้นทุกข์ เราต้องการให้ประชาชนมีความสุขนะครับ จะต้องมาโดนน้ำท่วมหรือยากจน ได้มีการศึกษาไว้ เร็ว ๆ นี้นะครับ คนในกรุงเทพฯ รายได้เฉลี่ย ๓,๐๐๐ กว่าบาท ถ้าเฉลี่ยทั้งหมดนะครับ ต่อไปครับ ท่านจะยกเลิกหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศของ มาตรา ๒๕๗ ประเทศชาติ มีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง สังคมมีความสงบสุข ขจัดความเหลื่อมล้ำ ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี ท่านไม่เสียดายหรือครับ ผมเสียดาย ท่านผู้ฟัง ทางบ้านเสียดายไหมครับ ท่านผู้ฟังทางบ้านครับ ท่านที่เซ็นชื่ออยู่ด้วย ท่านทราบไหมครับว่า มาตรา ๒๕๗ เขาจะยกเลิกนะครับ ในหมวด ๑๖ ปฏิรูปประเทศ ท่านไปดูมาตรา ๒๕๘ ในหมวดนี้ถ้าท่านยกเลิกนะครับ ในนั้นไม่มีคำว่า แผน มีแต่ว่าให้ดำเนินการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ให้เกิดผล ท่านไปกรุณาดูอีกครั้งนะครับ ไม่ได้ระบุว่าแผนนะครับ แต่เดี๋ยวท่านไปดูในเหตุผล ประกอบร่างหน้าถัดไปนะครับ ท่านใช้คำว่า แผน ตลอด มีคำว่า แผน อยู่อย่างเดียว ในมาตรา ๒๕๙ ก็คือว่าให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยแผน ก็คือเป็นกฎหมายลูกอีก ต่อไปครับ ท่านดูนะครับ แรก ๆ ผมก็นึกว่าท่านเผลอ วกไปครับ เหตุผลประกอบร่าง รูปเมื่อสักครู่เหตุผลประกอบร่าง ท่านไปนับดูนะครับ ท่านใช้คำว่า ยกเลิก ท่านจะยกเลิก คำว่า ยุทธศาสตร์ชาติบ้าง ท่านมียุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ แผน นะครับ ท่านใช้คำว่า แผน แรก ๆ ผมยังเข้าใจว่าอาจจะพิมพ์ผิด แต่นี่เข้าไป ๘ แห่ง ๙ แห่ง แผนนี้ มันอยู่ในกฎหมายลูกนะครับ อยู่ในมาตรา ๖ ให้มีแผนการปฏิรูปประเทศเพื่อกำหนดกลไก วิธีการและเงื่อนไข นั่นอยู่ในมาตรา ๖ ของกฎหมายลูกนะครับ

เหตุผลที่ ๓ ท่านบอกว่าการที่ไปกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ กำหนดในรัฐธรรมนูญ และแผนการปฏิรูปประเทศอาจเปิดช่องให้กลุ่มบุคคลเป็นเครื่องมือ ล้มรัฐบาล นั่นยังอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ท่านยกเลิกมาตรา ๖๕ แต่ท่านไม่ได้ยกเลิก มาตรา ๑๖๒ และมาตรา ๑๖๔ มาตรา ๑๖๓ คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และนะครับ ถ้ายุทธศาสตร์ชาติถูกยกเลิกไปแล้ว แล้วรัฐบาล ที่จะเข้ามาใหม่นี้จะไปแถลงได้อย่างไรให้มันสอดคล้องครับ จะต้องไปศาลรัฐธรรมนูญ อีกหรือเปล่า เช่นเดียวกันในมาตรา ๑๖๔ หน้าต่อไปครับ ในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ซึ่งต้องดำเนินการตามมาตรา ๑๖๒ ด้วย ๑๖๒ นี่มันไม่มี ยุทธศาสตร์ชาติโดนหายไป และท่านยกเลิกมาตรา ๖๕ แล้ว ๑๖๒ มันยังอยู่ และ ๑๖๔ มันยังอยู่ รัฐบาลเขาบริหาร ราชการแผ่นดินไม่ได้ รัฐบาลจะล้มไปเองเลยหรือเปล่า ฝากท่านคิดนะครับ เพราะฉะนั้น สรุปแล้ว ๑. ยุทธศาสตร์ชาติจะกำหนดโดยใครไม่สำคัญ สำคัญว่าเป็นผลดีต่อประเทศชาติ ต่อประชาชนหรือไม่ แล้วก็เรียนไปแล้วด้วยนะครับ คนที่จัดทำยุทธศาสตร์ไม่ใช่ คสช. ไปบังคับได้นะครับ กราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมอนุญาตอีกเดี๋ยว ความจริง ไม่อยากจะพูด แต่หลายคนอาจจะคิดว่ายงยุทธมันสนับสนุนผลักดันเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ สงสัยจะได้รับคำสั่งจากใคร ขณะที่ผมเป็นส่วนหนึ่งที่ไปร่วมกันทำเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ รายการทีวี (TV) เชิญไปสัมภาษณ์ ก่อนจบรายการเขาถามมาว่า ด็อกเตอร์ยงยุทธ ถามตรง ๆ เถอะ มีใครสั่งท่านให้ทำไหมยุทธศาสตร์ชาติ ผมว่าเอาแล้ว เจอแล้ว พิธีกรถาม ผมมานึกในใจว่ามี อยากทราบชื่อไหมผมถามเลยกลับไป เขาบอกอยากทราบสิครับ ผมก็บอกถ้าเช่นนั้นเอาชื่อย่อไปได้ไหม ผมบอกอย่างนั้นเอาแต่ชื่อย่อไป ส ครับ เขาคงนึกว่า เป็น ป ใด ป หนึ่ง แต่ผมบอก ส เขาบอก ส ชื่อเยอะเหลือเกิน ส ผมบอกว่า สำนึก ครับ ผมมีสำนึกเหมือนท่าน ที่เราทำเพื่อชาติ เพื่อประชาชน เพราะเราอยู่ในประเทศที่กำลัง พัฒนามาตั้งแต่กี่ปีแล้ว เรามาทำ ฉะนั้นความเห็นของท่านกับของผม และของกรรมการ ที่จัดทำเรื่องยุทธศาสตร์ชาตินี้ใกล้เคียงกันอย่างน้อย ๒ ประการ ประการที่ ๑ ก็คือว่า เราจะต้องมีแผนระยะยาวที่กำหนดวิสัยทัศน์ของชาติ ประการที่ ๒ ก็คือว่ารัฐบาล แต่ละรัฐบาลควรจะมีหน้าที่ มีอำนาจที่จะดูว่ามีนโยบายอย่างไร แผ่นต่อไป ในมาตรา ๒๕๗ เราทำทุกเป้าหมายเรื่องของมาตรา ๒๕๗ ทุกเป้าหมายเพื่ออนุชนรุ่นหลัง ในขณะเดียวกัน ฉะนั้นภาพต่อไปผมอยากวิงวอน และขอร้องว่าเราต้องเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ เราต้องเดินหน้าและพัฒนาปฏิรูปประเทศ แต่อันนี้มากำหนดในเลข ๙ เลข ๑๐ จริง ๆ ที่อยากจะเห็นนะครับ ก็คืออยากเห็นข้อที่ ๑ อันนี้รูปนี้ผมเสนอในวุฒิสภามานานแล้ว พอดีหยิบมาใส่คือรู้รักสามัคคี ผมอยากเห็นรู้รักสามัคคี ภาพต่อไปครับ เวลามีน้อย แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง เพื่อประเทศชาติและประชาชน เราเกิดร่วมไทย ขอบพระคุณครับ