ครูมานิตย์ สนับสนุนสภาเดี่ยว ชูสภาผู้แทนราษฎรเพียงหนึ่งเดียว

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สนับสนุนการปรับโครงสร้างรัฐสภาให้เหลือเพียงสภาผู้แทนราษฎรโดยยกเลิกวุฒิสภา ชี้ว่าปัจจุบันผู้แทนราษฎรมีความเข้มแข็งและหลากหลายเพียงพอในการทำหน้าที่โดยไม่จำเป็นต้องมีวุฒิสมาชิกพี่เลี้ยง และเห็นว่าการมีสองสภาทำให้เกิดความล่าช้าและซ้ำซ้อนโดยไม่เพิ่มคุณค่าต่อการพิจารณากฎหมาย

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนราษฎรสุรินทร์ แต่ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ก่อนที่ผมจะลงในรายละเอียดที่ผมเตรียมจะมาคุย จะมาอภิปรายในวันนี้ ผมฟัง ๒ ๓ ท่าน ผมไม่เอ่ยนามหรอกครับ เดี๋ยวกลัวว่าจะไปกระทบกระทั่งท่านอีก ท่านบอกว่าพรรค เพื่อไทย โดยท่านหัวหน้าพรรคผม คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ไม่เอาบัตร ๒ ใบ ใช่ไหม เราเอาครับ แล้วเรื่องบัตร ๒ ใบ ในการแก้ไขเป็นตัวบท มันไม่ใช่หลักการ ถ้าเรามารับการแก้ไขเพิ่มเติม ของภาคประชาชน ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคนที่เสนอเข้ามา นี่คือเรื่องของหลักการเรื่องของ โครงสร้างในตัวบทเราสามารถที่จะไปเขียนเพิ่มเติมได้ ฉะนั้นเราวิเคราะห์แล้ว เรามองแล้วว่า ไม่ได้ผิดเงื่อนไขอะไรตรงไหน ท่านประธานครับ เวลาผมไม่มากผมคุยเรื่องเดียว ผมขอชมเชยว่าคณะภาคประชาชนที่เสนอเข้ามาเป็นความคิดที่ก้าวหน้ามาก ก้าวไปไกล เอาละมันแน่นอนที่สุดในการเขียนมันก็ไม่ได้สมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เขาจึงให้มีการตั้ง กรรมาธิการครับท่านประธาน ไปแก้ไข ไปปรับปรุง ไปอ้อมไปอะไรเข้ามาเพื่อให้เกิด ความสมบูรณ์แบบ สภาของเราเป็นอย่างนี้มาตลอด ผมถึงพูดเรื่องเดียวก็คือเรื่องของ โครงสร้างที่จะเปลี่ยนแปลง อยากเห็นสภาเดี่ยวเกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ก็คือมีเฉพาะสภา ผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้รังเกียจพี่ ๆ ที่นั่งซีกฝ่ายซ้ายที่เป็นวุฒิสมาชิกนะครับ โดยส่วนตัวไม่มี เพราะหลายท่านผมก็นับถือ แต่ว่าผมพูดในเชิงของหลักการ เอาละครับที่ผ่านมาผมไม่เคย ตำหนิท่าน หลายคนที่เขาบอกว่าผลัดกันเกาหลัง คนแต่งตั้งท่านเป็นใคร มาอย่างไร อะไร อย่างไร นั่นผมถือว่าท่านเข้ามาโดยความชอบของรัฐธรรมนูญ แน่นอนที่สุดเมื่อรัฐธรรมนูญ เขียนอย่างนี้ มีบทเฉพาะกาลอย่างนี้ แล้วเตรียมไว้ให้กับคนที่คุยกับควายฟังรู้เรื่องไปเป็น ผู้นำต่อ มันก็ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ชอบธรรมครับท่านประธานครับ แต่วันนี้ผมมองว่าสภา ผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาเราทำงานร่วมกันมานาน ผมก็อยู่ในสภานี้มานาน ก็อ้างเชิงว่าเป็น สภาพี่เลี้ยง มันเป็นพี่เลี้ยงมานานแล้ว จนสภานี้ก็โตกันหมดแล้ว วุฒิภาวะของผู้แทนราษฎร แต่ละคนก็ไม่ได้ธรรมดา ความรู้ก็ไม่ได้ธรรมดา การกลั่นกรองกฎหมายก็ไม่ได้เป็นสอง รองใคร แล้วเราก็มาจากหลากหลายอาชีพของความเป็นผู้แทน ถ้าเป็นสมัยก่อน ผมเห็นด้วยท่านประธาน ต้องมีวุฒิสมาชิก แต่วันนี้ท่านเห็นหรือไม่ครับ ในการเลือกตั้งเขามี บัตร ๒ ใบ ถึงแม้ว่ามีบัตรใบเดียวแต่ก็มีระบบบัญชีรายชื่อกับผู้แทนเขต ก็เอาคนเก่ง ๆ หลากหลายอาชีพมาอยู่ในผู้แทนระบบบัญชีรายชื่อเพื่อเตรียมทำงาน คนเก่งเยอะแยะ ท่านส.ว. หลายท่านจาก ส.ว. มาเป็น ส.ส. วันนี้ก็อีกหลายท่านที่เป็นคนเก่ง ก็มาเป็น ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ ตั้งพรรค ไปเข้าพรรคที่มีอยู่แล้วหรือตั้งพรรคใหม่มาช่วยกันทำ ถามว่า ทำไมที่ผมอยากเปลี่ยนแปลง ผมอยากเห็นโครงสร้างใหม่ที่เกิดขึ้น แล้วที่ผ่านมาหลายเรื่อง วันนี้ในสภาแห่งนี้เท่ากับการทำประชุมอยู่สภาเดียว เช่น พ.ร.บ. การศึกษาชาติ ท่านประธานเห็นหรือไม่ครับ เราก็ประชุมกันอยู่สภาเดียว พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติเราก็ ประชุมกันอยู่สภาเดียว ที่เราเรียกกันว่ารัฐสภาก็คือสภาเดียว และวันนี้การทำกฎหมาย ผมสังเกตดูด้วยความเคารพท่าน ส.ว. และท่าน ส.ส. เดี๋ยวถ้าพูดแต่ ส.ว. ท่านก็หาว่าผม ตำหนิท่าน เวลาเราเข้าไปในห้องประชุมกรรมาธิการเราก็ถามที่ปรึกษาก็คือนักกฎหมายมา จากกฤษฎีกาทั้งนั้น ผมยังไม่เคยเห็น ส.ว. ท่านใดที่มาให้ความรู้กระจ่างชัด แล้วก็ไม่เคยเห็น ส.ส. ท่านใดให้ความรู้กระจ่างชัด ฉะนั้นที่ผมขอเนื่องจากว่าวันนี้ความแข็งแรงของผู้แทนของ สภามันแข็งแรงขึ้นเยอะ ภาคประชาชนก็ตรวจสอบ เขาดูอยู่ว่าเราทำอะไร เขาดูอยู่ว่าอย่างนี้มันถูกต้องมันเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองไหม ไม่ใช่เขาไม่ดู ๒. ลด ค่าใช้จ่ายลดแน่นอนท่านประธาน อย่างน้อย ๆ เงินเดือน ส.ว. กับเงินเดือนพวกผมเท่ากัน เงินประจำตำแหน่ง เงินตอบแทนเท่ากัน ที่ปรึกษาเท่ากัน อะไรเท่ากันหมด แล้วเวลา กรรมาธิการสมมติเป็นกฎหมายที่จากสภาเสนอขึ้นไปทำให้เสียเวลาข้าราชการท่านประธาน เป็นประธานวุฒิสภาท่านประธานรู้ สมมติว่าผมทำเรื่องการศึกษาสภา ทำเรื่องการศึกษาเป็น กฎหมายเล็ก ๆ ขึ้นไป ในช่วงที่ทำเราตั้งกรรมาธิการสามัญ วิสามัญขึ้น เราเชิญเจ้าหน้าที่จาก เลขา สพฐ. เลขาสภาการศึกษามาให้ข้อมูลความรู้จนกระทั่งกฎหมายผ่านไป ๓ วาระของ สภาผู้แทนราษฎรพอส่งไปให้ ส.ว. ก็ไปเจอข้าราชการกลุ่มนั้นกลุ่มเดิมมาให้ความรู้ เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ผมก็เลยว่าถึงเวลาแล้ว ๑. ไม่ต้องเสียเวลามาก ๘๐ กว่าปีแล้วครับที่อ้างว่าเป็นพี่เลี้ยงวันนี้ไม่ต้องเลี้ยงครับท่าน ประธาน ความรู้ความสามารถผมดูแล้วมันไม่ได้เป็นรองกันหรอกครับ ผมดูแล้ว ภารกิจที่ สำคัญท่านก็ทำไปเสร็จแล้ว หรือจะรอทำอีกทีหนึ่งก็แล้วแต่อันนี้ผมไม่ว่า แต่ไม่ได้ว่าให้ท่าน ออกพรุ่งนี้ ท่านมาบทเฉพาะกาลก็กลับพร้อมบทเฉพาะกาล แต่เสร็จบทเฉพาะกาลแล้ววันนี้ รับหลักการลองมาทำดูอะไรที่ท่านมองผมก็ไม่ได้ว่าจะชื่นชม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์คนที่นั่งข้างบน ก็มีหลายเรื่องแต่เราสามารถไปแก้ไข ไปปรับปรุงได้ แต่ในชั้นรับหลักการมันเป็น ความก้าวหน้าของประเทศ พวกเรามันเบบี้ บูมเมอร์ (Baby Boomer) แล้ว แก่จนเห็นแก่ ความก้าวหน้าของประเทศ เห็นแก่ความก้าวหน้าของคนรุ่นใหม่ ๆ ที่มาพร้อมระบบดิจิทัล (Digital) ระบบเน็ตเวิร์ค (Network) บ้าง ผมอยากเห็นครับ ก่อนผมตายผมก็อยากเห็น กระบวนการของการพัฒนาในระบบสภานี่ละครับ ที่มีสภาเดียวเสียทีหนึ่งแล้วก็เดินขับ เคลื่อนที่จะทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง แล้วพวกผมก็จะได้สอดส่องอยู่ข้างนอก สมมติไม่ได้เป็น ส.ส. วันนี้ชั่งกันปอนด์ (Pound) ต่อปอนด์ (Pound) ท่านประธานไม่ต่างกันครับ ไม่ห่างกัน เลย นี่ผมยกตัวอย่างท่านไพบูลย์ นิติตะวัน จริง ๆ คู่ขัดแย้งกันตลอดไม่เคยยกตัวอย่าง นี่ก็มา จาก ส.ว. เห็นไหมวันหนึ่งท่านก็มาตั้งพรรคแล้ววันนี้ก็มาเป็น ส.ส. ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร แต่อยากอยู่ในสภาแห่งนี้อีกก็มาเป็น ส.ส. มาตั้งพรรคการเมืองที่ผมย้ำรอบ ๒ เพราะผม อยากให้มีสภาเดี่ยวแล้วก็มาทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมืองกันเสียทีหนึ่ง ผมฝากจริง ๆ ครับ แล้ววันนี้ ส.ว. ด้วยเคารพผมเองผมไม่โกรธเคืองท่านหรอกครับ ผมไม่ตำหนิ แต่สังคมมัน เรียกร้อง เพราะเกิดจากการเอาเปรียบกันเมื่อสักครู่ ผมไม่ได้ว่าโดยตัวบุคคลนะครับ มันเอาเปรียบมาตั้งแต่การเขียนรัฐธรรมนูญ มันเอาเปรียบมาตั้งแต่บทเฉพาะกาล จงภูมิใจ เถอะครับกับ ๑๖ ล้านเสียงภูมิใจกินกันเสียให้อิ่มมันเอาเปรียบสังคมมันเลยเบื่อท่านประธาน ถ้ามันเป็นเหมือนเมื่อก่อนใครจะไปเบื่อ วันนี้เขาก็เลยเบื่อ ส.ว. สังคมมันเลยขานรับครับ เพราะว่าคุณทำอะไรมันไปขัดมันไปทำผิดของกระบวนความ ผมจำความได้ตั้งแต่ผมนุ่ง กางเกงขาสั้น ท่านประธานผมอายุน้อยกว่าท่านประธาน ผมไม่เคยเห็นวุฒิสมาชิกชุดไหนที่ เลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพิ่งมาเห็นครั้งนี้ละครับ พอมาเห็นแล้วสังคมบอกมันไม่ใช่ มันไม่ ยุติธรรม แต่สมัยก่อน ส.ว. ก็เป็นที่ปรึกษาก็ดูดีไป วันนี้ท่านไปทำตัวท่านเองอย่างไร พี่น้อง ในเขตผมก็บอกว่าช่วยไปไล่ ส.ว. ผมบอกผมไล่ไม่ได้ ส.ว. ชุดนี้ เพราะว่าเขาอุตส่าห์เลือก นายกรัฐมนตรีมาผมก็เห็นใจเขา ก็ว่าจะเตรียมตัวเลือกอีกรอบ เขามาขอร้องให้ออกก่อน ได้ไหม ผมบอกไม่ได้ก็มาแล้วกฎหมายเขาเขียนไว้แล้วให้อยู่ตั้ง ๕ ปี จะให้ทำอย่างไร เขาก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเที่ยวหน้าได้ไหม ผมก็บอกผมจะมาขอร้อง บังเอิญภาคประชาชน ท่านอาจารย์ปิยบุตรและน้องไอติมเขียนมาตรงใจไม่ต้องยกมือไหว้หรอกครับ ท่านยิ่งพูดไป ท่านก็เปลืองตัว เพราะอย่างไรท่านก็อยู่ครบอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเป็นกำลังใจให้กับว่าที่ ส.ว. สมัยหน้า ยกเลิกเถอะครับ เรามีสภาเดียว พรรคเพื่อไทยยินดีต้อนรับกลับมาทั้งหมดเลยครับ ผมจะนั่งดูเลย ยอมให้เป็นผู้แทนก็ได้ท่านมาสมัครเลยมาทำงานการเมือง มาทำงานเพื่อบ้าน เพื่อเมืองกัน ฝากจริง ๆ ครับ เพื่อบ้านเมืองจะได้เดินไปข้างหน้าเสียหนึ่ง ท่านก็บอกว่า มีแต่พวกท่านกลั่นกรอง ทำไมท่านไม่มองมุมกลับบ้างละครับ อย่าให้ผมบอกว่าท่านทำอะไร ท่านพูดแต่กลั่นกรอง หนอยแน่ เอาดีแต่ใส่ตัว มองแต่ภาพลักษณ์ตัวเองดีตลอด แต่ไม่มองกลับตรงกันข้ามว่ามัน เป็นเพราะอะไรวันนี้ ผมก็ขอบคุณประธานไว้แค่นี้ละครับ ผมอยากเห็นสภาเดียวครับ พอแล้วที่คิดว่ามาเป็นพี่เลี้ยงนานแล้วครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ