สงวน พงษ์มณี กล่าวถึงความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยย้ำว่าประชาชนได้รับชัยชนะจากการบรรจุร่างกฎหมายเข้าสู่สภา พร้อมเรียกร้องให้ ส.ว. และองค์กรตามรัฐธรรมนูญร่วมดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้อำนาจถูกครอบงำและเพื่อคืนความสมดุลให้แก่การเมืองไทย
กราบเรียนท่าน ประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านครับ วันนี้ประวัติศาสตร์ของรัฐสภาไทยนี้ต้องบันทึกไว้นะครับว่ามีกฎหมายสำคัญของ ประชาชนเข้าสภา ท่านครับ วันนี้ผมถือว่าประชาชนได้รับชัยชนะแล้ว ประวัติศาสตร์ จะบันทึกตรงนี้ไว้โดยระบบดิจิทัล (Digital) นะครับ ไว้ตลอดไปว่าใครพูดอะไร ณ ที่นี้ พรุ่งนี้ ถ้าเกิดไม่ผ่านเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยากก็ไม่ใช่สาระสำคัญแล้ว แล้วเราจะแก้ได้หรือไม่ ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ถูกแก้ไข ไม่มีการยึดอำนาจ ไม่ฉีก จะแก้ได้หรือไม่ แก้ได้ครับ ใคร ที่อายุ ๔๐ ปีขึ้นไปนี้ฟังไว้ให้ดีนะครับ ในวันที่มีการเลือกตั้งวุฒิสภาแบบเลือกกันเองนี้ ไปสมัคร แล้วสมัครเยอะ ๆ ทุกอำเภอ เลือกพวกเรากันเองเข้ามา ให้มันเกิน ๖๐ คน ตอนนั้น ส.ว. จะ มีแค่ ๒๐๐ คน ก็สามารถจะแก้รัฐธรรมนูญได้ นี่ผมยืนยัน ผมดีใจมากครับ และต้อง ขอขอบคุณประธานรัฐสภาทั้ง ๒ ท่าน ที่ได้บรรจุเรื่องนี้เข้าไป ถ้าท่านไม่บรรจุ ไม่เลื่อนวาระ เข้ามาทำงานวันนี้ ก็จะไม่มีโอกาสอย่างนี้อีก ท่านครับ ปี ๒๕๔๐ ตอนนั้นผมไปร่างรัฐธรรมนูญ นี้ เราเขียนไว้อย่างชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ นี้จะเป็นรัฐธรรมนูญซึ่งสร้างรัฐของ พลเมือง แล้วองค์กรรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญเต็มไปหมด แล้วคิดว่า ๕ ปี เขตอำนาจของ องค์กรเหล่านี้ต้องทับซ้อนกัน ก็ไปเขียนในมาตรา ๓๓๖ เขียนอย่างนี้นะครับ เมื่อครบ ๕ ปี นับแต่วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ คณะกรรมการเลือกตั้ง ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. นี้ มีอำนาจทำรายงานเสนอต่อรัฐสภา และรัฐมนตรีจะต้องมาเสนอในสภานี้เพื่อ อะไร เพื่อแก้ปัญหา แก้รัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่มีใครทำครับท่าน ไม่มี ใครทำ รัฐบาลทำได้หรือไม่ ไม่ได้ เพราะมันจะเริ่มต้นที่รัฐบาลไม่ได้ ต้องเริ่มต้นที่องค์กร ๓ องค์กรนี้ แต่เขาไม่ทำ ท่านครับ แก้ยากมาก พอแก้ยากมาก ผมก็ตกใจ ในมาตรา ๒๕๖ ท่านครับ แก้ยาก ยากขนาดว่าหมวด ๑ หมวด ๒ นี้ แก้ต้องไปประชามติ เหมือนเรากำลังทำ แก้แม้แต่คุณสมบัติขององค์กรตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ มันอะไรกันนักกันหนา ก็ไปดูว่าเรามี สภา ส.ว. เรามีสภา ส.ส. การทำหน้าที่ทางกฎหมายนี้เป็นอำนาจหน้าที่หลักนี้ ท่านเชื่อ หรือไม่ครับ ไปอ่านมาตรา ๒๕๗ ว่าอย่างไรครับ หมวดว่าด้วยการปฏิรูปนี้ ทำ ๒ สภา พร้อมกัน แสดงว่าสภาเดียวนี้ มันเป็นความต้องการของรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่แล้ว แล้ว ส.ว. ทำหน้าที่อะไรต่อ ก็เป็นคนกลั่นกรองคนไปอยู่ในตำแหน่ง ท่านไปดูสิครับ คุณสมบัติที่สำคัญ มี ๒ เรื่องครับ เพราะมันเป็นรัฐของราชการ รัฐของเสนาบดี ระดับไหน ระดับอธิบดีครับ หัวหน้าส่วนราชการระดับอธิบดีและเทียบเท่า สามารถเดินเข้าอยู่ตำแหน่งนี้ได้ ใครเลือกครับ ส.ว. ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรนอกรัฐ ท่านครับ ก็สามารถเดินเข้าสู่ตำแหน่งนี้ได้ องค์กรตามรัฐธรรมนูญได้ ดูครับท่าน ทำไมพูดเรื่องนี้ ในปี ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยหลักเกณฑ์การเทียบ ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมเทียบเท่าอธิบดี ๓ ๔ เหล่าทัพ มี ๒๔๔ ตำแหน่ง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น จะให้ผมเข้าใจอย่างไร ไม่ใช่เล็งผลร้าย ก็หมายความว่า ๒๔๔ ตำแหน่งนี้เป็นอย่างไรครับ สามารถไปเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญได้ทั้งหมดไม่ว่า องค์กรอิสระร่วมกับอะไร ท่านประธานครับ ผมถามว่าถ้าเราไม่แก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อะไรจะ เกิดขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาสให้กระบวนการต่าง ๆ ในองคาพยพนี้ไม่สามารถจะตอบ ตัวเองได้ว่า ตัวเองมีอำนาจขนาดไหน การละเมิดสิทธิพลเมืองกลายเป็นเรื่องปกติ ทำไมพูด ว่าเป็นปกติ ขนาดยิงทะลุปอดยังบอกว่าใครไม่รู้ยิงคงจะปืนยิงเองกระมัง ที่ผมพูดประเด็นนี้ พูดด้วยความเจ็บปวด ผมอายุ ๗๐ กว่าปีแล้วถ้าผมจะมีอายุอีก ๑๐ ปีผมก็ ๘๐ กว่าแล้วจะ ทำหน้าที่ในนี้คงไม่ได้ ผมคิดว่าเรามาบันทึกประวัติศาสตร์ร่วมกันว่าเราจะทำอะไรกับ สังคมไทยเรา เราจะต้องร่วมกันสร้างยุทธศาสตร์ร่วมกัน วันนี้ไม่ว่า ส.ว. ส.ส. หรือใครก็ ตามที่อยู่ในองคาพยพของรัฐธรรมนูญนี้เรามาจากการจัดการของรัฐธรรมนูญเท่ากัน ยืนอยู่ ในฟลอร์ (Floor) นี้เท่ากันไม่มีใครเหนือใคร ท่านครับ ท่านเชื่อไหมองค์กรตามรัฐธรรมนูญ บางองค์กร องค์กรอิสระบางองค์กรสามารถก้าวล่วงอำนาจของนิติบัญญัติได้ กระบวนการ นำเสนอกฎหมายแบบท่านถ้าเขาไม่พอใจเขาก็บอกว่าท่านมีเจตนาเล็งเห็นผล ท่านเสนอ กฎหมายเสร็จท่านมีอำนาจเป็นเจ้าของกฎหมายเพียงแค่ท่านนั่งวันนี้เท่านั้นเอง หลังจาก รัฐสภารับไปแล้วเป็นกฎหมายของสภานะครับ ถ้าไปกรรมาธิการเขียนเสร็จท่านก็ไม่มีสิทธิไป ชี้แจงเป็นเรื่องของสภาและกรรมาธิการ เห็นไหมครับ แต่ว่าอำนาจอย่างนี้มันไม่ทรงอำนาจ ในรัฐธรรมนูญนี้ เพราะรัฐธรรมนูญนี้จุดอ่อนที่สุดรัฐธรรมนูญไม่ใช่มีมิติของการเป็นกฎหมาย สูงสุดอย่างเดียวนะครับ ในมิติกฎหมายสูงสุดมาตรา ๕ กฎหมายใดระเบียบใดขัดหรือแย้งกับ รัฐธรรมนูญนี้เป็นอันใช้ไม่ได้จริงหรือเปล่า ท่านตอบได้ไหมว่าจริงหรือเปล่า แต่มิติของการ จัดสรรอำนาจตามองค์กรรัฐธรรมนูญไม่มี ไม่มีเลย ท่านครับ ผมเห็นว่าท่านร่างมาดี สร้างกฎเกณฑ์มาดี สร้างสิ่งใหม่ ผมเห็นด้วยไหม พรรคผมเห็นด้วยรับหลักการนี้แน่นอน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเห็นด้วยในรายละเอียด ถ้าผ่านสภาไปพรุ่งนี้ตั้งกรรมาธิการ เราก็ต้องแปรญัตติกันว่าจะทำอย่างไรในกรอบที่ไม่ขัดกับหลักการ ท่านครับ โอกาสนี้เป็น โอกาสดี บรรยากาศวันนี้ก็เป็นบรรยากาศที่ดี เราถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ผมคิดว่ามันคงถึงเวลา ท่านประธานว่าเราจะต้องประกาศให้คนไทยทั้งประเทศว่าลุกขึ้นมา การไม่สู้ การยอมจำนน คือการยอมแพ้ ความหวังของลูกหลานเราจะอยู่ที่ไหนถ้าพวกเรารุ่นนี้ไม่ร่วมกันสู้ ระบอบของ เรามีไปตามระบอบของเรา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมพูดในภาพรวมให้เห็นภาพว่า ผมเห็นด้วยกับการมีสภาเดียว เพราะว่าวันนี้ผมก็ทำกฎหมายสภาเดียวทั้งนั้นละครับ เพราะว่าถ้าไปอ่านมาตรา ๒๕๗ ท่านดูนะครับ กฎหมายทุกฉบับต้องผ่านหมวด ๑๖ ทั้งนั้น เป็นสภาเดียวทั้งนั้นครับ ไม่มีเวลาเหลือ ๒ วินาทีผมจบแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ