พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยประชาชน เพื่อปลดปล่อยประเทศจากโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และผลักดันให้อำนาจสูงสุดอยู่กับประชาชนอย่างแท้จริง โดยเรียกร้องให้ยกเลิกระบบวุฒิสภาและองค์กรที่ไม่มาจากการเลือกตั้งที่ถ่วงดุลอำนาจของรัฐบาลพลเรือน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับที่ผมจะได้ร่วมอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พี่น้องประชาชนกว่าแสนคนได้ร่วมกันลงชื่อยื่นเข้าสู่รัฐสภาของเราในรอบนี้ ถือว่าเป็นข้อเสนอที่เสนอมีความเกี่ยวข้องกันอย่างเป็นระบบ โดยหัวใจสำคัญก็คือ การสถาปนาให้อำนาจสูงสุดเป็นของพี่น้องประชาชน โดยการรื้อระบบหลาย ๆ อย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิก ส.ว. การสร้างระบบสภาเดี่ยว การแก้ไขที่มาและอำนาจของ ศาลรัฐธรรมนูญ สร้างกลไกการตรวจสอบ ถ่วงดุลอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จนกระทั่งถึงยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ทั้งหมดทั้งปวงนี้ก็เพื่อที่จะปลดโซ่ตรวน พันธนาการอนาคตของประเทศ ล้างมรดกรัฐประหาร และหยุดวงจรอุบาทว์ของระบอบ ประชาธิปไตย เมื่อผมได้อ่านแล้วก็ได้ฟังคำชี้แจง ผมและสมาชิกพรรคก้าวไกลก็ไม่ได้มี เหตุผลใดครับที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนฉบับนี้ สำหรับผมแล้วนี่คือการ คืนสามัญสำนึกสู่ระบบการเมืองของพวกเรา สำหรับพรรคก้าวไกลนี่คือจุดเริ่มต้นในการแก้ไข ปมปัญหาของสิ่งที่เรียกว่าระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ คำถามต่อมาก็คงจะเป็นว่า ระบอบประชาธิปไตยแบบไทย คืออะไร ถ้าท่านประธานจะให้ผมสรุปภายในประโยคเดียว ระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ คือระบอบการเมืองที่อนุญาตให้พี่น้องประชาชนมี สิทธิเสรีภาพเพียงเล็กน้อย เป็นเหมือนไม้ประดับ ตราบใดก็ตามที่ไม่ไปกระทบกับอำนาจของ ชนชั้นนำ จารีต ระบอบการเมืองประชาธิปไตยแบบไทย ๆ คือระบอบการเมืองที่อนุญาต ให้มีการเลือกตั้งเป็นครั้งเป็นคราว แต่จะไม่มีวันยอมให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน อำนาจของผู้ที่มาจากการเลือกตั้งจะไม่มีวันสูงกว่าอำนาจที่เหนือกว่าพี่น้องประชาชน ฉันใดฉันนั้น เมื่อประชาธิปไตยแบบไทย ๆ เป็นแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกในครับ ที่ในห้องเรียน การบรรจุลงไปในหนังสือเรียนอย่างไม่เคอะเขินว่าประเทศไทยของเรา ปกครองอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แม้ในยาม ที่บ้านเมืองถูกปกครองด้วยคณะรัฐประหาร แม้ในยามที่สิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของ พี่น้องประชาชนถูกทำลายลง แม้ในยามที่กองทัพและสถาบันการเมืองอื่นมีอำนาจเหนือ รัฐบาลพลเรือน แม้ในยามกระทั่งที่เพื่อนร่วมชาติของเราถูกยิงตายข้างถนนก็ไม่ต้องมีคน รับผิดชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ การรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญโดยกองทัพเกิดขึ้น ครั้งแรกในปี ๒๔๙๐ ระบบวุฒิสภาที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้ก็เกิดจากการรัฐประหาร ปี ๒๔๙๐ นี่ละครับ เพราะฉะนั้นในระบบบริบทสังคมไทย ระบบวุฒิสภาไม่ได้มีที่มารากฐาน จากประวัติศาสตร์เหมือนอย่างประเทศอังกฤษ แล้วก็ไม่ได้มีที่มาจากระบบการปกครอง แบบมลรัฐแบบสหรัฐอเมริกา แต่ระบบวุฒิสภาของประเทศเราเป็นผลพวงมาจากการทำ รัฐประหารของกลุ่มชนชั้นนำจารีตเพื่อออกมาทำอะไรครับ เพื่อออกมากำกับ ควบคุม และกดทับอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยอ้างครับ อ้างใน หนังสือเรียนบอกว่าจำเป็นที่จะต้องมีวุฒิสภาเพื่อที่จะช่วยกลั่นกรองกฎหมาย หรือเพื่อสร้าง กลไกในการถ่วงดุลการใช้อำนาจ ดังนั้นวุฒิสภาจึงเป็นป้อมปราการหนึ่งของ ชนชั้นนำของระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ที่ประชาชนและผู้แทนราษฎรที่มาจาก ประชาชนต้องถอดรื้อออกไป แต่ไหนแต่ไรมาครับท่านประธาน พวกเราถูกฝังหัวมาโดย ตลอดว่าปัญหาของการเมืองไทยนั้นเกิดขึ้นจากนักการเมืองอย่างพวกผมที่มาจาก การเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกครับที่เวลามีการปฏิรูปการเมืองเมื่อใด ดาบทุกหอก สายตาทุกสายจะมุ่งตรงมาสู่นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้อง ประชาชน ผมอภิปรายมาถึงตรงนี้ต้องพูดกันให้ชัดครับ ผมไม่ได้ปฏิเสธครับว่านักการเมือง ที่มาจากการเลือกตั้งก็ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอีกหลากหลายมากมาย แต่สิ่งที่ผม อยากจะบอกก็คืออย่างนี้ครับว่านักการเมืองหรือนักปกครองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนี่ละ ครับอันตรายยิ่งกว่า เครือข่ายนักการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งพวกเขาสามารถใช้ อำนาจได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ สามารถใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจ พวกเขาคือกลุ่มคนที่เป็น อภิสิทธิ์ชน พวกเขาคือกลุ่มคนที่ประชาชนตรวจสอบไม่ได้ แตะต้องไม่ได้ วิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้ เครือข่ายอำนาจเหล่านี้ฝังตัวอยู่ในระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ อันศักดิ์สิทธิ์อยู่ เหนืออำนาจของประชาชน ไม่ว่าจะในนามของความมั่นคงก็ดี ไม่ว่าจะในนามของ ตุลาการภิวัตน์ก็ดี ไม่ว่าจะในนามขององค์กรอิสระ ซึ่งอิสระจริง ๆ ครับ อิสระจากท้องถนน อิสระจากประชาชน อิสระจากประชาชนคนธรรมดา ดังนั้นมันถึงเวลาแล้วครับ ที่พวกเราต้องมาช่วยกันออกแบบระบบการเมืองกันใหม่ให้อำนาจสูงสุดของประชาชนนั้น ปรากฏเป็นรูปธรรมได้จริงครับ ให้มีการแบ่งแยกอำนาจการตรวจสอบถ่วงดุลใช้อำนาจที่มี ประสิทธิภาพและยึดโยงกับประชาชน ไม่เช่นนั้นปัญหาความขัดแย้งของประเทศที่ร้าวลึกมา โดยตลอด ๒๐ ปี จะไม่สามารถคลี่คลายลงได้เลย ประเทศไทยของเราจะเป็นประเทศที่ อนาคตมีแต่อดีต มาถึงตรงนี้ผมอยากจะเตือนด้วยความหวังดีครับว่าเราไม่สามารถปล่อยให้ สิ่งที่เรียกว่าระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ที่ฉุดรั้งและกัดกินสังคมไทยต่อไปได้ เพราะว่า เราไม่เหลือเวลามากเท่าไรที่จะต้องมาตั้งหลักกันใหม่เพื่อจะช่วยพลิกฟื้นสังคมในการต่อสู้กับ โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในโลกที่เต็มไปด้วยท้าท้ายแบบใหม่ ๆ อย่างที่พวกเราไม่ เคยเจอกันมาก่อน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมไม่สบายใจอย่างยิ่งครับกับคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเข้าชื่อมาให้พวกเราพิจารณาอยู่นั้นก็ เสนอให้พิจารณาถึงที่มาอำนาจและการตรวจสอบของศาลรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับว่าผมไม่ ได้มาอภิปรายถึงคำวินิจฉัยของศาล แต่สิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นก็คือในขณะที่พวกเรากำลัง พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ว่าจะเป็นคำตัดสินเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์ที่ประชาชนโดนกระสุนจริงยิงเมื่อวาน ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธคำสั่งไม่ให้ประกัน ตัวคุณรุ้งผู้ถูกกล่าวหาตามมาตรา ๑๑๒ เมื่อวาน เป็นการสะท้อนถึงอาการลงแดงของ ระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ที่กำลังมองเห็น ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนคนหนุ่มสาวเป็นศัตรูของชาติ ซึ่งจะต้องกำจัดให้สิ้นซากแทนที่ จะมองเห็นพวกเขาเป็นอนาคตของพวกเรา ระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ที่กำลังทำลาย โอกาสและพื้นที่ในการแสวงหาฉันทามติให้พวกเราสามารถอยู่ร่วมกันได้ ถึงแม้ว่าเราจะ ไม่เห็นตรงกันในทุก ๆ เรื่อง ระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ นี่ละครับที่กำลังจะผลัก ความคิดและเสียงของประชาชนที่พวกเขาไม่ชอบใจไม่อยากได้ยิน ไม่อยากฟังให้เป็น กระบวนการล้มล้างการปกครองไปเป็นคู่ขัดแย้งกับสถาบันกับกลุ่มผู้จงรักภักดี สภาวะเช่นนี้ อันตรายอย่างยิ่งครับสำหรับสังคมไทย แต่ผมเองยังเชื่ออยู่เต็มหัวอกว่าพวกเรายังมีเวลาที่จะ แก้ไขเพื่อที่จะไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง เราคือสังคมที่สามารถเรียนรู้จากความผิด ในอดีตได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ผมจึงอยากใช้โอกาสนี้ในการอภิปรายครั้งนี้เชิญชวน ให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันยืนยันในอำนาจสูงสุดของประชาชนที่เขาโหวต เลือกเรามาด้วยการโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชน สุดท้ายนี้ผมอยาก เชิญชวนครับ ส่งสัญญาณไปถึงชนชั้นนำของบ้านเมืองนี้ให้เรามาตั้งสติกันเสียใหม่ หยุดผลักดันให้คนที่เห็นต่างไปเป็นกระบวนการล้มล้างการปกครอง แล้วแสดงให้ประชาชน เห็นว่าสังคมไทยของพวกเราสามารถที่จะรักษาสิ่งที่เขารักและหวงแหนได้โดยที่ไม่ต้อง ทำลายพี่น้องประชาชน ไม่ต้องทำลายอำนาจสูงสุดของประชาชน แสดงให้พวกเขาเห็นครับ สังคมไทยของพวกเรายังสามารถรักษาสิ่งที่ท่านรักและหวงแหน โดยไม่ต้องทำลายสิทธิเสรีภาพของประชาชน สังคมไทยของพวกเราสามารถแสดงให้เห็น ได้ครับว่า สิ่งที่ท่านรักและท่านหวงแหนไม่ได้จำเป็นที่จะต้องเอาอนาคตของชาติไปขังไว้ ในคุกอย่างไม่มีขื่อไม่มีแป แสดงให้เห็นสิครับ แล้วสังคมไทยที่พวกเราทุกคนรักจะได้ไม่ต้อง เดินไปสู่ทางตันอีกต่อไป ขอบคุณครับ