รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อภิปรายการเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม โดยมุ่งยกเลิกมาตรา 65 เพื่อยกเลิกบทบัญญัติในหมวด 7 รัฐสภา และเพิ่มบทบัญญัติใหม่ในหมวด 7 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึงการบริหารประเทศและความจำเป็นในการมีนายกรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติในการบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา วันนี้กระผมจะขออภิปรายการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไข เพิ่มเติม ซึ่งมีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนกว่า ๑๓๕,๒๔๗ รายชื่อ เข้าเสนอชื่อตาม รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๖ มาอย่างถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งตามหลักการในการขอแก้ไขครั้งนี้ คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อยกเลิกมาตรา ๖๕ เพื่อยกเลิก บทบัญญัติในหมวด ๗ รัฐสภา มาตรา ๗๙ ถึงมาตรา ๑๕๗ และเพิ่มบทบัญญัติใหม่ในหมวด ๗ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาตรา ๗๙ ถึงมาตรา ๑๔๑ แทน เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๙ เพิ่มเติมมาตรา ๑๙๓/๑ มาตรา ๑๙๓/๒ เพื่อยกเลิกหมวด ๑๑ ศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ มาตรา ๒๐๐ ถึงมาตรา ๒๑๔ และเพิ่มบทบัญญัติใหม่ในหมวด ๑๑ ศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ มาตรา ๒๐๐ ถึงมาตรา ๒๑๕ แทน เพื่อยกเลิกหมวด ๑๒ องค์กรอิสระตั้งแต่มาตรา ๒๑๒ ถึงมาตรา ๒๔๗ และเพิ่มเติมบทบัญญัติเป็นหมวด ๑๒ องค์กรอิสระ ตั้งแต่มาตรา ๒๑๖ ถึง มาตรา ๒๔๗/๓๒ แทน เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ เพื่อยกเลิกหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศตั้งแต่มาตรา ๒๕๗ ถึงมาตรา ๒๖๑ เพื่อเพิ่มเติมหมวด ๑๖ การลบล้าง ผลพวงรัฐประหารตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และการป้องกันและการต่อต้าน รัฐประหาร ตั้งแต่มาตรา ๒๕๗ ถึงมาตรา ๒๖๑ เพื่อยกเลิกมาตรา ๒๖๙ มาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๑ มาตรา ๒๗๒ และมาตรา ๒๗๙ เราต้องเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย ปี ๒๕๖๐ นี้มีต้นขั้วมาจากการยึดอำนาจของคณะรัฐประหาร นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ๒ สมัย ซึ่งใกล้จะครบ ๘ ปีในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ ตั้งแต่ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นมา เพราะมีบทบัญญัติรองรับและรับรองการกระทำการเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ และได้นิรโทษกรรมตนเองกับพวกไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๗ ฉบับชั่วคราว ในมาตรา ๔๘ รับรองและรองรับในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในมาตรา ๒๗๙ ทั้งสิ้น ผมจะอภิปราย ในประเด็นส่วนของมาตรา ๒๗๒ นั้น สมควรยกเลิกเป็นอย่างมาก เพราะมีอย่างที่ไหน เอา ส.ว. ๒๕๐ คน ที่ตนเองเลือกมามือมาโหวตตนเองให้เป็นนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลอีก ๒๐๐ กว่าคน เดิมทีผมก็เห็นว่าประเทศไทยควรจะมีสมาชิกวุฒิสภาไว้ กลั่นกรองกฎหมายเพื่อความรอบคอบ เพราะบางที ส.ส. อาจจะไม่รอบคอบพอ แต่วุฒิสภา หมายถึงสภาที่มีแต่ผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่มีเจ้าของ มีความเป็นอิสระทางการเมือง ที่สำคัญต้อง ยึดโยงกับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ ส.ว. ๒๕๐ คน ชุดปัจจุบันที่ยึดโยงกับหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ และ ส.ว. กลุ่มนี้มีความซื่อสัตย์ ภักดี กับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ยกตัวอย่างเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ มีการประชุมวุฒิสภา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ถาม ส.ว. ที่มาประชุม ๒๕๐ คนว่า ในที่นี่มีใครไม่เชื่อมั่นผม หรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีใครยกมือเลย ถ้าอย่างนั้นผมจึงอยากเรียนให้ท่านนายกรัฐมนตรี ลองไปถามประชาชนบางสิ หรือไม่ท่านก็เปิด คอมเมนต์ (Comment) เฟซบุ๊ก (Facebook) ส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีก็จะรู้ว่า ประชาชนรักท่านแค่ไหน หากท่านนายกรัฐมนตรีกลัวว่า ลูกน้องจะโกหก ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปคนเดียวก็ได้ ไปที่ไหนหรือไปกับลูกน้องสัก ๒ คน ก็ได้นะครับ ไปตามชุมชน ไปนั่งรถเมล์ ไปไร่นา หรือไปตามบ้านประชาชนที่อยู่ริมตลิ่งน้ำ ท่วมทุกวันในจังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร จังหวัดชัยนาท หรือจังหวัดอื่น ๆ หรือไปตาม ตลาดหรือห้างก็ได้ ไปถามเขาว่า ยังสนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนี้ให้อยู่ยาวหรือไม่ ท่านก็จะรู้ คำตอบเอง ให้ไปฟังกับหู เชื่อกับตา และยอมรับว่ามันคือเรื่องจริง คนเรานั้นมีสูงย่อมมีต่ำ มีอำนาจย่อมหมดอำนาจ มีวาสนาก็ย่อมหมดวาสนา มีบุญก็ย่อมหมดบุญ อย่าฝืนต่อไปเรา จะได้เห็นว่า ส.ว. ๒๕๐ คนนี้ ไม่มีส่วนใดที่ยึดโยงกับประชาชนแม้แต่อย่างเดียว ถ้ามีแบบนี้ ผมก็มองว่า ร่างที่เขาเสนอมาให้ยกเลิกไปก็เห็นด้วย เพราะถือว่าเป็นการประหยัด งบประมาณอีกทางหนึ่ง แต่ถ้าจะให้ดี ถ้ายกเลิกไปแล้ว ผมยังมีความคิดส่วนตัวว่าจะเพิ่ม ส.ส. อีกสัก ๒๕๐ คนก็ยังดีกว่า อย่างน้อยก็ยึดโยงกับพี่น้องประชาชน

ประเด็นอีกอย่างหนึ่ง คือ ส.ว. ชุดปัจจุบันมีความสำคัญอย่างมากตรงที่ว่า เป็นคนรับรองการสรรหาองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นกรรมการ ป.ป.ช. กรรมการ คตง. กรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และกรรมการ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง เพื่อไม่ใช้ผลประโยชน์ทางการเมือง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อตรวจสอบและถ่วงดุล เพื่อรักษาบ้านเมืองเอาไว้ ส่วนแผนยุทธศาสตร์ ชาติและการปฏิรูปประเทศแล้ว ดูแล้วไม่ทันกับสถานการณ์และเหตุการณ์ปัจจุบัน เพราะบุคคลที่เข้าไปดำรงตำแหน่งในกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และกรรมการปฏิรูปเป็น บุคคลที่ไม่หลากหลาย ไม่ครบถ้วนในช่วงวัย สมควรต้องปรับปรุงแก้ไขใช้คนถูกกับงาน เหมาะกับการกำหนดอนาคต ไม่ใช่เป็นการกำหนดอนาคตให้เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา ส่วนการเพิ่มเติมหมวดที่ ๑๖ การลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และการป้องกันการต่อต้านการรัฐประหาร ถึงแม้ร่างนี้จะรับร่างไป ผ่านไป ถ้ามี กลุ่มทหารหรือกลุ่มบุคคลที่กระหายอำนาจกลัวว่าจะสูญเสียอำนาจอีก อีกทั้งกลุ่มทหาร กลุ่มนี้ยังมีอำนาจในการควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัฐจำนวนมาก เขียนดีแค่ไหนก็ไม่ สามารถห้ามสันดานคนแบบนี้ได้ มีวิธีเดียวที่จะสามารถต่อต้านการรัฐประหารได้คือ ประชาชนทุกคนต้องร่วมมือกันไม่จ่ายภาษีทุกรูปแบบให้กับรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร ถึงอย่างไรสมมติถ้ามันไม่มีเงินมันก็อยู่ไม่ได้ ในการบริหารประเทศ หรืออีกวิธีหนึ่งก็จะใช้วิธี ในการอารยะขัดขืน อย่างเช่น ประชาชนมีรถยนต์ มีรถบรรทุก มีรถจักรยานยนต์ ถ้ามีการ รัฐประหารเมื่อไร ก็จอดรถไว้กลางถนน เพื่อต่อต้านการรัฐประหาร ประท้วงให้ผู้นำ และทหารออกไป แค่นี้ทหารกลุ่มที่ยึดอำนาจก็กลับบ้านเก่าไปแน่นอน

- ๘ ๖ /๑ แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมือนแต่ก่อน สถานการณ์ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีหนี้สินจึง ประมาณ ๙.๓ ล้านล้านบาท หนี้สินประชาชนอีกประมาณ ๑๔.๔ ล้านล้านบาท ทุนสำรอง ประเทศเรามีแค่ ๘.๗ ล้านล้านบาทแค่นั้น มิหนำซ้ำประมาณเดือนหน้าหรือเดือนมะรืน รัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มอีกประมาณ ๑.๐-๑.๕ ล้านล้านบาท ไม่รวมเงินกู้ที่ขาดดุลงบประมาณ ประจำปี ๘๐๐,๐๐๐-๑.๐ ล้านล้านบาทต่อปี แม้จะผ่านพระราชกำหนดกู้เงินหรือ พ.ร.บ. กู้เงินไป ก็เป็นการคาดการณ์ได้ยากมากว่าจะมีประชาชนนำเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาซื้อ พันธบัตรรัฐบาล ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะได้ดอกเบี้ยหรือเปล่า และจะได้ต้นคืนเมื่อใด นี่เป็นอีก เหตุผลหนึ่งที่หัวหน้าคณะรัฐประหารคนเดิมหรือคนต่อไปไม่กล้าที่จะมาบริหารประเทศต่อ หรือไม่กล้าทำต่อไป เพราะว่าปัญหาของบ้านเมืองมันเยอะเหลือเกิน การแก้ไขปัญหา ประเทศชาติและประชาชน การหาเงินเข้าประเทศเพื่อมาดูแลประชาชน การประกันรายได้ สินค้าเกษตร ณ ปัจจุบันรัฐบาลก็ยังหาเงินมาดูแลเกษตรกรไม่ครบเลย ยังขาดอีกประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน หนี้เก่าก็เยอะสะสมเป็นจำนวนมาก ผู้นำประเทศคนใหม่จะต้องมี ความเสียสละจะต้องใช้สมองและสติปัญญาเป็นอย่างมาก ทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีรายได้ เข้ามาบริหารคนในประเทศและใช้หนี้เก่า นายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะต้องเป็นเซลล์แมน (Salesman) ที่ดี และมีคุณสมบัติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะต้องไม่มีคุณสมบัติที่เป็น นายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหาร เพราะว่านายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหาร ๘ ปี ที่ผ่านมาเป็นนายกที่บริหารงานไม่เป็น กู้เงินเป็นอย่างเดียวมาแจกและซื้ออาวุธเป็น อย่างเดียวทางรอดของประเทศไทยคือต้องมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากพลเรือน ที่เป็นพ่อค้า หรือเป็นอาชีพอื่นก็ได้ ยกเว้นทหาร เพราะถ้าเป็นทหารแล้วก็เป็นแบบนี้ ดังนั้นผมจึงเรียน มายังพี่น้องประชาชนให้สบายใจเรื่องรัฐประหารได้ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก อีกทั้งจะสังเกตได้ว่า เนื้อหาที่พี่น้องประชาชนเสนอมาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในการแก้ไขครั้งนี้เป็นเนื้อหา ที่ดี ในมุมของผมผมอยากให้ผ่านวาระ ๑ ๒ ๓ ไป แต่หลังจากผ่านไปแล้วก็ต้องทำตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๘) เพราะต้องบริหารผ่านการประชามติ เพราะว่าการแก้ไข ดังกล่าวมีการแก้ไขที่มาของอำนาจ คุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐธรรมนูญหลายองค์กร ด้วยกัน แต่ผมเชื่อว่าประชาชนให้ผ่าน แต่ในรัฐสภาแห่งนี้ผมเชื่อมั่นว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว. ชุดปัจจุบันเกือบทั้งหมดจะไม่ให้ผ่านตั้งแต่วาระแรก ส่วนตัวผมและพรรคไทยศรีวิไลย์ ให้ผ่านวาระแรก เพราะเป็นร่างของประชาชนที่เขามีเจตนาที่ดี เห็นแก่ประโยชน์บ้านเมือง ผมการันตีร่างฉบับนี้ ขอบคุณครับ