มณเฑียร สนับสนุนเปิดพื้นที่ถกเถียงร่างรัฐธรรมนูญ ย้ำสำคัญกว่าด่วนผ่าน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

มณเฑียร บุญตัน แสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข โดยชื่นชมการเปิดพื้นที่ถกเถียง แต่สะท้อนความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจอย่างฉับพลันที่อาจกระทบต้นทุนทางสังคมและการประนอมผลประโยชน์ที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศ

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณคณะผู้ยื่น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ไม่ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ก็ตาม ผมคิดว่ามันเป็นบรรยากาศที่สังคม นั้นเปิดพื้นที่ให้มีการถกเถียง แลกเปลี่ยน เรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหาร โครงสร้างการ ปกครอง ตลอดจนกติกาสูงสุดของประเทศที่จะสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาประเทศ ต่อไปในอนาคต ถ้าประเทศนี้เป็นประเทศซึ่งไม่มีความเป็นมาย้อนหลังเป็นหลายร้อยหรือ อาจจะเป็นพันปี ถ้าประเทศนี้กำลังจะจัดตั้งขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้บนเกาะสักแห่งหนึ่ง ทุกคนมี ที่มาแตกต่างกันแต่ว่าไปเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน ผมคิดว่าคงไม่เป็นการยากครับประธานที่ผมจะ สามารถบอกได้เลยว่า ผมยินดีที่จะรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมันจะไม่ได้ส่งผล กระทบถึงต้นทุนที่เรามีอยู่ในสังคม ก่อนอื่นต้องขอเรียนว่า ผมเป็นคนที่สนับสนุนรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ อย่างเต็มที่ และเข้าไปมีส่วนในกระบวนการ แม้ว่าขณะนั้นไม่ได้เป็นคนที่มี ตำแหน่งแห่งหนอะไรมากมาย รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แม้ว่าผมเองจะไม่ได้เต็มใจรับเต็ม ร้อยด้วยบรรยากาศในขณะนั้น ก็ยังดีกว่าที่จะปล่อยให้ลากยาวกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ผมก็ยอมที่จะเห็นชอบในกระบวนการประชามติ พอมาถึงฉบับปี ๒๕๖๐ จะมีข้อเสียจะมี อะไรต่าง ๆ นานาอย่างไร ผมก็ยังคิดในทำนองเดียวกันว่า ก็ดีกว่าฉบับชั่วคราวซึ่งเกิดจาก อุบัติเหตุหรือสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่พวกเราหลายท่านได้ประณามหยามเหยียดไปแล้วนะครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ยอมรับร่างในขณะนั้น อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน บรรยากาศ ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจใด ๆ ผมได้เคยเรียนต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ว่า เมื่อใดก็ตามที่มันมีการสวิง (Swing) อย่างสุดขั้ว อย่างสุดโต่ง ผลที่ตามมามันมักจะไม่เป็นที่ ปรารถนา ในสังคมประชาธิปไตยเราจะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแปลงที่เป็นการเปลี่ยนแปลง อย่างมีนัยสำคัญ ถ้าไม่สามารถที่จะเสาะแสวงหาการเห็นพ้องจากทุกฝ่ายได้ มันจะมีปัญหา ตามมาเป็นอันมาก แม้ว่าเราจะใช้กระบวนการของรัฐสภาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ในวันนี้ แต่ผมกำลังคิดว่าผลที่เกิดขึ้นแทบจะไม่ต่างกับการใช้กำลังอำนาจเพื่อยึด อำนาจ เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสถาบันทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองค่อนข้าง จะมีนัยสำคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคยพูดคุยกับเพื่อน ๆ หลายคนเหมือนกันว่า ถ้าเรามีสภาเดียวเหมือนกับประเทศเกาหลีใต้ก็ดี หรือประเทศในสแกนดิเนเวียบางแห่งก็ดี เหมือนกัน เกิดความคล่องตัวอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็ทันท่วงทีตามสถานการณ์โลก แต่ท่านประธานครับ ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เหตุปัจจัยแวดล้อมหรือปัจจัยพื้นฐานที่ทำ ให้ประเทศเหล่านั้นสามารถที่จะมีสภาเดียว มันเหมือนหรือคล้ายหรือแตกต่างจาก ปัจจัยพื้นฐานของบ้านเราขนาดไหน เขามีองค์กรสถาบันทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจที่ ล้มลุกคลุกคลานมีความสลับซับซ้อนมาเป็นร้อยเป็นพันปียากที่จะเปลี่ยนแปลงเหมือนบ้าน เราหรือเปล่า และการเข้าไปเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคนในเวลาอันสั้น มันจะไม่ ก่อให้เกิดผลกระทบแบบตีกลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตีกลับในลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ ใช่หรือไม่ ถ้าเอาตามใจอยาก ผมก็อยากจะเห็นสิ่งที่ท่านอภิปรายมาตลอดตั้งแต่เช้านี้นะครับ แต่ความจริงมันไม่เป็นอย่างนั้น ความจริงมันก็คือว่าเรามีสถาบันทางสังคม การเมือง หรือสถาบันต่าง ๆ ที่มีวิวัฒนาการมาตลอดเป็นร้อยเป็นพันปี ซึ่งมันยึดโยงไว้ด้วยประเพณี ด้วยวัฒนธรรม ด้วยความเชื่อที่แตกต่างอย่างมาก สยามเองก็เป็นดินแดนแห่งการอพยพ เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่รักษาคนเหล่านี้ไว้ด้วยกันได้ก็คือการประนอมอำนาจซึ่งกันและกัน จะเห็นได้ว่าเราไม่เคยเห็นครั้งใดเลยที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะสามารถมีอำนาจโดยเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด โดยปราศจากการประนอมอำนาจกับฝ่ายอื่น ไม่ว่าจะโดยวิธีการใดก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แม้ว่าจะพยายามเสนอหลักการอย่างที่ผมเรียน แล้วว่าถ้าเป็นประเทศเกิดใหม่ ไม่มีต้นทุนทางสังคมที่สลับซับซ้อน และเข้าใจยากเหมือน บ้านเราก็คงจะเป็นการไม่ยากนักที่จะเห็นชอบ และถ้าผมจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ผมก็คงรับปากได้แต่ขั้นรับหลักการ เพื่อเป็นการให้เกียรติพี่น้องประชาชนที่เสนอร่าง เข้ามา มันยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในขั้นกรรมาธิการซึ่งผมก็ไม่มั่นใจและไม่อาจที่จะรับปาก ได้ว่าถ้ามันไปกระทบต่อโครงสร้างที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย มันจะมีผลในทางปฏิบัติ ได้จริงหรือเปล่า ผมก็เลยคิดว่าการจะนำเสนอเนื้อหาใดก็ตามคงจะอาศัยแต่เงื่อนไข ปัจจัย แวดล้อมเบื้องหน้าเราอย่างเดียวคงไม่ได้ คงจะต้องนำเอาวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นมาเป็นเครื่อง พิจารณาด้วย คงไม่มีประโยชน์ที่จะไปพูดถึงสาเหตุของการทำรัฐประหาร ๒ ครั้งที่ผ่านมา ถ้าเราประคับประคองรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ โดยที่บริหารจัดการการใช้อำนาจไม่ล้นเกินไป เราอาจจะไม่สูญเสียรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ไปก็ได้ แต่เราก็ดึงเวลากลับมาไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องเดินหน้าต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ การปฏิเสธความเป็นจริง เพียงแค่ว่าเราต้องการเห็นสังคมเดินไปในทางที่เราคิดว่าดีที่สุด โดยที่เราอาจจะไม่ได้คิดว่า สังคมไทยนั้นประกอบขึ้นด้วยทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยม ฝ่ายเสรีนิยม และผู้ที่มีความเห็นสุดโต่ง ทั้งสองฝ่าย และเรายังมีกลุ่มที่เราอาจจะเรียกว่าเป็นพิเศษอีกก็คือ จารีต ใช้คำซ้อนไปเลยก็ ได้เป็นอนุรักษ์นิยมจารีต เราปฏิเสธไม่ได้ว่าคนเหล่านี้ในสังคมร่วมกับเรา เพราะฉะนั้นการที่ เราจะเนรมิตสิ่งที่เราเสนอเข้ามานี่ผมไม่เชื่อว่าในทางปฏิบัติแล้วมันจะนำไปสู่การสถาปนา ประชาธิปไตยตามที่ได้อธิบายไว้ ผมก็ยังมีความไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่นำเสนอ มานั้นจะสามารถปฏิบัติได้จริง ผมจึงขอวิงวอนนะครับว่า ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่าน ความเห็นชอบจากสภานี้หรือไม่ก็ตาม ในขั้นกรรมาธิการถ้ามีนะครับท่านคงจะต้องกลับไป พิจารณาอย่างรอบคอบ บางครั้ง บางสังคมความคล่องตัวกับความรอบคอบมันต้องชั่งใจให้ดี ผมเข้าใจว่าสยามประเทศหรือประเทศไทยเรานั้นเลือกข้างรอบคอบแล้วก็สามารถจะ ประคับประคอง มันไม่มีความสมบูรณ์หรอกครับ มันไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปตามที่เรา ต้องการเต็มร้อย แต่ผมเข้าใจว่าโดยปัจจัยแวดล้อมและพื้นฐานที่เราประสบมาโดยตลอดจะเห็นได้ว่า ความคล่องตัวหรือการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดนะครับ แต่ว่า ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่สามารถเดินทางไปถึงจุดนั้นได้ สหราชอาณาจักรใช้เวลา ๘๐๐ ปีกว่า จะมาถึงในวันนี้ แล้วเขาก็ยังรักษาระบบ ๒ สภาเอาไว้ได้นี่นะครับ แล้วก็มีหลายครั้งที่เขา หวุดหวิดจะเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน แต่ในท้ายที่สุดเขาก็เลือกหนทางรอบคอบ สหราชอาณาจักรน่าจะเป็นตัวอย่างที่ใกล้เคียงกับประเทศเราที่สุด เราคงต้องยอมรับว่า ประชาธิปไตยที่เราพูดกันถึงในทุกวันนี้ส่วนใหญ่ก็ได้รับแรงบันดาลใจก็ว่าได้หรือได้รับอิทธิพล มาจากสหราชอาณาจักร แต่เราใช้เวลาประมาณ ๘๐ ปีเศษ เราอาจจะเดินทางไปไม่ถึงสิ่งที่ หลายท่านต้องการ เราอาจจะใช้ยาสามัญประจำบ้านหรือยาปฏิชีวนะบ่อยเกินไปจนเกิด อาการดื้อยา แต่ผมคิดว่าเราน่าจะรู้วิธีการป้องกันไม่ให้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยโดยไม่สร้าง เงื่อนไขขึ้นเสียเอง ในฐานะที่เป็นคนที่อยู่ในการเมืองแม้ว่าจะยังไม่มีโอกาสได้อยู่ในการเมือง ที่มาจากการเลือกตั้งเต็มร้อยนะครับ ผมได้สังเกตเห็นว่าบรรยากาศทางการเมืองของเรา บางทีก็หลงลืม และก็ชอบสร้างเงื่อนไขให้เกิดอุบัติเหตุอยู่เรื่อย เราไม่ค่อยเรียนรู้และก็ทำผิด ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้ง ๆ ที่เรารู้ว่าเงื่อนไขบางประการพอทำไปแล้วมันจะเกิดส่งผลตามมาอย่าง ไม่น่าเลยเราก็ทำอีก ก็ขอขอบคุณนะครับ ถึงแม้ว่าผมเองในขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะตอบได้ ว่าจะสนับสนุนหรือไม่ และถ้าสนับสนุนก็คงรับปากแค่ได้ในระดับรับหลักการ เพราะไม่มั่นใจ ว่าในรายละเอียดซึ่งยังมีปัญหาอยู่พอสมควรท่านจะแก้ไปถึงขั้นไหน แต่ก็ต้องขอบคุณที่เสนอ เรื่องราวเหล่านี้เข้ามาให้เกิดการถกเถียงการแลกเปลี่ยนกันครับ ขอบคุณมากครับ