ไชยา พรหมา หารือปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญที่มีที่มาไม่เป็นประชาธิปไตย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการขึ้นสู่อำนาจของผู้นำผ่านกระบวนการที่ไม่ใช่การเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติและบทบัญญัติที่จำกัดอำนาจของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อคืนอำนาจในการกำหนดทิศทางประเทศให้กับประชาชนและผลักดันการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ สาเหตุประการหนึ่งเกิดจากความคิดเห็นที่แตกต่างกันของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แม้จะ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันก็ตาม ต่างก็มีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เราต้องยอมรับ ประการหนึ่งครับว่าที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีที่มาที่ไม่เป็นไปตามประชาธิปไตยเป็น พื้นฐาน การยอมรับของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นภาวะจำยอมของประชาชน บทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญที่เกิดจากกระบวนการเขียนรัฐธรรมนูญนั้นล้วนเกิดข้อถกเถียงที่แฝงด้วยความ สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนที่จะต้องให้เกิดมีการตีความของรัฐธรรมนูญ ต้นกำเนิดมาจากการทำ รัฐประหาร แทนที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ของประเทศแต่กลับเพิ่มความขัดแย้งในสังคมรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ ร่างมาเพื่อการแก้ไขปัญหาแต่เป็นการร่างมาเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองของ คณะรัฐประหารมากกว่า ดังนั้นข้อเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงมีข้อถกเถียง ถึงเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขแม้รัฐธรรมนูญจะถูกออกแบบมาให้แก้ไขยากก็ตาม เสมือนหนึ่งไม่ต้องการที่อยากจะให้แก้ไขด้วยซ้ำไป โดยการวางรากฐานอำนาจของ คณะรัฐประหารผ่านกลไกโดยที่มาของวุฒิสภา อีกทั้งถูกออกแบบมาให้มีส่วนในการคงไว้ ในการรักษาอำนาจอย่างชัดเจน เช่น การกำหนดที่มาของนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นที่จะต้อง มาจากการเลือกตั้ง ไม่จำเป็นที่จะต้องยึดโยงกับประชาชน หรือการมีส่วนร่วมในการเลือก นายกรัฐมนตรีของวุฒิสภาล้วนแล้วแต่เป็นเจตนารมณ์ที่คณะรัฐประหารต้องการครองอำนาจ ไว้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกวันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นำมา ซึ่งปัญหาทางการเมืองต่อเนื่องจนต้องมีการเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสียงของ ประชาชนทุกภาคส่วนเริ่มดังขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนิสิต นักศึกษา คนหนุ่มสาวซึ่งถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ต่างเห็นพ้องต้องกันแล้วว่าถึงเวลาแล้วและมีความจำเป็นแล้วที่จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการ แก้ไขในครั้งนี้ยิ่งเป็นการแก้ไขและการนำเสนอของภาคประชาชนด้วยแล้วรัฐสภาย่อมจะต้อง ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะภาคประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่าง แท้จริงเพื่อที่จะให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองในการเขียนรัฐธรรมนูญเป็นไป ตามต้องการของประชาชน เหตุผลที่จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นถ้าเกิดว่ามีความ บกพร่องในเนื้อหาสาระที่เป็นสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ เช่น
ประการที่ ๑ กระบวนการเข้าสู่อำนาจของผู้ปกครองเราเป็นที่ทราบกันดีแล้ว ครับว่า อำนาจของการเข้ามาสู่อำนาจของคนที่มาเป็นผู้ปกครองโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพียงแต่อาศัยการสนับสนุนของวุฒิสภาซึ่งมาจากอำนาจการแต่งตั้ง ของคณะรัฐประหารก็สามารถที่จะตั้งนายกรัฐมนตรีแล้ว
ประการที่ ๒ การสืบทอดอำนาจและการรักษาอำนาจ ยกตัวอย่าง เช่น การแต่งตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เช่น การตั้งศาลรัฐธรรมนูญ การตั้ง ป.ป.ช. การตั้ง สมาชิกวุฒิสภา และการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เป็นต้น การแก้ไขบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ภาคประชาชนได้ขอเสนอส่วนที่แก้ไขที่เป็นสาระสำคัญในส่วนที่ กระผมรับผิดชอบที่จะอภิปรายส่วนนี้คือการขอยกเลิกการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติและ แผนการปฏิรูปประเทศทั้งหมดไม่ควรที่จะถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ควรที่จะเป็นหน้าที่ ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคตจะเป็นผู้ที่วางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์ และทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต จะเห็นได้ว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมทุกภาคส่วนของประเทศไม่เว้นแต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ในอนาคต การให้แผนยุทธศาสตร์ชาติมาครอบคลุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะกลายเป็น ปัญหาในอนาคตว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นจะมีอิสระมากน้อยเพียงใดในเมื่อถูก ตีกรอบด้วยแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีไว้ล่วงหน้าแบบนี้ ดังนั้นยุทธศาสตร์ชาติจึงไม่ใช่เป็น เพียงแค่เครื่องมือทางการเมืองในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น แต่ยังเป็นมรดกของ คณะรัฐประหารที่ถูกออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดูได้จากพระราชบัญญัติการจัดทำ ยุทธศาสตร์ชาติ ปี ๒๕๖๐ ได้กำหนดไว้ในมาตรา ๕ ว่าหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงาน มีหน้าที่ในการที่จะดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์ชาติ ดังนั้นการกำหนด นโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ตลอดจนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีจะต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ และเป็นหน้าที่ของคณะรัฐบาลที่จะต้องกำกับดูแลให้การสนับสนุนให้ทุกองคาพยพของ ประเทศนี้ดำเนินกันไปตามแผนยุทธศาสตร์ ดังนั้นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคต แทบไม่มีโอกาสที่จะกำหนดนโยบายในการหาเสียงที่เป็นนโยบายใหม่ ๆ ได้เลย ซึ่งจะไม่ สอดคล้องกับโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เท่ากับว่ารัฐบาลในอนาคตถูก มัดมือชก ทำนโยบายใหม่ ๆ ไม่ได้เลย และเสี่ยงที่จะถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะ ข้อกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อการพัฒนาระบอบ ประชาธิปไตยสำหรับประเทศนี้ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนั้น สะท้อนให้เห็นถึง ความพยายามในการปกป้อง และโอบอุ้มกลุ่มทุนที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลเพิ่งพากลุ่มทุนผ่านนโยบายประชารัฐ เท่ากับว่ากลุ่มทุนจะกลายเป็นผู้กุมอำนาจรัฐ ในขณะที่รัฐนั้นจะกุมอำนาจเพียงด้านความมั่นคงเท่านั้น ดังนั้นการเติบโตของกลุ่มทุน เท่ากับจะสร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้นในสังคม เกิดปรากฏการณ์รวยกระจุกจนกระจาย ในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศตกอยู่ในภาวะยากจนและรอรับการช่วยเหลือจากรัฐบาล อย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการขอแก้ไข ยกเลิก แผนยุทธศาสตร์ชาติตามมาตรา ๖๕ และยกเลิกมาตรา ๒๕๗ ถึงมาตรา ๒๖๑ ในหมวด ๑๖ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ ชาติและทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป ท่านประธานครับ ปัญหาทางการเมืองใน วันนี้เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้เป็นอุปสรรคและเป็นบ่อเกิดของ ปัญหาทางการเมืองในปัจจุบัน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กลายเป็นอุปสรรค ได้กลายเป็น ขวากหนาม และได้กลายเป็นพันธนาการที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศไปเสียแล้ว เพราะบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้ถูกออกแบบไว้ให้เข้าข้างกลุ่มผู้มีอำนาจปกครอง โดยเฉพาะผู้มีอำนาจปกครองที่มาจากการรัฐประหาร โดยการวางกลไกตั้งแต่เริ่มต้นของ กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ตลอดจนจงใจตั้งใจที่จะใช้กลไกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในการรักษาไว้ซึ่งอำนาจของตนเองให้ยาวนานที่สุด ตลอดจนวางกับดักในการสืบทอดอำนาจ อย่างยาวนาน วันนี้ถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาของประชาชนแล้ว พรรคเพื่อไทยจึงไม่รีรอที่จะรับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในขั้นรับหลักการ เพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้ได้เปิดเวทีให้เกิดการถกเถียง ร่วมกันหาทางออกให้กับบ้านเมือง ร่วมเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ของประเทศ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกติกาที่กำหนดร่วมกันของประชาชนที่พร้อมที่จะอยู่ ร่วมกันภายใต้กติกาที่เป็นธรรม หากการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในครั้งนี้ประสบ ความสำเร็จ จะเป็นฉันทามติครั้งแรกทั้งฝ่ายการเมืองและภาคประชาชนที่มีส่วนร่วมในการ ผลักดันไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อประเทศชาติสามารถที่จะเดินต่อไปได้โดยปราศจาก ความขัดแย้งของคนในชาติอย่างแท้จริง แม้จะมีบางมาตราในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีข้อ ถกเถียงอีกมากก็ตาม อย่างน้อยถ้าหากรัฐสภาแห่งนี้รับร่างหลักการของการแก้ไข รัฐธรรมนูญครั้งนี้เพื่อให้รัฐสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จะเป็นการหาทางออกร่วมกัน และจะใช้กลไกของรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนให้มีการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และเพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้ได้ดำเนินการไปตามกระบวนการ ในการตรากฎหมายต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน