สมคิด สนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญ ชี้เพิ่มประชาธิปไตย-เปิดพื้นที่ตรวจสอบรัฐ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

สมคิด เชื้อคง ชี้แจงเหตุผลสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำความสำคัญของบทบัญญัติที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง เพื่อเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตยและสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมเสนอให้แก้ไขมาตรา 279 เพื่อยกเลิกการนิรโทษกรรมตนเองของ คสช. และเรียกร้องให้เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง พร้อมย้ำความจำเป็นในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบและโปร่งใส โดยให้รัฐสภาร่วมกันตัดสินใจด้วยความรับผิดชอบในวันลงมติ

นายสมคิด เชื้อคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจากอุบลราชธานี ในรัฐสภาของเราแห่งนี้เป็นครั้งที่ ๓ แล้วนะครับ ที่เราต้องมาพูดเรื่องรัฐธรรมนูญ บางท่าน อาจจะบอกว่า เอ๊ะ ทำไมไม่จบไม่สิ้น หลายท่านบอกว่าผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกรัฐสภา ว่างงานนักหรืออย่างไร ชาวบ้านจะตายอยู่แล้วมาพูดเรื่องรัฐธรรมนูญ เศรษฐกิจก็แย่อยู่แล้ว ยังจะเอารัฐธรรมนูญอีกหรือ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเดียวกันกับ ปากท้องชาวบ้าน ไม่ได้ไกลเลยหากจะเทียบรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องของหัวใจ ถ้าหัวใจ ไม่มีเลือด ถ้าหัวใจไม่สูบฉีดมันก็ตายทั้งหมด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้พูดกันอีก ๑ ครั้ง ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๓ ก็เรียนท่านประธานว่าความจำเป็นที่จะต้องบอกว่าทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ วันนี้มาพูดถึงร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ และอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะ ซึ่งเสนอโดยภาคประชาชน ความจริงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ครั้งที่แล้ว ก็จะมีทีมไอลอว์ (iLaw) ก็เสนอมา แต่ก็ไม่ผ่านที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ มีหลายเรื่องที่บอกว่า รัฐธรรมนูญมันแก้ยาก ยอมรับครับ เพราะคนเขียนเขาไม่อยากให้แก้ ถ้าอยากให้แก้มันก็ ไม่ยากอย่างนี้ แต่ว่าถ้ายากทำไมไม่ท้อถอย ก็ไม่ท้อถอยหรอกครับ เพราะวิธีการการเมือง ระบบประชาธิปไตยมันก็ต้องสู้กันอย่างนี้ละ แนวความคิดแต่ละฝ่ายไม่เหมือนกัน ก็ไม่ต้องถึง ขนาดมากชกต่อยกันก็ได้ ก็ต่างคนต่างพูด หลายท่านอาจจะบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ประชามติมาตั้ง ๑๖ ล้านเสียง แหงละครับ ถ้าผมทำอาจจะได้ ๒๐ ล้านเสียงก็ได้ คืออ้างได้ว่า ๑๖ ล้านเสียง แต่ว่าถ้าพูดถึงจริง ๆ แล้วเพื่อนสมาชิกผมเมื่อเช้านี่ท่านหัวหน้าพรรคผม ก็เอ่ยไป ก็โดนคดีครับ ส.ส. เชียงใหม่ของผมนะ ตัวยิ่งเล็กอยู่ด้วย ท่าน ส.ส. ลำพูนก็โดนครับ ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ อดีต ส.ส. ลำปางก็โดน คุณสมโภช สายเทพ คุณทัศนีย์นี่ยิ่งน่าสงสาร เข้าไปนอนอยู่ในห้องขังนะครับ จากคนผอมอยู่แล้วผอมอีกนะ คือสรุปแล้วทำไมเราต้องแก้ เพราะเหตุผล ความจริงเหตุผลของท่านผู้เสนอนี่อ่านบรรทัดเดียวก็เข้าใจแล้วท่านประธาน โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีบทบัญญัติหลายมาตราที่ไม่สอดคล้องกับหลักการ ความเป็นประชาธิปไตย แค่นี้ก็พอเข้าใจแล้ว ส่วนหลักการอื่น ๆ เต็มไปหมด มาตราอื่น ๆ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกผมมาพูด ผมเห็นอีกมาตราหนึ่ง ซึ่งเขียนมาแล้ว ผมเองก็ชอบใจเรื่องของ นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญหลายฉบับก็พอมี ทำไมผมถึงไปเน้นตัวนี้ เพราะว่าคนเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่ได้เป็น ส.ส. แล้วมันพูดอย่างไรก็ไม่เข้าใจกัน ผมไม่อยากเอ่ยถึงนายกรัฐมนตรีปัจจุบันหรอก เพราะท่านไม่เข้าใจอยู่แล้ว แต่วันนี้ทำไม ผมถึงสนับสนุนเรื่องนี้ รัฐธรรมนูญทั่ว ๆ ไปนี่ละครับ มันมีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๒๑ และรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ยุคนั้นได้ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ มา ถัดลงมาก็ได้ท่าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี สังเกตนะครับว่า รัฐธรรมนูญที่นายกรัฐมนตรีจากคนนอกนั้น นายกรัฐมนตรีจะอยู่นานเป็นพิเศษ มันเพราะอะไรก็ไม่รู้ บ้านนี้ เมืองนี้ แต่นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งสักครู่เดียวไป มันเพราะอย่างนี้อย่างไรครับ ก็ต้องไปหาดูว่าทำไมเป็นเพราะอะไร ทำไมถึงอยากให้ นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง เพราะอย่างที่ผมพูดว่านายกรัฐมนตรีนั้นเป็นผู้นำประเทศ ควรจะมาจากประชาชนโดยตรง รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ เขียนไว้จริงครับ ต้องเอาไปไว้ อยู่ในมาตรา ๘๘ ตะกร้า ๓ คน แต่มันก็มีช่องลอดอยู่ มันมีช่องว่างอยู่ครับท่านประธานครับ ช่องว่างก็คือมันมีมาตรา ๒๗๒ บอกว่าถ้าหาตรงนี้ไม่ได้ ก็ลอดออกมาตรงนี้ได้ ก็คือยกเว้น กฎหมายมาตรา ๑๕๙ อะไรนี้ แล้วก็ไปใช้เสียง ๒ ใน ๓ ของรัฐสภาคือ ๕๐๐ เสียง เอาคนนอกมา ก็ได้ นี่อย่างไรที่ผมบอกว่ามันต้องแก้ แล้วคณะฉบับประชาชนก็มาแก้ถูกใจผมพอดี ไม่ใช่ว่า เลือกตั้งแล้วมันจะดีอย่างที่ว่าหรอก คนเลือกตั้งไม่ได้วิเศษมาจากไหน แต่วิเศษมาจาก พี่น้องประชาชนคัดมา แล้วคนที่มาจาก ส.ว. ก็ไม่ได้วิเศษมาจากไหน ท่านก็ไม่ได้มีความผิด อะไรอย่างที่ว่า ก็เพราะรัฐธรรมนูญให้ท่านมา แต่ให้มาแล้วนี้หน้าที่ท่านอย่างไรก็ว่าไป ไม่ใช่ให้มาแล้วมาดูถูกเย้ยหยันกันไปก็ไม่ใช่ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่ารัฐธรรมนูญที่กำหนด แบบนี้แล้ว ทางคณะเขาทำแล้ว ผมเห็นว่าสมควรที่จะต้องรับ มันมีอยู่หลายเรื่อง ไม่เกี่ยวกับว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส. อย่างเดียว ยืนยันอีกครั้งนะครับ ส.ส. ไม่ใช่คนทำอะไรถูกทุกเรื่อง มีถูก มีผิดเป็นปกติ ส.ว. ก็เหมือนกันครับ วันนี้เราถึงอยากจะสนับสนุนเรื่องนี้

ผมเรียนอีกเรื่องหนึ่งนะครับท่านประธานครับ เห็นอย่างไรก็ต้องสนับสนุน ผมเคยพูดอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ครั้งนี้ครั้งที่ ๓ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ อันนี้บอกยกเลิก ผมไม่สนับสนุนงวดนี้จะไปสนับสนุนวันไหนล่ะครับ เพราะอะไรรู้หรือไม่ครับ คำสั่ง คสช. ซึ่งมีทุกอย่างเลย ทำนั้นทำนี่ ตอนที่ คสช. ครองอำนาจออกเป็นร้อย ๆ ฉบับ แม้กระทั่งบุญบั้งไฟยังห้ามเลย เอาขนาดนั้น ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าทำไม ต้องเห็นด้วย เพราะว่าคำสั่งนี้ทำให้กฎหมายฉบับอื่น ๆ ด้อยค่าไปเลย คสช. คิดไม่กี่คน อาจจะเป็นทีมที่ปรึกษาอะไรไม่ว่ากัน แต่พอออกมาแล้วเป็นกฎหมายพวกเราจะแก้ไข ไม่ได้ง่ายนะครับท่านประธาน เป็นปีเลย ท่านนั่งอยู่ ๓๐ นาทีเสร็จ แต่เวลาพวกผมทำปีหนึ่ง ยังไม่เสร็จเลย แล้วอย่างนี้ไม่ให้แก้ได้อย่างไร แก้เพื่อให้ทุกคนตรวจสอบกันได้ ดูแลกันได้ เพราะฉะนั้นเรื่องคำสั่ง คสช. มาตรา ๒๗๙ ที่นิรโทษกรรมตัวเองนั้น เป็นเรื่องที่จำเป็น ที่พวกเราคนไทยจะต้องรักษาสิทธิตัวเอง จะต้องดูตัวเองว่าคนที่มาบริหารประเทศ เราตรวจสอบอะไรเขาได้ เรื่องนี้ผมสนับสนุนเต็มที่

และเรียนท่านประธานอีกอย่างนะครับว่า เมื่อเช้านี้เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาล บอกว่าพรรคเพื่อไทยกลืนน้ำลายตัวเองหรือ บัตรใบเดียวมาสนับสนุนหรือ ท่านผู้เสนอนี้เขาก็ บอกแล้ว พรรคเพื่อไทยก็ได้ทำเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับ ๒ ใบผ่านไป ก็รอโปรดเกล้าโปรดฯ เท่านั้นเอง ส่วนกรณีที่บอกว่าในร่างฉบับนี้มีระบบการเลือกตั้ง ถ้าผ่านก็ไปแก้ได้ครับ ก็ไปแปรญัตติสิครับ มันไม่เห็นจะต้องยุ่งยากอะไรเลย ถ้ามันซ้ำซ้อนกัน เพียงแต่ว่าเจตนานี้ จะให้เขาผ่านหรือเปล่า แต่ผมยังเรียนนะครับว่ารัฐธรรมนูญคนเขียน คนต้องแก้ได้ ไม่ให้ผีสางนางไม้ที่ไหนแก้หรอกครับ เอาพวกเราที่นี่ล่ะ ลองดูสิว่าเมืองไทยบ้านเมืองเรา มันจะพูดจากันอย่างไรรู้เรื่อง ผมก็เรียนนะครับว่าผู้เสนอท่านก็เป็นคนยุคใหม่ ผมอาจจะ เก่าไปหน่อย แต่ถึงเก่าอย่างไรเราก็เดินตามทันคนรุ่นใหม่ได้ ไม่เห็นแปลก ผู้ที่อาวุโสก็เดิน ตามคนรุ่นใหม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ว่าหรอกครับว่าใครจะเป็น ส.ว. หรือเดินมา จากทางไหน ขอให้เดินเข้ามาช่วยกันว่าอะไรที่ดีเราก็เอาอันนั้น อะไรที่ไม่ดีก็ไปแปรญัตติ ตัดออกตามที่ความพอใจท่าน เพราะในชั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากอย่างไรก็เป็นฝ่ายรัฐบาลเป็นฝ่ายที่ครองอยู่แล้ว สิ่งที่ดีไม่ดีทำไมเราจะทิ้งไปละครับ กว่าเขาจะได้คน ๑๕๐,๐๐๐ ผมเห็นรายชื่อ ๑๕๐,๐๐๐ กว่านะครับ ก็ตรวจสอบเหลือ ๑๓๐,๐๐๐ ไม่ใช่ง่ายนะครับ ให้ผมทำก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราเห็นว่าสำหรับประชาชนที่หวังเอาสภา เอารัฐสภาเป็นที่พึ่งก็ควรจะ เห็นเขา ก็ควรจะมองด้วยความเคารพว่าอย่างน้อย ๆ คนเหล่านั้นเสียภาษีให้เรามานั่งอยู่ ตรงนี้ ผมไม่อยากให้ใครปฏิเสธโดยที่ไม่ไตร่ตรอง ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ได้ไตร่ตรองแล้วก็กรุณาว่าถ้าวันที่ ๑๗ วันพรุ่งนี้ ๑๐.๐๐ นาฬิกา ก็ค่อยมาคุยกันว่าใครจะ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เรื่องนี้เราเคารพกติกาซึ่งกันและกัน ขอบพระคุณครับ