นิคม บุญวิเศษ อภิปรายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการริเริ่มของภาคประชาชน โดยเรียกร้องให้ยกเลิกบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ 20 ปี พร้อมเสนอให้ปฏิรูปองค์กรอิสระให้เปิดกว้างและรับผิดชอบต่อประชาชนมากขึ้น ทั้งยังวิพากษ์การรัฐประหารที่ส่งผลให้การพัฒนาประเทศล้มเหลว และผลักดันให้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันการยึดอำนาจในอนาคต โดยสนับสนุนให้พรรคที่ได้ ส.ส. มากที่สุดมีสิทธิเสนอผู้นำรัฐบาล รวมถึงเสนอมาตรการทางการเมือง เช่น กลไกถอดถอนโดยประชาชน และบทลงโทษต่อผู้ไม่ดำเนินตามนโยบายที่หาเสียงไว้ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออภิปราย สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล และทีมงานคณะกรรมการทุกท่านที่มา ในวันนี้ รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันลงชื่อ ๑๓๕,๒๔๗ คน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายครับที่กฎหมายภาคประชาชนจะเข้าสู่สภา ผมคิดว่าครั้งนี้เป็นนิมิตใหม่ที่ดี ที่พวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาที่จะช่วยกันพิจารณาแล้วก็ให้ความสำคัญ ความต้องการ ของประชาชนทั้งประเทศ ผมคิดว่าหลายร่าง หลายข้อที่เสนอเข้ามานั้น ผมได้มีการศึกษาแล้ว เป็นร่างที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด และเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน ผมขอ ยกตัวอย่างคร่าว ๆ นะครับ โดยเฉพาะการยกเลิกหมวดว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ผมคิดว่ามันเป็นปัญหา เนื่องจากว่าการที่เราไปกำหนดแนวทางการบริหารประเทศล่วงหน้า ๒๐ ปี ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เหตุผลก็คือว่าเมื่อมีการยุบสภาหรือมีการเลือกตั้ง ควรจะ ให้พรรคการเมืองทุกพรรคมีการเสนอนโยบายใหม่ ๆ เป็นนโยบายที่สามารถทำได้ เป็นนโยบายที่ทันสมัย เป็นนโยบายที่สามารถที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองได้ เป็นที่ ถูกอกถูกใจของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นควรจะให้อิสระพรรคการเมืองต่าง ๆ ในการนำเสนอ นโยบายที่อาจจะต้องแตกต่างกันไป ไม่จำเป็นจะต้องเป็นนโยบายที่เกี่ยวข้อง หรืออยู่ในการ ปฏิรูปประเทศตามที่ท่านเขียนมา เพราะโลกยุคใหม่สมัยใหม่นี้มันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ท่านประธานครับ ถ้าเรามาขีดเส้นตีกรอบ ให้ทุกพรรคการเมือง หรือให้อนาคตของประเทศไทย ต้องเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ผมคิดว่ามันจะล้าหลังไปนะครับ ประเด็นนี้ควรจะมีการแก้ไข หรือมีการยกเลิก ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับ แล้วก็มีการยกเลิกการสืบทอดอำนาจครับ และที่สำคัญนะครับ อำนาจขององค์กรอิสระที่พวกเราได้มีการอภิปรายกันหลากหลายนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจหรือที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ ขององค์กรอิสระนะครับ ผมคิดว่ายังไม่มี การยึดโยงกับพี่น้องประชาชน องค์กรอิสระเหล่านี้ควรจะมีที่มา โดยการมาตรวจสอบการทำ หน้าที่ของนักการเมือง การทำหน้าที่ของรัฐบาล ฉะนั้นการตรวจสอบก็ควรจะเป็นหน้าที่ของ ประชาชน ประชาชนเลือกตัวแทนของพี่น้องประชาชนเข้ามานี้ เนื่องจากว่าประชาชนทั้งหมด ๖๐ ล้านคนไม่สามารถเข้ามานั่งในสภาได้ จึงควรจะมีการเลือกตัวแทน ซึ่งเราเรียกว่าเป็น องค์กรอิสระ เข้ามาทำหน้าที่ในการตรวจสอบ แต่ที่ผ่านมามันไม่เป็นอย่างนั้นครับท่าน ประธานครับ องค์กรอิสระตามที่ท่านได้ทราบดีว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เกิดจากการยึดอำนาจของ คสช. แล้วก็มีการตั้งองค์กรอิสระขึ้นมา ซึ่งไม่มีความเป็นกลางทางการเมืองนะครับ อาจจะทำ ให้ความได้เปรียบของพรรคการเมืองบางพรรคที่เป็นพรรครัฐบาล บางพรรคที่ยึดอำนาจมา แล้วใช้องค์กรอิสระเหล่านี้กลั่นแกล้งพรรคการเมืองอื่นก็เป็นไปได้ ผมจึงคิดว่าควรจะมี การปฏิรูปองค์กรอิสระเหล่านี้ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจ แล้วก็ให้นานาอารยประเทศ เขามีความมั่นใจในความยุติธรรมขององค์กรอิสระเหล่านี้ และ
ที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งครับ เป็นประเด็นที่สำคัญมากครับก็คือ ในหมวดที่ ๑๖ การลบล้างผลพวง การรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ในมาตรา ๒๕๗ นะครับ เสมือนว่าไม่เคยเกิดขึ้น และไม่มีผลใด ๆ ในทางรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ส่วนมาตรา ๒๕๘ ปวงชนชาวไทยมีสิทธิและหน้าที่ในการต่อต้าน โดยวิธีการใด ๆ ต่อการ รัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญ และการแย่งชิงอำนาจสูงสุดของประชาชน ถ้าเราเขียนไว้ อย่างนี้ครับ อนาคตข้างหน้าเราป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารอีก ประเทศไทย มีการรัฐประหารกันมาหลายครั้ง จึงทำให้ประเทศเราไม่มีการพัฒนา พัฒนาไม่ทันกับ นานาอารยประเทศที่เขาพัฒนาไปแล้ว เนื่องจากว่าเรามีการรัฐประหารกัน ท่านอย่าลืม นะครับว่าที่ผ่านมามันมีคำหนึ่งที่เป็นวลีที่เคยพูดในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่สมัยยุคของ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นพรรคใหญ่พรรคหนึ่ง ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งนะครับ เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนมานั่งในสภาจำนวนมาก แต่กลับมีคำพูดที่บอกว่าพวกมากลากไป นะครับ ผมคิดว่าคำพูดคำนี้ไม่ควรจะใช้คำพูดว่า พวกมากลากไป พวกมากก็คือคนที่ประชาชน เลือกมา ก็คือประชาธิปไตยสามารถลากไปได้ แต่ปัจจุบันนี้มันกลายเป็นว่าพวกน้อยลาก พวกมากไปลงเหว พวกน้อยคืออะไรครับ พวกน้อยคือพวกที่มีอำนาจ มีเผด็จการ ยกตัวอย่าง คสช. มายึดอำนาจก็คือพวกน้อย แล้วสุดท้ายท่านมาตั้ง ส.ว. ขึ้นมา องค์กรอิสระขึ้นมา สุดท้าย ส.ว. ก็มีอำนาจมาเลือกหัวหน้า คสช. มาเป็นนายกรัฐมนตรีถามว่าพวกน้อยหรือพวก มากครับ ผมคิดว่าคนเหล่านี้เป็นพวกน้อยครับ พวกเผด็จการนี่ก็คือพวกน้อย แล้วมาลาก ประชาชนทั้งหมดที่ไม่เห็นด้วยไปไหนครับ ไปลงเหว เศรษฐกิจเป็นอย่างไรครับ เศรษฐกิจพัง พินาศทุกวันนี้ การบริหารจัดการ การบริหารไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าวเรื่องอะไรทั้งหลาย น้ำมันแพง ถามว่าคนเหล่านี้ทำเพื่อคนส่วนมากของประชาชนหรือไม่ ของประเทศหรือไม่ เพราะอะไรครับ เพราะคนส่วนมากไม่ได้เลือกพวกนี้มา คนส่วนใหญ่ของประเทศเลือกอีก พรรคหนึ่งมา แต่ปรากฏว่าพรรคที่ได้คะแนนสูงสุดกลับไม่ได้เป็นรัฐบาล กลับไม่ได้เป็น นายกรัฐมนตรี เขาเรียกว่าพวกน้อยลากไปหรือเปล่าครับ ผมก็เลยคิดว่าวลีคำว่า พวกมาก ลากไปไม่ควรจะมาใช้ในยุคนี้ ควรจะใช้คำว่า พวกน้อยลากพวกมากไปลงเหวมากกว่า มีหลายข้อที่ผมเห็นด้วยแต่จะมีข้อเสนอเพิ่มเติมเล็กน้อยก็คือคำว่าที่มาของนายกรัฐมนตรี ที่มาของนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าจะต้องเป็น ส.ส. จะต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผม เห็นด้วย แต่ถ้าจะให้ดีผมอยากให้บัญญัติไว้ว่า จะต้องเป็น ส.ส. ที่มาจากพรรคการเมือง ที่ประชาชนเลือกตั้งมามากที่สุด นั่นหมายความว่าพรรคใดที่ประชาชนเลือก ส.ส. มา มากที่สุด ควรจะให้พรรคนั้นเสนอนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่พรรคใดก็ได้ ผมคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ มันจะเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด
อีกประการหนึ่ง เรื่องการเสนอนโยบายต่าง ๆ ที่ผมคิดว่าเป็นนโยบาย ที่รัฐบาลใดก็ตามถ้ามีการประกาศนโยบายไปแล้ว มีการหาเสียงไปแล้ว ถ้าไม่มาทำตาม นโยบายที่ตัวเองหาเสียงควรจะมีบทลงโทษอย่างไร อาจจะมีการถอดถอนหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่าถ้าเราไปพูดสัจจะกับประชาชน หาเสียงแล้วแต่ไม่ทำตามหาเสียงต้องมีบทลงโทษ ผมอยากให้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นการเลือกตั้งครั้งหน้า ใคร ๆ ก็สามารถหาเสียงได้ แต่หาเสียงแล้วกลายเป็นการไปโกหกพี่น้องประชาชน ผมไม่อยากให้ เกิดขึ้นกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ผมคิดว่า การทำงานในสภาผมตั้งใจมาทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ ผมไม่อยากให้มีการเมือง แบบเดิม ๆ ใครก็ได้ที่เข้ามาแล้วมาแสวงหาผลประโยชน์ แล้วไม่ทำตามกติกา ไม่ทำตามที่ ท่านพูดไว้กับพี่น้องประชาชน คนเหล่านี้จะต้องเอาผิดให้ได้ โดยเฉพาะอาจจะให้ประชาชน สามารถมีอำนาจในการถอดถอนได้ ผมจึงเห็นว่าคณะของภาคประชาชนที่มีการเสนอร่าง เข้ามาผมอยากให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายครับ ช่วยกันพิจารณาให้ความสำคัญกับภาคประชาชน เพราะว่ากว่าที่ภาคประชาชนจะลงชื่อกัน มา ๑๓๐,๐๐๐ รายชื่อไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ แล้วก็สิ่งที่ท่านได้ร่างขึ้นมานี้ผมได้นั่งอ่านแล้ว เพียงแต่ว่าเวลามันน้อยครับ หลายท่านก็ได้พูดไปแล้วมีประเด็นหลายประเด็นที่ถูกอกถูกใจ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทางบ้านเขาพยายามลุ้นอยู่ว่าจะผ่านวาระแรกหรือไม่ จึงขอวิงวอน ให้พี่น้องสมาชิกทุกท่านในรัฐสภาแห่งนี้ ช่วยกันเห็นความสำคัญของร่างของภาคประชาชน ถ้าประชาชนเห็นว่าใครก็ตามพรรคการเมืองใดไม่ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชน ประชาชนจงบันทึกไว้นะครับว่าเป็นพรรคใดบ้าง เป็นใครบ้าง แล้วก็ครั้งหน้าไม่ต้องเลือกมา ขอบคุณมากครับ