วิโรจน์ ลักขณาอดิศร แสดงความกังวลต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจเปิดช่องให้เกิดการแทรกแซงทางการเมืองผ่านการปรับระบบเลือกตั้งและการแต่งตั้งข้าราชการ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันถึงแม้จะอ้างว่าผ่านประชามติ แต่กลับถูกแก้ไขโดยไม่มีการทำประชามติซ้ำ และยังเน้นบทบาทของ ส.ว. ที่ถูกแต่งตั้งให้สนับสนุนรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรา 272 ที่ทำให้ ส.ว. มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งขัดกับหลักการประชาธิปไตย เขาจึงเรียกร้องให้แก้ไขมาตราดังกล่าวเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของรัฐบาลในการจัดการวิกฤตต่าง ๆ โดยย้ำว่าอำนาจอธิปไตยต้องอยู่กับปวงชน ไม่ใช่กลุ่มบุคคลที่มาจากการแต่งตั้ง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้การยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มีหลายฉบับมากนะครับ มีรายละเอียดเยอะมาก แต่แก่นของมันจริง ๆ ในการแก้ครั้งนี้มีไม่ มากครับ ผมขออนุญาตต่อจิกซอว์ (Jigsaw) ภาพใหญ่ให้ท่านประธานได้เห็นจุดมุ่งหมายที่ สำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ แล้วท่านประธานจะร้องอ๋อเลย ๑. มีความพยายามที่ จะแก้ระบบเลือกตั้ง ให้มี ส.ส. แบบแบ่งเขตเป็น ๔๐๐ แบบบัญชีรายชื่อเป็น ๑๐๐ เขตที่มากขึ้นทำให้เขตเล็กลง ก็เอื้อให้กลุ่มอิทธิพลทางการเมืองคุมคะแนนเสียงของ ประชาชน ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้วิชามารที่เคยใช้กันมา ไม่ว่าจะเป็นพลร่ม ไพร่ไฟ เวียนเทียน บัตรเขย่ง คืนหมาหอนจะกลับมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วมันประจวบ เหมาะกับอะไรครับท่านประธาน มันประจวบเหมาะกับการแก้ไขมาตรา ๑๔๔ ที่แต่เดิมมี บทลงโทษ บทกำหนดโทษของการเข้าไปแทรกแซงการใช้งบประมาณทั้งทางตรงและ ทางอ้อมยังครับท่านประธาน ประจวบเหมาะกับแก้มาตรา ๑๘๕ ให้แทรกแซงการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการ ให้นักการเมืองไปวางคนในพื้นที่ตัวเองได้ และที่สำคัญคือใช้งบประมาณ มาทำโครงการได้ ประจวบเหมาะกับร่างงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ ที่กำลังจะผ่าน ประจวบเหมาะกับเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ประชาชนกำลังจะแบกรับภาระทั้งประชาชน ที่เกิดแล้วในวันนี้และกำลังจะเกิดในวันข้างหน้า อะไรมันจะประจวบเหมาะขนาดนั้นครับ ผมจึงยืนยันว่ารัฐธรรมนูญที่ถูกแก้ในครั้งนี้ถ้าพูดสั้น ๆ ครับ เจตนาแอบแฝงก็คือแก้ เพื่อมาโกง แต่เดิมผมก็สงสัยว่าจะไปจูงใจวุฒิสมาชิกมาโหวตให้ได้อย่างไร ก็ปรากฏว่า ในการแก้มาตรา ๑๔๔ กับมาตรา ๑๘๕ มี ส.ว. มาเอี่ยวด้วย ก็ต้องขอบคุณครับที่ ส.ว. บางท่านได้อภิปรายเตือนสติ ส.ว. ท่านอื่น ๆ ที่กำลังจะโหวตให้กับ ร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ผมเรียกว่าฉบับ คสช. กลายพันธุ์ คราวนี้อย่าอ้างว่าเดี๋ยว รับไปก่อนแล้วเดี๋ยวไปแก้ทีหลัง ท่านประธานครับ สังคมไทยเราช้ำกับคำนี้มากี่รอบแล้ว ดิว (Due) แบบนี้เราถูกหลอกมากี่หนแล้วรับไปก่อนแล้วแก้ทีหลัง ผมตั้งคำถามครับ ในเมื่อ หลักการในวาระที่ ๑ คือจะแก้มาตรา ๑๔๔ กับมาตรา ๑๘๕ แล้วกรรมาธิการในวาระที่ ๒ จะแก้ให้กลับไปไม่แก้ได้อย่างไรครับ แล้วที่สำคัญมีอะไรการันตี (Guarantee) ว่า กรรมาธิการในวาระที่ ๒ จะแก้กลับไปเป็นแบบเดิม ประชาชนถูกหลอกซ้ำหลอกซ้อนมากี่ ครั้งแล้ว ผมว่าเรื่องนี้ต้องรับมาเป็นบทเรียน นี่ล่ะครับเปิดโอกาสให้ ส.ว. มาร่วมสังฆกรรม ด้วย เมื่อสักครู่ท่าน ส.ว. วันชัย ผมขออนุญาตเอ่ยนามไม่ได้เสียหาย ท่านพูดคำหนึ่งนะครับ ท่านบอกว่ามีหลายคนเอาดีใส่ตัวเอาชั่วมาใส่ ส.ว. ผมจึงเรียนให้ท่านวันชัยลองดูการโหวต ของ ส.ว. ว่าท่านใดจะโหวตอย่างไร เดี๋ยวก็จะรู้ว่ามีคนเอาชั่วมาใส่ ส.ว. หรือมี ส.ว. บางคนมี ความชั่วเป็นเหมือนสนิมที่เกิดจากเนื้อในตน นอกจากนี้ครับท่านประธาน พูดกันอยู่นั่นครับ ท่านประธานว่าระบบการเลือกตั้งเอาของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ มาใช้ เรากำลังจะเอาของ ๒๐ ปีก่อนมาใช้ใน ๒๐ ปีถัดมา ผมตั้งคำถามครับ สังคมวันนี้เราเปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว สังคมที่ตอบรับความแตกต่างหลากหลาย สังคมที่ประชาชนเรียกร้องให้เอาฝุ่นใต้พรม ในสังคมขึ้นมาพูดขึ้นมาแก้ ปรับปรุงสวัสดิภาพทางสังคมให้ดีขึ้น ปรับปรุงขีดความสามารถ ของประเทศของพลเมืองให้สามารถแข่งขันกับโลกยุคใหม่ได้ บริบทของการเลือกตั้งระบบ เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่มุ่งสร้าง ๒ พรรคใหญ่ในระบบนิเวศ เดิมจะสามารถ ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนในยุคนี้ได้อย่างไร จะมั่นใจได้อย่างไรว่าฝุ่นใต้พรมต่าง ๆ การปฏิรูปต่าง ๆ ที่สังคมต้องการ ประเทศนี้ต้องการ ประชาชนต้องการ จะถูกพูดถึงในพื้นที่ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ จะถูกขับเคลื่อนในการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ระบบการ เลือกตั้งปี ๒๕๔๐ ไม่ได้อยู่ในระบบนิเวศ ในปี ๒๕๔๐ เราเจอกับอะไรครับท่านประธาน เจอกับรัฐธรรมนูญที่เป็นเงื่อนไขของ คสช. มัดตราสังสร้างพันธนาการเต็มไปหมด ส.ว. ยุคนั้นเลือกตั้ง ยุคนี้มาจากการแต่งตั้งหรือมาจากกลไกของการแต่งตั้งของ คสช. ที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้เลือก องค์กรอิสระที่อิสระจากประชาชนยกตัวอย่าง กกต. การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราได้พบกับ กกต.ชั้นดี ขออนุญาต ที่เอ่ยนามท่านอาจารย์ยุวรัตน์ กมลเวชช ท่านอาจารย์โคทม อารียา ผมคงไม่ต้องบอกว่า ในยุคนั้น กกต. ชั้นดี ยุคนี้ กกต. ชั้นไหน ท่านประธานครับ แล้วยังเจอกับเงื่อนไขปิดตาอีก เยอะแยะ การปฏิรูปประเทศที่ ส.ส. เสนอกฎหมายนี้ไม่ได้ พอรัฐบาลจะเสนอกฎหมาย ก็จะอ้างว่าเป็นกฎหมายปฏิรูปแล้วเอา ส.ว. มาร่วมโหวตด้วย ที่สำคัญที่สุด พ.ร.บ. อะไรก็ ตามที่ยื่นให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาก็อ้างว่าเป็นกฎหมายการเงินแล้วตีตกไป ล่าสุด พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติของพรรคก้าวไกลที่ให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพของ ผู้เรียน คืนเวลาให้กับครู คืนอำนาจให้กับครูและผู้บริหารสถานศึกษาในการกำหนดหลักสูตร ที่ตอบโจทย์ท้องถิ่นของตัวเอง คืนเวลาให้กับนักเรียนเพื่อเอาไปคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนา ตัวเองถูก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตีตกอย่างไม่ใยดี ที่สำคัญยังกล้าตีตกร่าง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับของประชาชนอีกด้วย นอกจากนี้ยังเจอกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ไม่ต้องมาอ้างครับ ผมเห็น ส.ว. ท่านหนึ่งอ้างถึง มาตรา ๑๑ ว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีปรับเปลี่ยนได้ ยกตัวอย่างไม่ต้องไกล เอาสถานการณ์ การระบาดของโควิด (COVID) วันนี้ ยืดหยุ่นไหม ตอบโจทย์ไหม รับกับสถานการณ์การกลาย พันธุ์ของไวรัสได้ไหม สามารถชี้ให้ประชาชนเห็นแสงสว่างในการแก้ไขได้ไหม นี่หรือครับ ในทางปฏิบัติมันไม่มีความยืดหยุ่นเลย อย่าอ้างมาตรา ๑๑ ให้อายเขา วันนี้มีใครถามไหม ครับว่าสถานการณ์โควิด (COVID) ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติซึ่งหลายคนไม่รู้ว่า ชื่ออะไร ผมจะบอกให้ว่าชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีใครไปถามไหมครับว่าประธาน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจะปรับปรุงยุทธศาสตร์อย่างไรให้รับกับสถานการณ์โควิด (COVID) ไม่มี ผลผลิตของยุทธศาสตร์ชาติคือเอกสารและกองเอกสารเท่านั้นที่ไม่สามารถ นำพาให้ประชาชนรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ไปได้เลย
ท่านประธานที่เคารพครับ ความสำคัญที่ต้องแก้มาตรา ๒๗๒ หรือที่เรา เรียกว่าปิดสวิตซ์ ส.ว. ไม่ต้องมาอ้างว่ามีการทำประชามติผ่าน ได้รับคะแนนมาแล้ว ๑๖.๘ ล้านเสียง วันนั้นทำประชามติมีประชาชนถูกจับจาก คสช. เท่าไร และผมยืนยันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ใช้กันอยู่นี้ก็ไม่ใช่ฉบับที่ทำประชามติผ่านมา เพราะหลังจากที่ผ่าน พลเอก ประยุทธ์ ก็มีการแก้มาตรา ๕ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๙ และมาตรา ๑๘๒ โดยที่ไม่ได้มีการทำประชามติซ้ำ ดังนั้นเลิกวาทกรรมว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับที่ผ่านประชามติสักที ฉบับนี้เป็นฉบับที่แก้โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อีกเรื่องหนึ่งในคำถามระหว่างการทำประชามติ ก็อุตส่าห์มีคำถามพ่วง แล้วคำถามพ่วงก็มีคำถามนำเสียด้วยว่าเพื่อการปฏิรูปประเทศให้ต่อเนื่อง มีคำถามนำครับ ยังไม่หนำใจ มีถามอีกด้วยครับ สร้างคำกำกวมว่าให้ที่ประชุมของรัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรี ทำไมไม่ถามตรง ๆ ไปเลยว่าจะให้ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ประชาชนหลายคน ไม่เข้าใจว่าที่ประชุมร่วมของรัฐสภาคืออะไร แล้วที่สำคัญคือมีคลิปวิดีโอ (Clip Video) ของคน ๆ หนึ่งท่าน ๆ หนึ่งที่วันนี้เป็น ส.ว. ท่านบอกไว้เลยว่าท่านเป็นคนใส่มาตรานี้ไว้เอง แล้วก็จะมี ๒๕๐ เสียงในกระเป๋า หาแค่อีก ๑๐๐ กว่าเสียง คนของ คสช. ก็จะได้กลับมาเป็น นายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่มีสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งท่านพูดว่าไม่เกี่ยวกับ ส.ว. เลย ส.ว. เพียงแค่เห็นชอบ ก็ในเมื่อมี ส.ว. ท่านหนึ่งสารภาพแล้วว่ามี ๒๕๐ เสียงเก็บไว้ก่อนในกระเป๋า ก่อนเลือกตั้ง ส.ว. ๒๕๐ คน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลือกก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง มี ๒๕๐ เสียงอยู่ในกระเป๋าแล้ว คำพูดนี้ผมไม่ได้พูด ส.ว. ท่านหนึ่งพูด และวันนั้นผมจำไม่ลืม ผมจำได้ว่ายกเว้นท่านประธานที่งดออกเสียง นอกนั้น ส.ว. ที่เหลือไม่แตกแถวเลย เลือกพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กันพร้อมเพรียงพร้อมพรรค
ท่านประธานที่เคารพครับ หลายความเห็นของสมาชิกวุฒิสภาพูดใน สภาแห่งนี้ว่าทำไมเราไม่พูดถึงการแก้สถานการณ์โควิด (COVID) ก่อน มาพูดถึงเรื่องแก้ไข รัฐธรรมนูญทำไม ผมดีใจที่ท่านพูดเรื่องนี้ว่าอยากให้เห็นการแก้ปัญหาสถานการณ์ ที่ประชาชนกำลังลำบากอยู่ แต่ผมต้องถามท่านกลับ ท่านที่พูดกลับว่าถ้าท่านห่วงใย ในสถานการณ์โควิด (COVID) อย่างนี้จริง ท่านต้องลงรายละเอียด วันนี้การเลื่อนฉีดวัคซีน ประชาชนหลายคนถูกลอยแพอยู่ภายใต้การบริหารของใคร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไฟเซอร์ (Pfizer) ที่บอกว่าจะมาไตรมาส ๓ ถูกเลื่อนไปที่ไตรมาส ๔ ขณะที่ประเทศฟิลิปปินส์ เพิ่งจะมีข่าวสั่งซื้อ ๔๐ ล้านโดส (Dose) บอกว่าจะทยอยส่งตั้งแต่เดือนสิงหาคม อยู่ภายใต้ การบริหารงานของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีบุคลากรทางการแพทย์ ทั้ง ๆ ที่เขาได้รับวัคซีนซิโนแวก (Sinovac) ๒ เข็มไปแล้วแต่กลับ ติดเชื้อโควิด (COVID) ที่จังหวัดเชียงรายและอีกหลาย ๆ ที่ ก็อยู่ภายใต้การบริหารงานของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วผมตั้งคำถามว่าใครเป็นคนเลือก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ ส.ว. ๒๕๐ ท่านหรือไม่ หักท่านประธานไป ๑ คน เพราะท่านงดออกเสียงในวันนั้นผมจำได้ไม่ลืม ผมถามอย่างนี้ครับว่าหลายคนห่วงใย แล้วก็อ้างครับ ไปเปรียบเทียบประเทศเรากับต่างประเทศ บอกว่าประเทศอินเดีย ประเทศสหรัฐอเมริกาติดเชื้อมากกว่าเรา ผมอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ผู้พูดว่าประเทศสหรัฐอเมริกามีประชากร ๓๒๘ ล้านคน ประเทศอินเดียมี ๑,๓๖๖ ล้านคน ถ้าเข้าไปดูข้อมูลในวันนี้โดยเฉพาะข้อมูลผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อประชากร ประเทศเรานำหน้า ประเทศอินเดียและประเทศสหรัฐอเมริกาไปแล้ว และหลายท่านไปเปรียบเทียบกับ สหราชอาณาจักรหรือประเทศอังกฤษ บอกว่าที่ประเทศอังกฤษติดตั้ง ๑๑,๐๐๐ กว่าคน ประเทศไทยติดแค่ ๓,๐๐๐ คน ๔,๐๐๐ คน เราดีกว่า ประเทศอังกฤษตรวจวันละ เป็นล้านคนครับ ตรวจวันละ ๑ ล้านคน เจอ ๑๐,๐๐๐ คน ประเทศไทยตรวจ ๕๐,๐๐๐ คน เจอ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คน มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ครับ ไม่ตรวจคือไม่ติด ตรวจน้อยก็ติดน้อย สถานการณ์แบบนี้ถ้า ส.ว. ห่วงใยในสถานการณ์จริงก็ต้องถามกลับว่าใครเลือก นายกรัฐมนตรีคนนี้มา และที่ต้องปิดสวิตซ์ ส.ว. ก็คือในเมื่อ ๒๕๐ ท่าน หักท่านประธานไป ๑ ท่านเหลือ ๒๔๙ ท่าน เลือกคน ๆ นี้มา มาก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนขนาดนี้มี ประชาชนถูกลอยแพไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ถูกเลื่อน ต้องคอยเช็ก (Check) คิวอาร์ โค้ด (QR code) ผ่านเว็บไซต์ (Website) ผ่านเพจ (Page) ของโรงพยาบาลทุกเมื่อเชื่อวัน กระวน กระวายใจว่าเมื่อไรตนจะได้รับการฉีดวัคซีน บุคลากรทางการแพทย์เครียดรับวัคซีนซิโนแวก (Sinovac) ๒ เข็มเหมือนฉีดน้ำเกลือเหมือนอาบน้ำมนต์ ผมตั้งคำถามว่าทำไมเราจะไม่ปิด สวิตซ์ (Switch) ส.ว. ไม่ให้คนเหล่านี้ได้กลับมาเลือกนายกรัฐมนตรีอีกในเมื่อเลือกมาแล้ว ก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนถึงขนาดนี้ เลือกคนผิดให้ประชาชนยังคิดจะเลือกกันอีกหรือ ครับ นี่คือเหตุผลที่ผมบอกทำไมต้องแก้มาตรา ๒๗๒ ปิดสวิตซ์ (Switch) ส.ว. ท่านประธานที่ เคารพ วันนี้ผมพูดด้วยความเคารพจริง ๆ ในท้ายที่สุดผมอ่านข่าวแล้วไม่สบายใจที่มี ส.ว. บางท่านพูดว่า ส.ส. ลุแก่อำนาจที่บังอาจมาปิดสวิตซ์ (Switch) ส.ว. ผมต้องตั้งคำถามกับ ท่านประธานครับว่าใครกันแน่ที่ลุแก่อำนาจ ในเมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยึดโยงกับ ประชาชน แล้วเราก็รู้กันดีอยู่ในหัวจิตหัวใจว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ในขณะที่สมาชิกวุฒิสภาท่านเองก็ทราบข้อเท็จจริงดีว่าท่านมาจากกลไกของ คสช. และ พลเอก ประยุทธ์ก็มีส่วนเลือกท่านมา ดังนั้นอย่าใช้คำนี้เลยครับ ผมจึงยืนยันว่าต้องทำ ประชามติเพื่อให้อำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญคืนไปสู่ประชาชน เพื่อให้อำนาจอธิปไตย อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญอยู่ที่ประชาชน และในวันนั้นไม่ใช่แค่ปิดสวิตซ์ ส.ว. ถ้า ส.ว. ยังไม่คุมกันเองและยังมีท่าทีเป็นปรปักษ์กับประชาชนอย่างนี้ไม่ใช่แค่ปิดสวิตซ์ วันนั้นต้องรื้อ สวิตซ์และเหลือแต่สภาผู้แทนราษฎรที่ยึดโยงกับประชาชน ขอบพระคุณครับท่านประธาน