กรวีร์ ปริศนานันทกุล หารือประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้บรรจุเป้าหมายการแก้ปัญหาความยากจนและปากท้องของประชาชนไว้ในกฎหมายสูงสุด เพื่อให้การดูแลประชาชนเป็นหน้าที่รัฐอย่างถาวร ไม่ขึ้นกับดุลยพินิจของรัฐบาลชุดต่าง ๆ พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 272 ที่ให้วุฒิสมาชิกมีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าขัดหลักประชาธิปไตยและควรคืนอำนาจดังกล่าวให้ประชาชนผ่านการเลือกตั้ง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจ ไทยแบบบัญชีรายชื่อจากจังหวัดอ่างทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนสมาชิก ส.ส. จากหลายพรรคการเมืองที่ได้ร่วมกันลงชื่อ และเห็นความสำคัญร่วมกันว่า เรามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เราใช้อยู่ในหลากหลายประเด็น หลังจากที่ความพยายามครั้งแรกของพวกเรานั้นไม่ประสบความสำเร็จ ครั้งนี้สิ่งที่ผมอยากจะ อภิปรายและให้ข้อเสนอในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญมีด้วยกันอยู่ ๒-๓ ประเด็น
ประเด็นแรก ถ้าหากว่าเราจะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมฟังเพื่อนสมาชิก อภิปรายมาทั้งวันครับ เรื่องของระบบการเลือกตั้งที่บอกว่าอยากจะเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง เป็นระบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหนก็แล้วแต่ ผมเข้าใจครับ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่ผ่านมาทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ ผมรู้และเห็นถึงความสำคัญของการมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทั้ง ๒ ระบบเป็นอย่างดี แต่ก็อดไม่ได้ครับ ถึงแม้จะเข้าใจ ในหลักการ แต่ก็อดไม่ได้ว่าเราจะหนีไม่พ้นคำครหาของพี่น้องประชาชนที่บอกว่าการแก้ไข กฎหมายก็จะแก้เพื่อตัวพวกเราเอง ผมไม่อยากจะให้รัฐสภาแห่งนี้เป็นรัฐสภาที่ต้องแบก ความรับผิดชอบ ว่าสุดท้ายแล้วการแก้ไขไม่ได้แก้ไขปัญหาเพื่อประชาชน เมื่อคำนวณสูตร การคิดคำนวณ ส.ส. แล้วไม่เห็นประชาชนอยู่ในสมการของการคิดคำนวณเลย นี่จึงเป็นที่มา ครับ ที่มาของพรรคภูมิใจไทยที่เสนอในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ว่าเราอยากจะ เห็นการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อปากท้อง แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญให้มันเป็น ประชาธิปไตยที่มันกินได้ เพื่อให้กับพี่น้องประชาชนผ่านการเขียนบรรจุลงไปในกฎหมาย หลัก ก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในสภาแห่งนี้ผมเชื่อว่าเรามีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ได้หลากหลายเรื่องครับ แต่ผมเชื่อว่าเรื่องหนึ่งที่พวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือแม้กระทั่ง ส.ว.ก็ตาม เราเห็นตรงกันก็คือเรื่องของปากท้อง เรื่องของการแก้ไขปัญหาความยากจน เรื่องของการที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้อง ประชาชนหมดไป ทำให้มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าเราเห็นตรงกันว่าเรื่องปากท้องของ ประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ทำไมเราไม่เอาบรรจุใส่ไว้ในกฎหมายที่สูงที่สุดของประเทศ ก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญล่ะครับ ทำไมเราจะปล่อยให้มันเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะไป พิจารณาว่าจะช่วยหรือไม่ช่วย ที่จะให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เขาลืมตาอ้าปากได้ หรือไม่ ทำไมเราไม่บรรจุไว้ให้อยู่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่สูงที่สุด ละครับ ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีนะครับ แล้วในร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๓ ฉบับนั้น มีของพรรคภูมิใจไทยฉบับเดียวที่บรรจุเรื่องนี้เอาไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่าน ส.ส. สิริพงศ์ จากพรรคภูมิใจไทยได้อธิบายในรายละเอียดเป็นที่เรียบร้อย ผมก็หวังครับว่าเพื่อน สมาชิกรัฐสภาทั้ง ๒ ฝั่ง ฝ่ายค้าน รัฐบาลและ ส.ว. จะเห็นตรงกัน แล้วก็จะหยิบยกเรื่องนี้ ให้ผ่านในวาระแรกและเข้าไปสู่ในกระบวนการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในท้ายที่สุด
ประเด็นที่ ๓ เป็นประเด็นในเรื่องของการยกเลิก มาตรา ๒๗๒ ในกฎหมาย รัฐธรรมนูญก็คือการยกเลิกอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจาก ส.ว. ประเด็นนี้ผมต้อง บอกแบบนี้นะครับว่าทางพรรคภูมิใจไทยของพวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวของกระผมเอง นั้น พวกเราไม่ได้รังเกียจ ส.ว. นะครับ พวกเรารู้ถึงความจำเป็นครับ และพวกเรารู้ว่าการทำ หน้าที่ระหว่างสภา ส.ส. และสภาสูงก็คือสภาของสมาชิกวุฒิสภานั้น การทำงานร่วมกันใน การถ่วงดุลอำนาจร่วมกันนั้นมีความจำเป็น ในทางตรงกันข้ามครับ นอกจากเราไม่ได้รังเกียจ แล้ว และเรายังปรารถนาดีที่อยากจะเห็นวุฒิสภา ส.ว. เป็นสภาอันทรงเกียรติ เป็นสภาที่ กลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านจาก ส.ส. ของพวกเราขึ้นไปเพื่อความรอบคอบและทำหน้าที่รับใช้ ประชาชนเคียงคู่กันกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคู่กันไป นอกจากนั้นแล้วผมต้องชื่นชมครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านในชุดนี้ท่านเป็นคนเก่งครับ ท่านเป็นคนมีความสามารถครับ ผมฟังหลายครั้ง ติดตามการทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านในที่นี้ต้องบอกนะครับ สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ไม่ได้ขี้เหร่เลย แต่สิ่งที่มันเป็นปัญหามีอยู่เพียงแค่ ๒ เรื่องครับ เรื่องแรกคือท่านไม่ได้มาจากพี่น้องประชาชน และเรื่องที่ ๒ คือท่านมีอำนาจบางอย่างอยู่ใน มือของท่านโดยที่เป็นอำนาจที่ท่านไม่พึงจะมี ด้วย ๒ อย่างนี้ จึงทำให้สถานะการดำรงอยู่ ของ ส.ว. ไม่ค่อยจะสง่างามสักเท่าไรนัก ท่านมีพร้อมสรรพหมดทุกอย่างของสมาชิกวุฒิสภา ที่พึงจะมีชุดหนึ่ง แต่พอติดด้วยเงื่อนไข ๒ ข้อนี้แล้วมันทำให้ความสง่างามของท่านนั้น มันลดลงอย่างน่าเสียดายครับ แล้วผมก็ต้องบอกนะครับว่าด้วยอำนาจของท่านที่ไม่พึงจะมี และมันทำให้ท่านไปใช้อำนาจแทนพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้ง ในการเลือกตัว นายกรัฐมนตรีนั้นมันขัดกับหลักการประชาธิปไตยอย่างเสียหายเป็นอย่างยิ่งครับ
ผมต้องย้อนกลับไปนิดหนึ่งเมื่อปี ๒๕๕๙ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๖๐ ถามบอกว่า มาตรา ๒๗๒ ที่มานี้มันมาจากไหนครับ มันไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในเบื้องแรกนะครับ มันมาจากการตั้งคำถามพ่วงในวันที่พวกเราทำประชามติถามกับพี่น้อง ประชาชน แล้วคำถามพ่วงนั้นมันมาจากไหนครับ มันก็มาจากสมาชิก สนช. อนุมัติผ่านสภา สนช. โดยคำแนะนำของ สปท. หรือว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และมันบังเอิญครับ ที่บางส่วนของสมาชิก สนช. และบางส่วนของสมาชิก สปช. นั้นมันมาอยู่ในสภาแห่งนี้ มากลายร่างเป็น ส.ว. ในชุดปัจจุบันนี้ และ ส.ว. ชุดนี้ก็บังเอิญว่าเป็นการแต่งตั้ง เป็นการคัดเลือกโดย คสช. และ ส.ว. ชุดนี้ก็ไปเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านปัจจุบันนี้ที่พวกเราทราบกันดีอยู่ครับ ด้วยกติกาแบบนี้ ด้วยวิธีการแบบนี้นั่นล่ะครับ มันจึงทำให้ ส.ว. ชุดนี้หนีไม่พ้นคำครหาที่เขาต้องครหากับท่าน ที่เขาวิพากษ์วิจารณ์กับ ท่านว่าเป็นการเขียนแบบผลัดกันเกาหลัง และนี่เองครับที่มันสร้างความอัปยศ แล้วนี่เองครับ ที่มันสร้างความด่างพร้อยให้กับสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้อย่างเสียหาย จนทำให้คนอื่นเขาดูแคลน สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ไปต่าง ๆ นานา ผมเห็นใจนะครับ และผมรู้ครับว่าหัวอกของคนที่เป็น วุฒิสมาชิกหลายคนเจ็บปวด เสียใจกับคำที่ต้องถูกคนภายนอก สังคมภายนอกตัดสินด้วย คำครหา คำกล่าวหาต่าง ๆ มากมาย ด้วยเหตุนี้เองครับผมจึงบอกว่าผมเห็นใจ เพราะท่าน เอง ส.ว. ชุดปัจจุบันไม่ได้เป็นคนเขียนกติกานะครับ แต่ท่านต้องมารับเผือกร้อนด้วยการ ถือเอาอำนาจที่ท่านไม่ควรที่จะได้รับตั้งแต่แรกมาไว้ในมือท่าน มันจึงเกิดเหตุเรื่องแบบนี้ ขึ้นมา อย่างไรก็ตามครับผมดีใจครับ ตลอดช่วงวันนี้ที่ผ่านมาท่านสมาชิกวุฒิสภาหลายท่าน แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่าเห็นด้วยในหลักการที่จะรับในการยกเลิกมาตรา ๒๗๒ แล้วก็คืน อำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีให้เป็นอำนาจของประชาชนผ่านตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนก็คือ ส.ส. ที่เขาเลือกตั้งกันเข้ามา ประเด็นนี้ผมอยากจะบอกกับท่านวุฒิสมาชิกครับ ว่าถึงเวลาที่จะคืนประเด็นนี้ผมอยากจะ บอกกับท่านวุฒิสมาชิกครับว่าถึงเวลาที่จะคืนอำนาจเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนเขาเลือกตั้ง ส.ส. เขาเลือกพรรคการเมืองเข้ามาด้วยหวังว่าพรรคการเมือง เหล่านั้นจะมาเป็นรัฐบาล และผลักดันนโยบายต่าง ๆ ครับ แต่สุดท้ายการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรี การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีผ่านรัฐสภาแห่งนี้กลับมีเสียงที่ไม่ได้มาจากพี่น้อง ประชาชน ๒๕๐ เสียงในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีด้วย ผมอยากจะบอกกับท่านประธานครับ ว่านี่คือโอกาสที่ดีครับ นี่คือโอกาสที่ดีที่จะทำให้คำครหาต่าง ๆ ที่มีกับท่านวุฒิสมาชิกหมดไป นี่คือโอกาสที่ดีครับที่จะแก้ไขกติกาที่มันผิดเพี้ยนจากหลักระบอบประชาธิปไตยให้มันถูกต้อง ให้มันกลับมาอยู่เส้นทางของระบอบประชาธิปไตยเสียที และนี่คือโอกาสครับที่จะสร้าง ความชอบธรรม สร้างอำนาจอธิปไตย ในการเลือกตัวนายกรัฐมนตรีให้กลับไปอยู่ที่ตัวแทน ของพี่น้องประชาชนผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเราจะเห็นการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญสักฉบับหนึ่ง ผมคาดหวังครับ คาดหวังว่ามันจะไม่เป็นคำติฉินนินทาและ ไม่เป็นคำครหากลับมาที่รัฐสภาแห่งนี้ว่าพวกเราแก้เพื่อตัวเอง ถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญกัน ใหม่สักครั้งหนึ่ง ผมก็อยากจะเห็นครับว่ามันเป็นการแก้ไขเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง การกินดี อยู่ดีและสร้างรัฐธรรมนูญที่มันกินได้ให้กับพี่น้องประชาชนเสียที และถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญ ผมหวังครับว่าเราจะสร้างกติกาที่เป็นสากลในระบอบประชาธิปไตยและหวังว่าการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรี การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีผ่านสภาในครั้งหน้านั้นเราจะได้ทำหน้าที่ในการ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีอย่างสมเกียรติ สมศักดิ์ศรี และเราจะได้นายกรัฐมนตรีที่สง่างามให้กับ คนไทยทั้งประเทศ ขอบพระคุณท่านประธานครับ