ระวี ท้าทายพรรคใหญ่เปิดช่องแก้รัฐธรรมนูญ-เสนอประชามติคืนอำนาจประชาชน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๔

ระวี มาศฉมาดล แถลงท่าทีในนามกลุ่มพรรคเล็ก ตั้งคำถามถึงเจตนาการแก้รัฐธรรมนูญของพรรคใหญ่ และเรียกร้องให้มีการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจโดยตรงในประเด็นสำคัญ เช่น การเลือก สสร. การมี ส.ว. และระบบการเลือกตั้ง พร้อมเสนอให้ปฏิรูประบบการเมืองผ่านรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อลดปัญหาการซื้อเสียง และสร้างความเท่าเทียมให้พรรคการเมืองทุกขนาดได้มีโอกาสเข้ามามีบทบาทในรัฐสภาอย่างเป็นธรรม

นายระวี มาศฉมาดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมนายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอภาพแรกขึ้นเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

การอธิบายของผมในวันนี้จะเป็นการอภิปรายในนามของกลุ่มพรรคเล็ก ๗ พรรค ปกติและ อภิปรายจัดอภิปรายในฐานะส่วนตัวของผมเอง แต่วันนี้จะเป็นการอธิบายตามความเห็นของ กลุ่มพรรคเล็กนะครับ ขอภาพต่อไปนะครับ

การเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ รายมาตรา จำนวน ๑๓ ร่างของพรรค ใหญ่ ๆ ในครั้งนี้ กลุ่มพรรคเล็กเรามีข้อเสนอให้รัฐสภาพิจารณาดังต่อไปนี้ครับ ประการแรก เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ๗ สิงหาคม มีการกำหนดให้ประชาชนมาทำการลงประชามติจะรับ ร่างรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ ขอภาพต่อไปนะครับ ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ได้รับการทำ ประชามติจากประชาชนมีผู้รับรองถึง ๑๖.๘ ล้านเสียงไม่เห็นด้วย ๑๐.๕ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ เห็นด้วย ๖๑ เปอร์เซ็นต์จาก ๒๙.๗ ล้านเสียง ดังนั้นถ้าพรรคการเมืองคิดจะแก้ไข รัฐธรรมนูญผมก็มีคำถามว่าควรจะถามประชาชน ๑๖.๘ ล้านเสียงก่อนหรือไม่ขอภาพ ต่อไปเลยครับ

ประการที่ ๒ ผมถามตรง ๆ ถึงพรรคการเมืองพรรคใหญ่ ๆ ว่าการเสนอแก้ รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ไม่ว่าจะประเด็นแก้ไขจาก ๑ ใบ เป็น ๒ ใบ ไม่ว่าจะการแก้ไขจำนวน ส.ส. เขตจาก ๓๕๐ เป็น ๔๐๐ หรือ ส.ส. สัดส่วนจาก ๑๕๐ เหลือ ๑๐๐ หรือมาตรา ๑๔๔ ท่านได้คิดหรือยังว่าท่านเสนอการแก้ไขครั้งนี้เพื่อใครครับ ขอภาพต่อไปเลยครับ

ท่านเสนอเพื่อใคร ท่านเสนอเพื่อชาติ ท่านเสนอเพื่อประชาชนหรือท่านเสนอ เพื่อพรรคของท่านเองแก้ไขแล้วเราจะได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบหรือไม่ แก้ไขแล้วเราจะได้รัฐธรรมนูญที่ทำให้ระบบบริหารของประเทศโปร่งใสตรวจสอบได้ใช่ไหม เราจะได้รัฐธรรมนูญที่ปราบการโกงปราบการซื้อเสียงใช่หรือไม่หรือเราจะได้รัฐธรรมนูญ ที่ส่งเสริมให้เหลือแต่พรรคใหญ่ ๆ พรรคของนายทุนได้รัฐธรรมนูญที่นักการเมืองหาเงินทอน ได้ง่ายขึ้นขอภาพต่อไปเลยครับ

เมื่อวานนี้รัฐสภาได้ผ่านมติ พ.ร.บ. ประชามติไปเรียบร้อยแล้ว พรรคการเมืองทุกพรรคควรจะหันมาร่วมกันเสนอญัตติให้มีการทำประชามติว่าด้วยการแก้ไข รัฐธรรมนูญถามประชาชนก่อนดีหรือไม่ คำถามแรกที่ควรจะทำได้คือประชาชนเห็นด้วย ที่จะให้แก้รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ หรือไม่ ถ้าประชาชนเห็นด้วยประชาชนต้องการให้แก้ ประเด็นใดเช่น ขอภาพต่อไปครับ ประเด็นการตั้ง สสร. จะดีไหมถ้าให้ประชาชนทั่วประเทศ มาเลือก สสร. แล้วมาทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่แทนนักการเมืองที่จะมาแก้กันเอง

ประการต่อไปคือว่าด้วยอำนาจ ส.ว. ให้ประชาชนตัดสินไหมว่าน่าจะมี ส.ว. แบบไหน ประเด็นระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียว หรือ ๒ ใบก็เช่นกันครับ ให้ประชาชนเป็นผู้มา ตัดสินใจว่าเขาคิดว่าอย่างไรจะดีที่สุดสำหรับคนไทย

ประเด็นที่ ๔ จุดอ่อนที่สุดของการเมืองไทยปัจจุบันนี้คืออะไรครับ ท่านประธานครับ จุดอ่อนสำคัญที่สุดที่ผมอยากจะถามนักการเมืองและประชาชนทุกคนก็คือ รัฐธรรมนูญปัจจุบันนี้เป็นของประชาชนหรือเป็นรัฐธรรมนูญของนายทุนพรรคการเมือง ประเด็นการซื้อเสียง ผมขอถามนักการเมืองทุกคนว่าท่านยอมรับไหมครับว่าการเลือกตั้ง ทุกเขตที่ผ่านมามีการใช้เงินมหาศาลเกินกฎหมายที่กำหนดอย่างมากมาย พรรคใหญ่ ๆ ทุ่มเงินหลักหลายสิบล้านต่อเขตเพื่อซื้อเสียงเข้ามาให้ได้ ส.ส. ผู้ทรงเกียรติเข้ามาในสภา แถมเมื่อเข้ามาในสภาแล้วกลับมาดูถูกพรรคเล็ก ๆ ว่าเป็นพรรคปัดเศษ พรรคกินกล้วย ทั้ง ๆ ที่พรรคเล็กของเราเข้ามาได้เพราะเราไม่มีเงินซื้อเสียงเท่ากับพรรคใหญ่ ๆ ครับ ถ้าเรามีเงิน เท่าพรรคใหญ่ ๆ พวกเราคงไม่ได้มาเสียงเดียวครับ ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญที่จะยุติ การซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด เพื่อให้พรรคที่จน ๆ เพื่อให้คนดี ๆ ที่จน ๆ ไม่มีเงินซื้อเสียง เข้าสภาได้ แต่ทุกวันนี้ครับมันมีแต่พรรคที่มีทุนมหาศาลที่ลงทุนไปมหาศาลในการเลือกตั้ง แล้วได้ ส.ส. จำนวนมากเข้ามา เข้ามาถึงก็ต้องมาทำมาหากินครับ ต้องมาหาเงินทอนจาก ภาษีของประชาชนใช่หรือไม่ ต้องมาถอนทุนคืนใช่หรือไม่ แถมไม่พอครับ ถอนทุนคืนแล้ว ยังไม่พอครับ จะต้องเก็บกำไรอีกมหาศาลเพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าครั้งต่อไป ประชาชน ต้องการรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ชัดเจนว่าพรรคการเมืองที่ซื้อเสียงควรจะต้องมีการลงโทษ อย่างรุนแรงไม่เหมือนกับทุกวันนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถที่จะมีนักการเมืองที่ไม่ซื้อเสียง เข้ามาได้ เช่น ควรจะกำหนดให้ชัดเจนเลยครับว่าถ้าจับได้ว่าผู้สมัคร ส.ส. พรรคใด เขตใด มีการซื้อเสียง นอกจากความผิดทางอาญาและตัดสิทธิทางการเมือง ๒๐ ปี จะต้องกำหนด ให้พรรคนั้นถูกลงโทษ ต้องตัดสิทธิ ส.ส. อย่างน้อย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพรรคนั้นที่ได้รับ เลือกตั้งมา หรือถ้าพรรคใดจับได้ว่ามีการซื้อเสียงตั้งแต่ ๓ เขตขึ้นไป แสดงว่าพรรคนั้น มีแนวโน้มที่ใช้เงินในการซื้อเสียงจริง ต้องยุบพรรคครับ ต้องตัดสิทธิ ส.ส. ทุกคนของ พรรคนั้นออกจากสารบบพรรคการเมืองทั้งหมด ผมขอท้าพรรคใหญ่ ๆ ทุกพรรคเลยครับว่า ท่านกล้าแก้กฎหมายไหม แก้กฎหมายให้ควบคุมการเลือกตั้งให้ใช้เงินให้น้อยที่สุด ให้ทุกพรรคใช้เงินได้เท่า ๆ กัน เช่น การจัดปราศรัยใหญ่ต้องยุติต้องห้ามครับ การปราศรัย ใหญ่ของพรรคใหญ่ ๆ ที่ชวนคนมาเป็นหมื่นใช้เงินมากกว่า ๑ ล้านบาททุกคนรู้กันดีอยู่ ห้ามปิดคัตเอาท์ (Cutout) ทุกเขต ให้ติดโปสเตอร์เล็ก ๆ ตามสถานที่ที่ กกต. กำหนดเท่ากัน รถแห่ รถที่ใช้ในการเลือกตั้งต้องกำหนดให้เหลือเขตละคันเดียวเท่ากัน ต้องทำแบบนี้ครับ มันถึงจะเกิดการเท่าเทียมในการหาเสียง และจะไม่เกิดการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องกลับมาถอนทุนในรัฐสภา ในรัฐบาล เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่สำคัญ คือการยกเลิกการเลือกตั้งแบบ ๒ ใบมาเป็นใบเดียวด้วยเหตุผลต่าง ๆ มากมายที่พวกเรารู้กัน กำหนดให้เป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสม เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงไม่ตกน้ำ เพื่ออะไรครับ เพื่อให้โอกาสพรรคเล็ก ๆ ที่มาจากตัวแทนประชาชนที่หลากหลายให้ได้มีตัวแทนของเขา เหล่านี้เข้ามาอยู่ในสภา เช่น พรรคแรงงานของผู้ใช้แรงงาน พรรคชาวนาของเกษตรกร พรรคกรีน (Green) ที่จะมาต่อสู้เรื่องสิ่งแวดล้อม พรรคครูไทยที่จะมาแก้หนี้สินไทยหนี้สินของครู หรือพรรคพลังธรรมใหม่เพื่อมาปฏิรูป พลังงาน มาแก้เรื่องค่าโง่มาต่อสู้เรื่องเงินทอน เรื่องการทุจริตและความไม่เป็นธรรม ผมขอเสนอให้รัฐสภาร่วมกันการคว่ำการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในครั้งนี้แล้วเรามา เริ่มต้นกันใหม่ครับ จัดให้มีการทำประชามติก่อน ได้ผลมาอย่างไรประชาชนต้องการให้แก้ไข อย่างไรรัฐสภาค่อยเสนอญัตติตามผลประชามติ ผมเชื่อว่าถ้าได้ผลมาจะไม่มี ส.ส. หรือ ส.ว. ท่านใดจะค้านมติของประชาชน ไม่ว่าจะประเด็นอำนาจ ส.ว. สสร. การเลือกตั้ง ๑ หรือ ๒ ใบ ข้อที่ ๗ ถ้ามีการตั้ง สสร. ขึ้นมาจะต้องทำให้เกิดหลักประกันในการแก้รัฐธรรมนูญ รัฐสภาต้องกำหนดด้วยว่าระหว่างการที่ สสร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือระหว่างการร่าง กฎหมายลูก ถ้าเกิดการยุบสภาขึ้นมาต้องให้ขบวนการต่าง ๆ ยังคงดำเนินการได้ปกติ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว เมื่อออกกฎหมายลูกใหม่เสร็จแล้วค่อยนำเข้าสู่การพิจารณา ของสภาชุดหน้าได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเริ่มใหม่ สุดท้ายครับ ผมขออนุญาตที่จะเรียนแบบ คำพูดของคุณชาดา พรรคภูมิใจไทยที่พูดถึงท่านนายกรัฐมนตรีและท่านอนุทิน พี่น้องพรรค เล็ก ๆ ในสภาทุกพรรค พี่น้องพรรคเล็ก ๆ หลายสิบพรรคที่ยังไม่มี ส.ส. ในสภานี้ ถ้า ส.ส. พรรคใหญ่เขาไม่รักรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ แล้วเขาไม่รักประชาชน ๑๖.๘ ล้านเสียงแล้ว เขาไม่รักพรรคเล็ก ๆ ที่เป็นผู้เปิดสวิตซ์ในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว พรรคเล็ก ๆ เรากลับบ้าน ดีกว่าครับ กลับบ้านไปหาประชาชน ๑๖.๘ ล้านเสียงดีกว่าครับ สุดท้ายนะครับ การเลือกตั้ง คราวหน้าไม่ว่ารัฐธรรมนูญหรือระบบการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรก็ตามกลุ่มพรรคเล็กพร้อม จะลงสนามสู้ทุกรูปแบบครับ ขอขอบพระคุณครับ