นิรมิต สุจารี วิพากษ์รัฐธรรมนูญปี 2560 ว่าขัดหลักประชาธิปไตยเพราะถูกจัดทำภายใต้กระบวนการรัฐประหารและอยู่ภายใต้การควบคุมของ คสช. โดยเฉพาะมาตรา 279 ที่คุ้มครองการกระทำของ คสช. ทำให้ประชาชนไม่สามารถเรียกร้องสิทธิได้ พร้อมคัดค้านการใช้คำสั่ง คสช. ที่ขัดนิติรัฐ ยกตัวอย่างกรณียึดทรัพย์และลงโทษย้อนหลังที่ถูกวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 65 ที่ผูกพันนโยบายรัฐบาลกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงการผูกงบประมาณกับยุทธศาสตร์ดังกล่าว และเรียกร้องให้ยกเลิกอำนาจของ ส.ว. ในการพิจารณากฎหมายปฏิรูป
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแก้ไขเพิ่มเติมร่าง (ฉบับที่ ๕) กระผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่าที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจาก การยึดอำนาจและรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยคณะ คสช. ซึ่งเมื่อได้ เป็นรัฏฐาธิปัตย์ก็ได้ออกคำสั่ง ออกประกาศ แล้วก็มีการกระทำต่อเนื่องมาตลอด เพื่อที่จะรักษาวัตถุประสงค์ของคณะ คสช. ให้เดินหน้าต่อไปได้ สิ่งแรกที่คณะ คสช. ได้ดำเนินการก็คือการออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อที่จะนิรโทษกรรมให้แก่กลุ่มตัวเอง แก่คณะบุคคล ท่านประธานที่เคารพสิ่งที่บัญญัติไว้ในคำสั่งหรือประกาศของ คสช. ก็ได้พัฒนาการขึ้นมาเป็นรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี ๒๕๕๗ ซึ่งต่อมาก็ได้มีบัญญัติ เกี่ยวกับอนาคตของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ว่าจะบัญญัติสิ่งใดไว้ แต่สิ่งหนึ่งที่ปรากฏ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็คือการนิรโทษกรรมทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของ คสช. ในการประกาศคำสั่งและการกระทำของ คสช. เป็นเรื่องที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ถึงแม้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ผ่านการ ประชามติ แต่การผ่านประชามติภายใต้มาตรา ๔๔ ทำให้ประชาชนผู้ที่จะแสดงความคิดเห็น จะแสดงการวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญในทางที่ไม่เห็นด้วยไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ เพราะอะไรครับ เพราะถ้าไปแสดงความคิดเห็นคัดค้านไม่เห็นด้วยก็จะถูกจับกุม บงคนถูกดำเนินคดีติดคุกติดตะราง บางคนต้องหนีไปต่างประเทศนี่ละครับ ก็ทำให้การ ประชามติไม่เป็นไปตามหลักสากล ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะประกาศใช้แล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญเป็นผลต่อเนื่องมาจาก คสช. ยึดอำนาจ แล้วก็เป็นเรื่องที่ผูกพันกับองค์กรทุกองค์กร เป็นเรื่องที่คำสั่ง คสช. ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ เพราะรัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ อะไรก็ตามสรุปก็คือสิ่งที่ คสช. ได้ประกาศ ได้มีคำสั่ง ได้กระทำต่อเนื่องมา เป็นเรื่องที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญตลอดไป ไม่มีโอกาสที่จะมีการโต้แย้งแต่รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๗๙ หลายคนบอกว่าเป็นเรื่อง ที่ไม่ชอบด้วยหลักประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่ไม่ชอบด้วยหลักนิติรัฐ เพราะอะไรครับ เพราะไม่สามารถที่จะตรวจสอบโดยศาลได้ บางคนถูกคำสั่ง ถูกประกาศ แล้วเกิดถูกละเมิด สิทธิของเขา โดยหลักทั่วไปเขาสามารถที่จะยื่นศาล เพื่อที่จะฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายเขาได้ เยียวยาเขาได้ แต่วันนี้ คำสั่งทุกวันนี้ประชาชนจะไปใช้สิทธิทางศาลเพื่อที่จะเรียกร้อง ค่าเสียหายดำเนินการไม่ได้ เพราะมาตรา ๒๗๙ บัญญัติคุ้มครองไว้ ท่านประธานที่เคารพ ครับ การออกประกาศของ คสช. หรือคำสั่งของ คสช. ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องไป ทั้งหมด สิ่งที่ผิดก็มี แต่ประชาชนไม่สามารถที่จะฟ้องร้องหรือเรียกค่าเสียหายได้ สิ่งที่ประกาศไปละเมิดของประชาชน เช่น การออกคำสั่ง คสช. ยกเว้นความรับผิด ทั้งทางแพ่ง ทางอาญา ทางวินัย ให้แก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่เข้าไปยึดอายัดทรัพย์สิน โครงการทวงคืนผืนป่า โครงการทวงคืนผืนดิน ทำให้ประชาชนชาวบ้านได้รับความเสียหาย บ้านที่เขาก่อสร้างมา ต้นไม้ที่เขาปลูก หลายคนลงทุนยืมเงิน ธ.ก.ส. มาทำ แต่ก็ถูกเข้าไปยึด อายัดทำลาย เขาไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้งหรือเรียกค่าเสียหายจากคณะหรือคำสั่ง คสช. ได้เลย
ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นการออกคำสั่ง คสช. ให้เจ้าหน้าที่ ยกเว้นความรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา ยึดทรัพย์สินของอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ท่านหนึ่ง นายกรัฐมนตรีโดยอาศัยคำสั่งตามมาตรา ๔๔ วันนี้ยังโต้แย้งกันอยู่ที่ศาล นี่ก็แสดง ให้เห็นว่าคำสั่ง คสช. ไม่ใช่ถูกเสมอไป อีกตัวอย่างหนึ่งครับ คำสั่ง คสช. ให้เอาผิดอาจารย์ ท่านหนึ่งว่าฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ซึ่งสั่งให้ไปรายงานตัวต่อ คสช. และลงโทษย้อนหลัง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเอาผิดย้อนหลังเพียงแต่ไม่มารายงานตัวต่อ คสช. ตามประกาศคำสั่ง คสช. ดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ นี่ก็แสดงให้เห็นว่าประกาศคำสั่ง ที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ว่าเป็นชอบด้วยรัฐธรรมนูญจึงไม่ชอบด้วยหลักนิติรัฐ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขออภิปรายยกเลิกมาตรา ๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๖๕ พูดถึงยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าวนั้นเมื่อมียุทธศาสตร์ชาติ สิ่งที่ผมอยากกราบเรียนก็คือว่า เมื่อมีพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติกำหนดให้คนที่เป็น รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะเข้าบริหารประเทศต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา การแถลงนโยบายนั้นต้องให้สอดคล้องต่อยุทธศาสตร์ชาติ ท่านประธานที่เคารพ พรรคการเมืองทุกพรรคที่ตั้งขึ้นมามีนโยบายที่จะดำเนินการบริหารประเทศ โดยนำเอาปัญหาจากชาวบ้านหรือความต้องการจากประชาชนทั่วประเทศมาเขียนเป็น นโยบาย เมื่อเขียนเป็นนโยบายแล้วจะมาแถลงนโยบายเพื่อที่จะเข้าบริหารประเทศ ท่านครับ จะต้องทำให้สอดคล้องต่อยุทธศาสตร์ชาติ หลายท่านได้อภิปรายว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เป็นยุทธศาสตร์ที่ไม่ทันต่อสมัยหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง ไปทุกวัน ทุกนาที เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ชาติจึงไม่มีความจำเป็นที่จะกำหนดไว้ต่อไป และนอกจากนั้นนะครับ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีจะต้องทำให้สอดคล้องต่อ ยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้ ถ้าหากไม่สอดคล้องเมื่อใด แน่นอนล่ะครับ ก็ไม่สามารถที่จะ ดำเนินเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธาน นอกจากนั้นยกเลิกอำนาจของ ส.ว. ที่แก้ไขกฎหมายเกี่ยวข้องกับการปฏิรูป โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญกำหนดให้อำนาจของ ส.ว. มีอำนาจในการกำกับดูแล วินิจฉัยว่า กฎหมายใดเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ตรงนี้ล่ะครับ ผมถือว่าจะต้องมีการยกเลิก ออกไปครับ กราบขอบคุณท่านประธาน