รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๔

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับปัดเศษของ คสช. โดยระบอบประยุทธ์ต่ออายุ ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มอำนาจของข้าราชการและทำให้การเมืองทุจริตได้ผล

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

แต่อย่างที่ เพื่อนสมาชิกท่านรังสิมันต์ โรม ได้อภิปรายไปแล้วว่าข้อเสนอที่เป็นหัวใจจริง ๆ ของ รัฐธรรมนูญ คสช. ฉบับปัดเศษนี้ก็คือระบบการเลือกตั้งที่ไม่ยอมจะยกเลิกอำนาจของ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อหวังกินรวบอำนาจต่ออายุให้ระบอบประยุทธ์ต่อไป นี่คือความน่ากลัวของไวรัสประการแรกครับ

ประการที่ ๒ เป็นการแก้เพื่อโกงครับ ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับ พวกผมตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคก้าวไกลเราอยู่มา ๒ ปี เราได้ยินตลอดเลยว่า มีการแบ่งเค้กกัน แบ่งงบประมาณกัน ทั้ง ๆ ที่คุยโม้โอ้อวดว่าเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่ในทางปฏิบัติเราได้ยินจริง ๆ ครับตลอด ๒ ปี และที่พรรคพลังประชารัฐเสนอมาวันนี้ โดยเฉพาะมาตรา ๑๔๔ กับมาตรา ๑๘๕ ผมอยากเริ่มที่มาตรา ๑๔๔ ที่การแทรกแซง งบประมาณเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ถ้าเราอ่านผ่าน ๆ ก็จะเป็นการแก้ให้ระยะเวลาในการ วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมันสั้นลงจาก ๑๕ วัน เหลือ ๗ วัน มันก็ตอบประเด็นที่ว่า กระบวนการยุติธรรมเร็วขึ้น ฟังดูดีครับ แต่พอไปดูเนื้อในทำไมไปแอบตัดบทลงโทษออกหมด เลย อำนาจ ป.ป.ช. ก็ตัดทิ้งหมด สรุปหลักการที่ว่าต้องการให้กระบวนการยุติธรรมมันเร็วขึ้น ก็แค่ยกเอามาอ้าง และถึงแม้จะมีบทบัญญัติห้ามอยู่ แต่ถ้ามันไม่มีบทลงโทษครับท่าน ประธาน ความหมายของมันก็คือถ้า ส.ส. หรือ ส.ว. จะแปรญัตติเพื่อแทรกแซงงบประมาณ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองก็ทำได้ตราบเท่าที่ไม่มีใครไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ามีใคร ไปร้องจริง ๆ นะครับ ศาลรัฐธรรมนูญก็มีอำนาจได้แค่ทำให้ญัตตินั้นมันตกไปเฉย ๆ และพอแก้แบบนี้ผมว่ารัฐมนตรียิ้มเลย เพราะว่าตัวเองก็มีส่วนในการจัดทำงบประมาณอยู่ แล้วไม่ต้องมาคอยพะวงแล้วว่าจะมีเพื่อนรัฐมนตรีคนไหนที่มูมมามจนเกินเหตุจนถูกจับได้ เพราะถ้าถูกจับได้เป็นเมื่อก่อนนี้ไปกันทั้ง ครม. นะครับ ก็มาตรา ๑๔๔ นี้ไม่ใช่หรือครับ ที่ท่านชูโรงว่าเป็นพระเอกเป็นแกนหลักของหนังเรื่องรัฐธรรมนูญปราบโกง ท่านพยายาม สื่อสารว่าถ้า ส.ส. หรือ ส.ว. ไปแปรญัตติ เพื่อผลประโยชน์ตัวเองหมายความว่านี่คือการโกง แล้วนี่จะแก้กฎหมายให้กลับไปทำได้ มันก็แปลว่าท่านแก้เพื่อที่ต้องการให้โกงหรือครับ แค่นี้ยังไม่ใช่ที่เราต้องกลัวนะครับ ท่านประธาน เพราะเอาจริง ๆ แล้ว เราก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันตบมือข้างเดียวไม่ดัง ถ้าจะทุจริตคอร์รัปชัน จากฝ่ายการเมืองนี้ มันต้องมีข้าราชการช่วยด้วย ถ้าข้าราชการไม่ช่วยมันก็โยกงบลำบาก เขาก็เลยตัดเอา ความผิดของข้าราชการที่เกี่ยวข้องออก นี่มันเจตนาแก้เพื่อโกงกันเป็นขบวนการนะครับท่าน ประธาน ยังไม่จบครับ ในมาตรา ๑๔๔ ยังแก้ให้ศาลและองค์กรอิสระทั้งหลายสามารถแปร ญัตติ เพื่อของบประมาณเพิ่มจากกรรมาธิการได้โดยตรง ท่านประธานครับ ปกติเราแจก กล้วยกันในที่ลับ นี่มันเกินไปนะครับที่ท่านจะแจกกล้วยกันผ่านรัฐธรรมนูญเลย ถ้าจะแก้ มาตรา ๑๘๕ ที่ว่าด้วยบทบัญญัติในการไม่ให้ ส.ส. กับ ส.ว. ไปแทรกแซงการทำงานของ พนักงานราชการซึ่งเดิมทีมันมีอยู่ ๓ วรรค ท่านก็มัดรวมเหลือวรรคเดียว แต่พออ่านแล้วบาง คำมันหายไปครับท่านประธาน ท่านแอบตัดเรื่องการแทรกแซงการปฏิบัติงานของข้าราชการ ออกหมดเลย ทีนี้ท่านก็สั่งงานหน่วยงานราชการสบายเลยครับโดยเฉพาะในพื้นที่ แต่ก็ไม่ใช่ แค่นั้นอีกครับท่านประธาน เพราะว่าเขาไม่ได้ตัดแค่การแทรกแซงการปฏิบัติงาน เขาไม่ตัด เรื่องที่เกี่ยวกับงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย เวลางบประมาณมันลงไปนี้มันมาลงไป เป็นโครงการ ทีนี้ท่านก็เดินเข้าไปในหน่วยงาน แล้วก็บอกว่านี่ท่านเป็นคนแปรญัตติมา นี่คือของท่านแค่นั้นเองครับ ไม่ต้องยุ่งยากอะไรเลย สรุป ๒ มาตรานี้ที่ท่านอ้างว่าจะให้ ข้าราชการทำงานง่ายขึ้นกับประเด็นที่บอกว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับการช่วยเหลือเร็ว ขึ้นมันก็เป็นแค่ข้ออ้างที่ยกขึ้นมาเพื่อที่จะโกง แล้วพอถูกจับได้ ถูกจับไต๋ได้เรื่องมาตรา ๑๔๔ กับมาตรา ๑๘๕ ท่านผู้เสนอร่างก็พยายามตีกรรเชียงว่าเอาโทษออกไปมันไม่เป็นอะไร มันอยู่ในกฎหมายลูกของ ป.ป.ช. อยู่แล้ว ซึ่งเราก็ไม่มีใครเชื่อถือ ป.ป.ช. เท่าไร แล้วที่เรื่อง มันแดงขึ้นเรื่อย ๆ จนวุฒิสมาชิกหลายคนบอกว่ารับไม่ได้ ท่านก็หงายไพ่ที่คว่ำไว้ครับ รับไปก่อนเดี๋ยวค่อยมาแก้ทีหลัง มันฟังดูคุ้น ๆ นะครับ แต่ว่าพวกผมไม่ใช่พวกลืมง่ายครับ ตอนทำประชามติฉบับนี้ก็บอกให้รับ ๆ ไปก่อนนี่ล่ะ แล้วคราวนี้ถ้ายังจะเชื่อกันอยู่ผมก็ไม่รู้ จะว่าอย่างไร นอกจากจะแก้เพื่อโกงนะครับท่านประธาน ความน่ากลัว ความเลวร้ายของ ไวรัสที่ชื่อรัฐธรรมนูญ คสช. สายพันธุ์นี้ยังมีอีกครับ ในมาตรา ๔๕ ในเรื่องของเสรีภาพของ ประชาชนในการรวมตัวเพื่อจัดตั้งพรรคการเมือง ดูเผิน ๆ ไม่มีอะไรครับ แต่พอมาดูเนื้อหา จริง ๆ น่ากลัวครับท่านประธาน เพราะท่านมาแอบเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญในการเข้า มาวุ่นวายวินิจฉัยว่ามติของพรรคการเมืองนี้มันขัดแย้งกับระบอบการปกครองหรือเปล่า ท่านประธานครับที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญมีปัญหานะครับ ถูกวิพากษ์วิจารณ์กลายเป็น เครื่องมือทางการเมืองของผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะการวินิจฉัยเพื่อกำจัดและขัดขวางพรรค การเมือง องค์กรอิสระแล้วก็ศาลรัฐธรรมนูญนี้นับวันยิ่งอิสระจากประชาชน