มณเฑียร สนับสนุนแก้ รธน. เป็นมาตรา หวังเพิ่มอำนาจท้องถิ่น-ประชาชน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๔

มณเฑียร บุญตัน หารือการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยสนับสนุนการปรับแก้เป็นรายมาตรา ทั้งเห็นชอบกับการบัญญัติสิทธิตามพันธกรณีระหว่างประเทศแต่กังวลเรื่องการแทรกแซงงบประมาณและข้าราชการประจำ จึงเสนอให้กรรมาธิการทบทวนเพื่อความสมดุล พร้อมยืนยันจุดยืนสนับสนุนร่างมาตรา 272 และเสนอปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงผลักดันการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชนและท้องถิ่นในระบอบประชาธิปไตย

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ในการเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ครั้งก่อนนั้น เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายนผมได้อภิปรายที่มาที่ไป ตลอดจน จุดยืนและวิธีคิดเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญรวมถึงความเห็นต่อการแก้ไข รัฐธรรมนูญค่อนข้างยาวนะครับ แล้วผมก็ได้ให้สัญญาว่าแม้ว่าในเรื่องของเนื้อหาสาระผมอาจจะไม่ได้เห็นด้วย เช่น ผมได้พูดว่า โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับการแก้ไขทั้งฉบับ เพราะมักจะนำไปสู่ การชักเย่อทางการเมืองไปในทางที่สุดโต่ง และในท้ายที่สุดผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็จะต้องถือเป็นเหตุ ในการคว่ำอยู่ดี หลายประเทศก็ทำ บ้านเราก็ทำ เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติผมจึงมักจะ เห็นด้วยกับการแก้ไขเป็นประเด็นหรือเป็นรายมาตรา ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ รัฐธรรมนูญที่มีอยู่ก็ตาม อย่างไรก็ตามผมก็ได้สัญญาว่าจะไม่ขัดขวางการแก้ไขทั้งฉบับ และผมก็ได้ทำตามที่สัญญาก็คือสนับสนุนร่างของพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง ๒ ร่าง นอกจากนี้ เพื่อเป็นการลดข้อครหาในเรื่องของการใช้อำนาจในการเห็นชอบต่อนายกรัฐมนตรี ผมเองก็ได้สนับสนุนร่างที่ ๔ คือให้ตัดอำนาจการเลือกนายกรัฐมนตรีออก เรื่องนี้ผมเอง ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องของฝักฝ่ายหรืออะไร แต่ว่าได้ทำไปโดยสุจริต มาวันนี้ ก็เช่นกันครับท่านประธาน ผมจะขออนุญาตว่าในการอภิปรายนั้นผมจะอภิปรายเป็นประเด็น โดยที่ไม่ได้คิดถึงว่าอาจจะทำให้เกิดความสบายใจหรือไม่สบายใจของท่านใด ต้องขอกราบ ประทานอภัยด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่างทั้ง ๑๓ ร่าง ผมสามารถที่จะ สนับสนุนได้เป็นส่วนใหญ่ ร่างที่ ๑ ซึ่งเสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ ผมก็ยอมรับเลยว่าใน หมวดสิทธิเสรีภาพซึ่งก็ไปสอดคล้องกับอีกหลายร่าง ผมมีความยินดีที่ได้มีการเสนอแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในร่างฉบับต่อมาถ้าผมจำไม่ผิด ๒ หรือ ๓ จะมีประเด็นเรื่องของการ บัญญัติเรื่องสิทธิในมาตรา ๒๕ ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ซึ่งเคยปรากฏอยู่ใน รัฐธรรมนูญทั้งปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ แต่ถูกตัดออกไปในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เผอิญผม อยู่ในการทำงานกับองค์การสหประชาชาติในส่วนที่เกี่ยวกับสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน แล้วก็เห็นประโยชน์ของการที่เราเคารพในพันธกรณีที่เราไปให้สัตยาบรรณไว้ เมื่อเกิดความ ไม่ชัดเจน การผลักดันให้ปฏิบัติตามสนธิสัญญาเหล่านั้นก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ เพราะฉะนั้นร่างที่สนับสนุนผมก็เห็นด้วยในหลักการ อย่างไรก็ตามปัญหาก็คือว่าในแต่ละร่าง มันก็จะมีประเด็นที่อาจจะมีปัญหาขึ้นได้ในบางประเด็น เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่าการ สนับสนุนโดยการรับหลักการในวันนี้จะเป็นเพียงการเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการที่จะ พิจารณาในวาระต่อไปสามารถนำเอาประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ขึ้นมาถกแถลง ส่วนประเด็นที่มีปัญหาจริง ๆ แม้ว่าจะอยู่ในร่างที่รับเข้ามาแล้วมันขัดหรือ แย้งกับรัฐธรรมนูญ มันไม่สามารถจะไปได้ก็ควรจะพิจารณาในชั้นกรรมาธิการว่าน่าจะต้องมี การแก้ไข เช่น ในร่างที่ ๑ ซึ่งเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านแสดงความเป็นห่วงไว้แล้ว ผมจะไม่ลงรายละเอียด กรณีมาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ซึ่งไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของการ เข้าไปแทรกแซงหรือได้รับประโยชน์จากการจัดทำงบประมาณก็ดี หรือไปแทรกแซง การทำงานของข้าราชการประจำก็ดี แม้ว่าโดยส่วนตัวผมคิดว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ ก็เขียนไว้ค่อนข้างหนักแน่นแล้วก็ตาม แต่เพื่อความสบายใจถ้าสภาแห่งนี้ เห็นชอบร่างที่ ๑ ก็ควรที่จะต้องปรับแก้ให้เกิดความสบายใจ โดยป้องกันการที่ ส.ส. ส.ว. หรือกรรมาธิการจะเข้าไปเกี่ยวข้องควรจะต้องปรับให้เกิดความสมดุลให้ได้ เพราะฉะนั้นการรับจึงไม่ได้แปลว่า ตัดเอาข้อกังวลเหล่านั้นทิ้งไปโดยสิ้นเชิง แต่ควรจะเป็น การรับเพื่อให้มีการเจรจาในประเด็นที่เป็นข้อห่วงใยต่าง ๆ เราคงจะไม่อยากย้อนกลับไปสู่ อดีตที่มีปัญหามากมาย จนกระทั่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่พึงประสงค์ที่พวกเรา ก็อภิปรายกันซ้ำแล้วซ้ำอีก

ประการต่อมาที่ผมคิดว่าผมเองเคยสนับสนุนอย่างไร ผมก็คงจะสนับสนุน ในทางนั้น แม้ว่าอาจจะไม่ตรงใจกับเพื่อน ๆ หลายท่านก็ตาม เพราะว่ามันก็ไม่ได้มีเหตุ เปลี่ยนแปลงจนกระทั่งผมจะต้องโหวตไปในทางที่ขัดกับการโหวตในครั้งที่แล้ว ก็คือเรื่องของ มาตรา ๒๗๒ ซึ่งผมคิดว่าเมื่อครั้งที่แล้วเนื้อหาเป็นอย่างไรครั้งนี้ก็สอดคล้องกับครั้งที่แล้ว ผมก็คงจะต้องสนับสนุนนะครับ

ประการต่อมาผมคิดว่า เรื่องที่เป็นประเด็นที่อาจจะต้องทำความเข้าใจ เล็กน้อย ถ้าผมจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นร่างฉบับที่ ๕จริง ๆ มีข้อเสนอหลายข้อที่น่าสนใจ แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกมาตรา ๒๗๙ หรือมาตรา ๒๗๐ ไป ทั้งหมด มาตรา ๒๗๙ มีหลายท่านไม่สบายใจ แล้วท่านก็พูดถึงเรื่องผลพวงการรัฐประหาร ซึ่งผมก็ยอมรับว่ามีหลายข้อที่อาจจะทำให้เกิดความไม่สบายใจ แต่ถ้าไปยกเลิกเสียทั้งหมดสิ่ง ที่ได้ทำไปแล้วที่เป็นประโยชน์ก็ดี ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาในทางกฎหมายขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะมีข้อเสนอที่น่าพิจารณาอยู่บางประการก็ตาม แต่ถ้านำไปใช้เสียทั้งหมด โดยไม่มีการละเว้นไว้ได้ก็จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติขึ้นมาทันที ก็จะเกิดวิกฤติขึ้นได้ ในส่วนที่ผมค่อนข้างที่จะเห็นคล้อยตามก็คือข้อเสนอในเรื่องของการปรับให้เกิดความยืดหยุ่น ในเรื่องการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติผมคิดว่าหลาย ๆ ประเทศก็มียุทธศาสตร์ชาติ แต่ว่าวิธีการ จัดทำยุทธศาสตร์ชาติก็ดีหรือวิธีการปรับรายละเอียดของยุทธศาสตร์ชาติก็ดี มันก็ควรจะต้อง สอดรับกับสภาพการณ์ในปัจจุบันหรือความเป็นไปได้ในอนาคต เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการ เสนอให้มีการปรับเปลี่ยนมาตราที่ว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ โดยไม่ต้องถึงขนาดยกเลิกไปเสีย ทีเดียวนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วความในมาตรา ๖๕ ก็พูดถึงเรื่องของการให้มียุทธศาสตร์ ชาติ แล้วก็มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดทำร่างเพียงแต่ว่าให้มีความยืดหยุ่นขึ้น อันนี้ผมก็ คิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่พอรับได้

ส่วนเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ผมขอขอบคุณนะครับ ที่มีสมาชิกในพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอเรื่องการกระจายอำนาจ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็น ที่อาจจะเป็นจุดอ่อน แล้วก็อาจจะต้องการนำมาเน้นย้ำในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมพลังให้กับพี่น้องประชาชนให้สามารถที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ ประชาธิปไตย แล้วก็การพัฒนาแบบมีหุ้นส่วน เป็นหุ้นส่วนนะครับ เรื่องหนึ่งที่ผมผิดหวัง ที่ไม่มีใครเสนอเข้ามา ก็คือผมคิดว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมา บทบาทของภาคประชาสังคม มีความโดดเด่นมากขึ้น แต่ว่าโครงสร้างอำนาจของรัฐไม่ค่อยจะยอมรับในบทบาทของ ภาคประชาสังคม ผมขอเวลาอีกสักนิดนะครับ จะพูดแต่เฉพาะเรื่องนี้ครับ