อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขมาตรา ๑๔๔ เพื่อเปิดทางให้คณะรัฐมนตรีสามารถนำงบประมาณที่กรรมาธิการปรับลดแล้วกลับมาใช้ช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต โดยยังคงห้ามสมาชิกรัฐสภายุ่งเกี่ยวกับงบประมาณเพื่อป้องกันการทุจริต
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับกระผมขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายถึงญัตติ ของพรรคประชาธิปัตย์ในการเสนอให้มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถึง ๖ ร่างด้วยกัน ซึ่งทางสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมลงชื่อร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเมื่อช่วงเช้านี้ท่านหัวหน้าพรรค ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายถึงวัตถุประสงค์และ ความจำเป็นในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กับเพื่อนสมาชิกแล้วก็พี่น้องประชาชน ได้รับทราบถึงความต้องการของพรรคประชาธิปัตย์ในการที่ต้องการเห็นรัฐธรรมนูญ ที่จะมีจากนี้ให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น กระผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายสนับสนุน ๒ ประเด็นหลัก ที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๑ ประเด็น ก็คือการแก้ไขมาตรา ๘๓ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ ก็คือเรื่องของการที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๑๔๔ ในประเด็น แรกครับ ในส่วนของมาตรา ๘๓ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเพื่อนสมาชิกทั้งสมาชิกวุฒิสภา ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้อภิปรายถึงระบบการเลือกตั้งที่มีการยื่นญัตติ ให้มีการแก้ไขนะครับ ซึ่งเดิมที่ผ่านมามีการให้มีการเลือกตั้งบัตร ๑ ใบ ซึ่งบัตร ๑ ใบนั้นเป็นการจำกัดเสรีภาพ พี่น้องประชาชนในการเลือกพรรคการเมืองที่ตนชอบ แล้วก็เลือก ส.ส. แบบแบ่งเขตที่ตนเอง รัก ฉะนั้นการที่ได้มีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้งโดยใช้บัตร ๒ ใบ เพื่อเลือก ส.ส. แบบแบ่งเขต แล้วก็เลือกพรรคการเมืองที่ตนเองนั้นต้องการให้มาบริหารประเทศชาติ นั้น จึงเป็นเรื่องที่ตรงกับเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนแล้วก็สิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชนนะครับ ตรงตามวัตถุประสงค์ในการที่จะให้มี ส.ส. ๒ ระบบ ก็คือ ส.ส. แบบแบ่ง เขตเลือกตั้ง แล้วก็ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ฉะนั้นการที่พรรคประชาธิปัตย์ได้มีการยื่นร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการแก้ไขมาตรา ๘๓ นั้นจึงเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนนั้นต้องการเห็น แล้วก็อยากที่จะมีเสรีภาพในการเลือกผู้แทนที่ตนเองรักแล้วก็เลือกพรรคการเมืองที่ตนเอง ชอบผ่านระบบการเลือกตั้งบัตร ๒ ใบ จึงขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายสนับสนุนญัตติ นี้ที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอเข้ามาสู่รัฐสภาครับ
ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็คือมาตรา ๑๔๔ ที่มีการระบุไว้นะครับว่า ห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณ ซึ่งที่ผ่าน ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้มีการบัญญัติให้สมาชิกรัฐสภานั้นห้ามยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณ ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับที่จะไม่ให้สมาชิกรัฐสภานั้นได้ยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณเพื่อป้องกันการ ทุจริตคอร์รัปชัน แล้วการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ ปัจจุบันนี้สภา ผู้แทนราษฎรสามารถทำได้เพียงแค่ปรับลดงบประมาณในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณในแต่ละปี ท่านประธานครับ แต่ข้อจำกัดที่เกิดขึ้น นั้นเราเองก็จะเห็นว่างบประมาณที่ทางกรรมาธิการได้มีการปรับลดนั้นไม่สามารถเอากลับมา ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ ที่ผ่านมานะครับเวลากรรมาธิการปรับลดงบประมาณนั้น ก็จะปรับลดจากโครงการที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โครงการที่ไม่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติ หรือที่เราเรียกว่าไขมันครับ พอเวลาเรามีการปรับลดงบประมาณเราก็จะไป กองไว้ ที่ผ่านมาก่อนมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็สามารถที่จะแปรญัตตินำงบประมาณนั้น มาใช้ในโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แต่พอปี ๒๕๖๐ มีการบัญญัติ ไม่ให้สมาชิกรัฐสภาได้ยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณ ผมก็เห็นด้วยครับที่จะไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับ งบประมาณเพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ผมอยากจะให้มีการแก้ไข โดยให้คณะรัฐมนตรีนั้นสามารถนำงบประมาณส่วนนี้มาทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนได้ เหมือนกับปีนี้ครับ ถ้ากรรมาธิการงบประมาณสามารถปรับลดโครงการที่ไม่มี ความจำเป็นไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ เราจะได้เงินประมาณมาก้อนหนึ่ง แต่ปัจจุบันนี้ก็ติดครับ ตรงรัฐธรรมนูญที่ไม่สามารถที่จะนำเงินดังกล่าวมาช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนได้ในภาวะวิกฤติไวรัสโควิด-๑๙ (Virus Covid-19) ซึ่งถ้าเราตัดงบประมาณลงมา จะทำให้รัฐบาลไม่สามารถนำเงินมาได้ เพราะติดมาตรา ๑๔๔ แต่ถ้าเรามีการแก้ไขมาตรา ๑๔๔ เราก็สามารถที่จะนำเงินมาใช้ให้กับพี่น้องประชาชนในการป้องกันไวรัสโควิด-๑๙ (Virus Covid-19) ได้ผ่านคณะรัฐมนตรี ฉะนั้นผมจึงสนับสนุนให้มีการแก้ไขมาตรา ๑๔๔ โดยเสนอไม่ให้ ส.ส. และ ส.ว. เข้ามายุ่งเกี่ยวกับงบประมาณ แต่ก็ขอเสนอให้คณะรัฐมนตรี สามารถนำเงินงบประมาณที่กรรมาธิการได้ปรับลดไปแล้วกลับเข้ามาใช้ในโครงการต่าง ๆ ที่ เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้ จึงขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนการแก้ไขมาตรา ๑๔๔ ที่พรรคร่วมรัฐบาลได้เสนอเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้พิจารณาในการลง มติแก้ไขข้อมูลในวันพรุ่งนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ