วีระกร คำประกอบ อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 83, 85, 86 และ 90 เพื่อปรับโครงสร้างการเลือกตั้งให้มีเขตเลือกตั้งเพิ่มเป็น 400 เขตและลดจำนวน ส.ส. ปาร์ตีลิสต์ลง เน้นการกระจายอำนาจ ส่งเสริมความใกล้ชิดระหว่างผู้แทนกับประชาชน รวมถึงการปรับระบบคำนวณ ส.ส. แบบสัดส่วนให้โปร่งใสมากขึ้น และยืนยันว่าการแก้ไขมาตรา 144 ไม่เปิดช่องทุจริต เนื่องจากยังคงมีข้อห้ามและบทลงโทษที่เข้มงวดต่อการมีส่วนได้เสียในงบประมาณ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคพลังประชารัฐได้ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายมาตราด้วยกัน มีคำถามอยู่เสมอ ไม่ว่า จะเป็นจากฝั่งท่าน ส.ว. ก็ดี หรือแม้แต่พี่น้องประชาชน คอมเมนเตเตอร์ (Commentator) ทั้งหลายที่มักจะพูดกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้แล้วได้อะไร ประชาชนจะได้อะไร ประชาชนจะกินดีอยู่ดีมีสุขหรือไม่ ส.ส. แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตนเอง พูดกันอยู่ อย่างนี้ละครับ สักครู่ผมคงจะได้ชี้แจงเมื่อไปถึงมาตรา ๑๔๔ แต่เนื่องจากว่าในพรรค พลังประชารัฐนี้เราได้แก้ไขหลายมาตรา จึงได้ขอนำเสนอแล้วก็สนับสนุนการแก้ไขของพรรค พลังประชารัฐนะครับ
ในหมวด ๓ มาตรา ๒๙ คงเป็นไปอย่างที่เพื่อนสมาชิก วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ เห็นตรงกัน ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ สิทธิในกระบวนการยุติธรรมกับพี่น้องประชาชนที่อาจจะถูกกล่าวหา ถูกบ้างผิดบ้าง ไม่รู้ละ แต่ว่าก็ให้สิทธิในการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม อย่าเพิ่งมองว่าคนเหล่านี้เป็นคนเลวคนชั่ว ยังไม่ได้ตัดสิน ยังไม่ถึงที่สุด ยังจะต้องพิสูจน์กัน ก็อยู่ในมาตรา ๒๙ ก็เพิ่มเติมสิทธิในกระบวนการยุติธรรม มาตรา ๔๑ เป็นสิทธิของบุคคลและชุมชน ให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐ นำเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐ และแม้กระทั่งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐหากปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แล้วทำให้เกิด ความเสียหาย อันนี้ก็เป็นมาตรา ๔๑
และในเรื่องของมาตรา ๔๕ ก็คือเพิ่มความเป็นอิสระของ ส.ส. มติ หรือข้อบังคับใดของพรรคอันขัดต่อสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ขัดหลักพื้นฐาน ประชาธิปไตยสามารถร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
ก็จะเห็นว่าการแก้ไขใน ๓ มาตรานี้ก็จะเป็นไปตามเนื้อผ้า อะไรที่มันไม่ดี ก็แก้เสียให้มันถูกต้อง
ไปถึงเรื่องของมาตรา ๘๓ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐขอแก้ไข เรื่องของ เขตเลือกตั้ง จาก ๓๕๐ เขตเลือกตั้ง เป็น ๔๐๐ เขตเลือกตั้ง จากปาร์ตีลิสต์ (Party list) ๑๕๐ คน มาเป็น ๑๐๐ คน ก็ในเมื่อเราเห็นว่าปาร์ตีลิสต์ (Party list) อาจจะมีความจำเป็น น้อย ยิ่งมีมาก ส.ส. เขตก็น้อย การดูแลพี่น้องประชาชนก็ไม่ทั่วถึง เขตเลือกตั้งมันก็ใหญ่ เกินไป การที่เขตเลือกตั้งมีมากขึ้น ก็แน่นอนล่ะครับ ส.ส. เขตก็จะได้ดูแลพี่น้องประชาชน ได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น พื้นที่จำนวนประชากรก็ลดลง การดูแลพี่น้องประชาชนก็จะทำได้ดีขึ้น นี่ก็อีกเช่นกัน เป็นมาตรา ๘๓ ก็แก้กันตามเนื้อผ้า ไม่ใช่อย่างที่ท่าน ส.ว. บางท่านนั่งคิด มานั่งคิดกันแต่ว่า ส.ส. มาเพื่อมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ทุจริตง่ายขึ้นอะไรขึ้น มันเหลวไหล นะครับ บางทีฟังแล้วก็เหลวไหล บางทีท่านก็ไปโมโหกับ ส.ส. บางท่านที่ไปว่าท่านนะครับ ท่านก็โมโห พอโมโหแล้วก็ไม่รู้จะลงกับใคร ก็มาลงกับ ส.ส. หมดสภาเลยนะครับ ก็ขอประทานโทษด้วยว่าพวกเราก็อยู่ด้วยกันนี่ล่ะครับ ฉันพี่ฉันน้องครับ มีอะไรก็พูดคุยกัน ดี ๆ ก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องมาใส่กันแรง ๆ ผมยังไม่เคยเห็นสมาชิกวุฒิสภารุ่นนี้นะครับ ซึ่งท่านเองปกติเป็นคนเรียบร้อย เป็นผู้หลักผู้ใหญ่น่าเคารพนับถือ แต่วันนี้พกอารมณ์มา เยอะนะครับ ก็เห็นใจเหมือนกันนะครับ บางท่านก็ไปว่าท่านเยอะนะครับ ก็ขอประทานโทษ แทนทั้ง ๒ ฝ่ายด้วยนะครับ แล้วผมเชื่อว่าด้วยใจจริงแล้วท่าน ส.ว. ก็คงอยากจะช่วย บ้านเมืองเหมือน ๆ กับเรานี่ล่ะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของเขตเลือกตั้งก็คงจะเห็นแล้วว่า การเพิ่มเขตเลือกตั้งให้มากขึ้น แล้วลดจำนวน ส.ส. ปาร์ตีลิสต์ (Party list) แน่นอนครับ ย่อมเป็นผลดี ส.ส. ปาร์ตีลิสต์ (Party list) มาจากไหน นอกเหนือจากผู้ที่จะเข้ามาช่วยงาน พรรคแล้ว ก็คือคนที่จะมาช่วยสตางค์พรรคนั่นล่ะครับ ดูแลในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการ เลือกตั้งอะไรต่าง ๆ ซึ่งมันก็ต้องมีนะครับ การบริหารงานของพรรคการเมืองต้องมีค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นเราก็ลดค่าใช้จ่ายลง แล้วเพิ่มการดูแลประชาชนให้มากขึ้น จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ดี
ในมาตรา ๘๕ ก็แก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๘๓ นั่นล่ะครับ คือการ กำหนดเขตเลือกตั้ง จาก ๔๐๐ เขต แทน ๓๕๐ เขต เขตเลือกตั้งมีเขตละ ๑ คน ก็เป็นไป ตามเนื้อผ้านะครับ มาตรา ๘๖ การกำหนด ส.ส. ของแต่ละจังหวัด เอาจำนวนประชากร ปีสุดท้ายเอามาคำนวณ จาก ๔๐๐ คนว่าแต่ละจังหวัดจะมี ส.ส. กี่ท่าน ก็แก้ไขเพื่อให้ สอดคล้องกันกับการแก้ไขมาตรา ๘๓ ที่เพิ่มจำนวนเขตเลือกตั้ง แล้วลดจำนวน ส.ส. ปาร์ตี ลิสต์ (Party list) ลงนะครับ
ในส่วนของมาตรา ๙๐ เป็นเรื่องของบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคในการเสนอ บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค
ในมาตรา ๙๑ ซึ่งเป็นมาตราที่ทำให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นมากมายนะครับ ส.ส. ที่วันนี้ก็ว่ากันนะครับ ส.ส. ปัดเศษบ้างล่ะ ส.ส. ปาฏิหาริย์บ้างล่ะ บางคนก็ใช้ปาฏิหาริย์ จากรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ก็มาตรา ๙๑ นี่ล่ะครับที่ได้มาเป็น ส.ส. กัน บางท่านก็ทั้งประเทศ ได้มา ๓๐,๐๐๐ เสียง ถ้าหารแล้ว เขตเลือกตั้งหนึ่งไม่ถึง ๑๐๐ คะแนน ก็ได้เป็น ส.ส. กัน อันนี้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์อิทธิปาฏิหาริย์ของมาตรา ๙๑ เราก็ยกเลิกครับ ไม่ให้มีแล้วครับ ส.ส. วิธีการคำนวณแบบสัดส่วน ท่านครับ ให้ กกต. อธิบาย ๓ รอบ ไม่ได้ตรงกันสักรอบ นะครับ เอาแต่ว่าท่านเห็นสมควรว่าจะให้ใครได้เป็นก็จิ้มกันไป บางท่านก็ได้แค่ ๓๐,๐๐๐ คะแนน ไม่ถึง ๓๐,๐๐๐ คะแนน ๓๐,๐๐๐ คะแนนนิด ๆ ก็ได้เป็น ส.ส. แล้วครับ ที่พูดนี่ทั้งประเทศนะครับท่านประธาน ไม่ใช่เขตเลือกตั้งหนึ่งได้ ๓๐,๐๐๐ คะแนน เพราะฉะนั้น ๓๕๐ เขต ท่านก็หารดูนะครับ เขตหนึ่งไม่ถึง ๑๐๐ คะแนน ท่านครับ บาง พรรคก็เอารูปพระพุทธเจ้าไปตั้ง ก็มีเพื่อนแซวมาหลายคนแล้ว ก็อยากจะเรียนว่ามาตรา ๙๑ นี้ก็เป็นพวก ส.ส. ปาฏิหาริย์ ส.ส. ปัดเศษ ส.ส. ที่ได้ผลบุญจากอภินิหารของมาตรา ๙๑ ส.ส. บัตรเขย่ง ส.ส. วันเดียว อีกวันหนึ่งเขาปลดแล้ว อันนี้ก็จะไม่มีแล้วครับ เพราะฉะนั้นมาตรา ๙๑ จึงแก้ไขนะครับ วิธีการคิดคำนวณก็คือปาร์ตีลิสต์ (Party list) ทั้งประเทศมี ๑๐๐ คน บัตรที่ ๒ ที่กาพรรค บัตรที่ ๑ กา ส.ส. ตัว ส.ส. รัก ส.ส. คนไหนก็กาไป บัตรที่ ๒ ชอบพรรค ไหนก็กาไป คะแนนของพรรคที่ได้ก็เอามาหารกันทั้งประเทศล่ะครับ รวมแล้วพรรค ก ได้กี่คะแนน พรรค ข ได้กี่คะแนน ก็เอาจำนวน ส.ส. ปาร์ตีลิสต์ (Party list) ๑๐๐ คนนั่นละ ครับแบ่งกันไป แบ่งกัน แล้วก็สมมุติว่าพรรค ข ได้ ๑๐ คน รายชื่อปาร์ตีลิสต์ (Party list) ที่แถลงไว้ต่อพี่น้องประชาชนทั้งหมดอาจจะมี ๑๐๐ คนเต็มหรือไม่เต็มร้อยก็ตาม ก็เอามา เรียงลำดับกันครับ นี่คือมาตรา ๙๑ รุ่นใหม่ที่จะต้องแก้ไขนะครับ ในส่วนมาตรา ๙๒ ก็พูดถึง เพียงว่าถ้าเขตใดไม่มีผู้แทนได้คะแนนเกินโนโหวต (No Vote) ก็ให้เลือกตั้งใหม่ มาตรา ๙๔ กรณีที่ต้องเลือกตั้งใหม่จะไม่กระทบกับ ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ได้รับเลือกตั้งไปแล้วจากมาตรา ๙๑ ก็เท่านั้นเองครับ จะเห็นได้ว่าที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของทุจริต ส.ส. จะมาทุจริต ส.ส. จะมาหาเศษหาเลย หาเงินให้พรรคพวก หาเงินให้หัวคะแนนอะไร อย่างที่ท่านพูด ซึ่งผมว่าพูดเลอะเทอะไปนะครับ ส.ส. ดี ๆ ก็เยอะ ส.ว. ดี ๆ ก็เยอะ ข้าราชการที่ดี ๆ ก็เยอะ ข้าราชการที่แย่ก็เยอะ ข้าราชการที่โกงกินทุจริตก็มาก ท่านประธาน ครับ ผมขอมาถึงมาตราที่สำคัญที่คอมเมนเทเทอร์ (Commentator) ทั่วประเทศไทยลง รถทัวร์ มาทัวร์กันอยู่นี่ล่ะครับ มาตรา ๑๔๔ ส.ว. ก็บอกว่ารัฐธรรมนูญปราบโกง ถ้าแก้มาตรา ๑๔๔ ต่อไปนี้จะมีการโกงกันสะบั้นหั่นแหลก ท่านประธานครับ มาตรา ๑๔๔ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานได้ฟังสักนิดเถอะครับ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้เขาห้ามไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการมีส่วนไม่ว่า ทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทำมิได้ครับ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรหรือวุฒิสภาซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบสามารถร้องเรียนได้นะครับ แล้วถ้าหากพบว่าสมาชิกดังกล่าวกระทำความผิดต้อง ๑. สิ้นสุดสมาชิกภาพ เพิกถอนสิทธิ การเลือกตั้งหรือเจ้าหน้าที่แห่งรัฐผู้ใดได้จัดทำโครงการหรืออนุมัติหรือจัดสรรงบประมาณโดย รู้ว่ามีการดำเนินการอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง อันนี้โทษแรง เลยครับ แล้วก็ยังมีอีกครับ ให้เรียกคืนตามวรรคสามหรือวรรคสี่ การเรียกคืนเงินให้กระทำได้ ภายใน ๒๐ ปีนับตั้งแต่วันที่มีการจัดสรรงบประมาณนั้น ต้องมาคืนเงินอีกนะครับ เพราะฉะนั้นการเขียนเช่นนี้นะครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าผมเป็นกรรมาธิการ งบประมาณในปี ๒๕๖๓ ด้วย แล้วตัดค่าใช้จ่ายที่เขาเรียกกันว่าไขมันนะครับ อะไรที่มันไม่ เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองเราก็ตัดจะมากองไว้