ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาธิปไตยและไม่เป็นธรรม พร้อมเสนอแผนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันการรัฐประหารและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการวัคซีนโควิด
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา พรรคเพื่อไทยได้ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน ๔ ร่าง ซึ่งกระผมได้รับมอบหมายให้อภิปรายร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับ สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจะเข้าประเด็นเหตุผลในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าวซึ่งถือเป็นหัวใจ สำคัญของปัญหาและเป็นปัญหาหลักที่ทำให้ระบบการเมืองไม่มีเสถียรภาพ ไม่ได้รับความ เชื่อมั่น นั่นก็คือเรามีรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญที่สร้างกติกาที่ไม่ เป็นธรรม เอารัดเอาเปรียบกันซึ่งหน้าอย่างไม่อายใคร เอารัดเอาเปรียบกันอย่างที่ไม่มี ประเทศไหนในโลกเขาทำกัน นอกจากประเทศไทย หรือเรียกได้ว่าไทยแลนด์โอนลี (Thailand Only) เท่านั้น ความเชื่อมั่นของประเทศจึงหดหาย ไม่มีใครอยากคบค้า สมาคมด้วย
ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศในครั้งแรกเลยนะครับโดยการรัฐประหาร เมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ฉีกรัฐธรรมนูญ ใช้คำสั่ง คสช. และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวบริหาร ประเทศในระยะแรก จากนั้นจึงร่างรัฐธรรมนูญเพื่อการสืบทอดอำนาจ วางกฎกติกาต่าง ๆ อย่างสลับซับซ้อนเพื่อการสืบทอดอำนาจดังกล่าว ที่สำคัญก็คือให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยาก ยกเว้นถ้าจะแก้ไขได้ก็ต้องแก้เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ท่านประธานที่เคารพ ครับหัวใจของการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กระผมได้รับมอบหมายให้อภิปรายในครั้งนี้ก็คือ สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญในการต่อต้านการรัฐประหารโดยสันติวิธี พรุ่งนี้วันที่ ๒๔ มิถุนายน เป็นวันเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองครั้งสำคัญซึ่งเกิดขึ้นในปี ๒๔๗๕ จะเวียนมา บรรจบครบรอบอีกปีหนึ่งในวันพรุ่งนี้ เราเริ่มมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขใน ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ แต่ ๙๐ ปีประชาธิปไตยการเมือง การปกครองของไทยอยู่คู่กับการทำรัฐประหาร สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนนับตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีการทำรัฐประหารถึง ๑๓ ครั้ง มีกบฏ ๑๑ ครั้ง ถือเป็นสถิติที่ติด อันดับโลก แต่เป็นสถิติที่ในทางที่ไม่ดีนะครับ ไม่ใช่สถิติในทางที่ดีเพราะทำให้บ้านเมืองไม่ได้ รับความเชื่อมั่น โดยการรัฐประหารครั้งล่าสุดอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วก็คือเมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ แล้วก็สร้างกติกาเพื่อการสืบทอดอำนาจดังกล่าว ขณะนี้เราในฐานะ สมาชิกรัฐสภากำลังหาทางออกร่วมกันสร้างให้กติกาของประเทศเป็นประชาธิปไตย มีความ เป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน
ท่านประธานที่เคารพครับเหตุผลสำคัญที่จำเป็นต้องเสนอร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ก็เพราะการรัฐประหารส่งผลให้ประเทศถอยหลังเข้าคลอง ถ้ายิ่งเกิดการรัฐประหารบ่อย ๆ จนติดอันดับโลกดังกล่าวก็อาจถูกกล่าวหาว่าเป็นบ้านป่า เมืองเถื่อน ใช้กำลังอาวุธเข้าประหัตประหารกันเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ กระผมเคยอภิปราย เคยยกตัวอย่างในสภาแห่งนี้ว่า เพราะการรัฐประหารส่งผลให้ประเทศไทยล้าหลัง ตามประเทศเพื่อนบ้านไม่ทัน ยกตัวอย่างครับท่านประธาน เห็นชัด ๆ ประเทศไทยเคยส่งทหารไปช่วยประเทศเกาหลีรบในสงครามเกาหลีในปี ๒๔๙๓ หรือเมื่อ ๗๒ ปีที่ผ่านมา สงครามเกาหลีส่งผลให้บ้านเมืองของเกาหลีแหลกลาญ บ้านแตกสาแหรกขาด แต่ปัจจุบันครับท่านประธาน ผ่านมา ๗๒ ปีเกาหลีทิ้งเราไม่เห็นฝุ่น จากที่ประเทศไทยเคยส่งทหารไปช่วยรบ ปัจจุบันรัฐบาลนี้โดยกระทรวงกลาโหมของไทย ยังต้องสั่งซื้อเครื่องบินฝึกรบจากประเทศเกาหลีใต้ ไม่นับสินค้าอื่น ๆ มากมายนับไม่ถ้วน ที่เกาหลีส่งมาขายประเทศไทย เช่น รถยนต์ โทรศัพท์ ทีวี ตู้เย็น มากมายจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ของไทยผลิตอะไรเองได้บ้าง น้อยมากครับ เพราะอะไร เพราะบ้านเมือง ของเรามันไม่ต่อเนื่องทางด้านประชาธิปไตย รัฐบาลที่เข้ามาโดยการรัฐประหารมักจะอ้าง สวยหรูถึงวัตถุประสงค์หรือเหตุผลไว้สวยหรู แต่ไม่สามารถทำได้ ที่สำคัญมักสร้างกติกา เพื่อการสืบทอดอำนาจและแก้ไขได้ยากดังที่กราบเรียนไปแล้ว จึงนับเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาประเทศ จากเหตุผลดังกล่าวพวกกระผมจึงมุ่งมั่นที่จะเสนอแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มมาตรา ๔๙/๑ เป็นสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญในการต่อต้านการรัฐประหาร โดยสันติวิธี ซึ่งมีสาระโดยสรุปดังนี้ครับท่านประธาน ๑. การทำรัฐประหารและ การนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำการรัฐประหารจะกระทำมิได้ ๒. ห้ามศาล หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐยอมรับต่อการทำรัฐประหารและความผิดจากการกระทำรัฐประหาร มิให้มีอายุความ ๓. บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านการรัฐประหารโดยสันติวิธี ๔. การปฏิเสธ ไม่ยอมรับอำนาจที่ได้จากการรัฐประหารให้ถือเป็นประเพณีการปกครอง ท่านประธานที่ เคารพครับ ณ ขณะนี้เราควรเดินไปข้างหน้า ที่ผ่านมารัฐประหารควรเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ควรมีอีกแล้ว จากนี้ไปถ้าเรามาร่วมกันวางอนาคตให้ลูกหลานด้วยกติกาประชาธิปไตย ที่เป็นธรรมก็จะได้ร่วมกันสร้างคุณูปการให้กับบ้านเมืองในช่วงบั้นปลายของชีวิต หากสมาชิกรัฐสภาในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยไม่ร่วมกันถือโอกาสนี้วางกติกาต่อต้าน การรัฐประหาร อำนาจนิติบัญญัติซึ่งท่านประธานเป็นประมุขท่านประธานที่เคารพครับ รัฐสภาของเราซึ่งสร้างด้วยเงินงบประมาณมหาศาลถึง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทจะไม่มีความหมาย ใด ๆ เลยที่ประเทศไทยจะมีตึกรัฐสภาที่ใหญ่โตมโหฬารพันลึก แต่ถูกกระทำย่ำยี ฉีกรัฐธรรมนูญครั้งแล้วครั้งเล่าจนเป็นวงจรอุบาทว์ซ้ำซาก กระผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเห็นสมาชิกรัฐสภาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ในการแก้รัฐธรรมนูญประเด็นนี้ อย่างพร้อมเพียงกัน
ท่านประธานที่เคารพครับในประเด็นที่ ๒ ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้สาระสำคัญกำหนดไว้ในมาตรา ๘ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในรับบริการสาธารณสุข ที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน และได้รับหลักประกันสุขภาพโดยถ้วนหน้า ประเด็นสิทธิ เสมอกันในการรับบริการสาธารณสุขกำลังเป็นประเด็นที่ประชาชนคนไทยกำลัง ประสบปัญหา ในการบริหารจัดการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด (Virus COVID) โดยเฉพาะการบริหารจัดการวัคซีนที่ไร้ประสิทธิภาพ วัคซีนเป็นเครื่องมือหรือเป็นปัจจัย สำคัญยิ่ง ที่ถือเป็นหัวใจเลยก็ว่าได้ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งด้านสุขภาพ และด้านเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลกลับสร้างความผิดหวังให้กับประชาชนซ้ำซากและเกิดความ สงสัย ความคลางแคลงใจในความโปร่งใสในการจัดหาวัคซีน รวมทั้งการรวบอำนาจ ไปอยู่ที่นายกรัฐมนตรี มีเหตุผลอะไรถึงทำเช่นนั้น ความบกพร่องที่เห็นได้ชัดขณะนี้ครับ ท่านประธาน เห็นได้จากหมอพร้อม แต่วัคซีนไม่พร้อม ประชาชนประสบปัญหา เหมือนกันหมดทั่วประเทศ ยกตัวอย่างจังหวัดที่กระผมอยู่คือนครพนม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ครับท่านประธาน กระผมตรวจสอบการส่งวัคซีนรอบ ๒ เข้าจังหวัดนครพนม ทั้งจังหวัด ๑๒ อำเภอ ได้เพียง ๔๐๐ โดส ย้ำนะครับท่านประธาน ๔๐๐ โดส ในขณะที่ลงทะเบียนไว้ นับหมื่น ๆ คน ทั้งหมด ทั้งหมอทั้งประชาชนจึงบ่นกันพึม ชีวิตความปลอดภัยแขวนอยู่บน เส้นด้าย นี่เป็นประเด็นหนึ่งของความไม่เท่าเทียมจากการบริหารจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ จำเป็นจะต้องวางกติกาให้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญเพื่อกระตุ้นผู้รับผิดชอบให้ปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งซึ่งสังคมวิพากษ์กันมากจนนำมาสู่ การกำหนดสิทธิเสมอกันในรัฐธรรมนูญก็คือการผูกขาดวัคซีน มีประเด็นที่สังคมวิพากษ์กัน อย่างกว้างขวางว่าถ้าราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไม่นำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ประเทศ ไทยก็คงจะมีแต่วัคซีน ๒ ชนิดคือ ซิโนแวด (Sinovac) และแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) จึงถูกครหาว่าผูกขาดวัคซีนเพียงบางชนิดหรือไม่ ที่สำคัญการจัดสรรวัคซีนก็ไม่เสมอหน้ากัน จากเหตุและผลดังกล่าว พรรคเพื่อไทยจึงจำเป็นจะต้องวางกติกากำหนดไว้ให้ชัดเจนใน รัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนได้รับสิทธิเสมอกันที่เป็นธรรมในการรับบริการสาธารณสุขจากรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ท้ายที่สุดกระผมมีข้อสังเกตกรณีมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ซึ่งคุณหมอชลน่านได้กล่าวนำไปบ้างแล้ว ปรากฏว่าได้มีสมาชิกรัฐสภา หลายท่านทักท้วงว่าร่างแก้ไขดังกล่าวขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้าน คอร์รัปชัน มีการเจรจากันครับท่านประธาน ตามข่าว โดยผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ขอให้รับวาระที่ ๑ ไปก่อน แล้วจะแก้ไขให้ในชั้นกรรมาธิการ กระผมมีข้อสังเกตว่าสมาชิกรัฐสภาจะรับสิ่งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วไปขอแก้ไข ในชั้นกรรมาธิการนั้นเป็นสิ่งที่ชอบหรือไม่ เพราะรับหลักการและเหตุผลไปเช่นนั้น แล้วจะไป แก้หลักการและเหตุผลในภายหลังได้อย่างไรหรือไม่ ขออนุญาตฝากไว้เป็นข้อสังเกตครับ ขอบคุณครับท่านประทาน