นิกร จำนง หารือประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นการเพิ่มอำนาจประชาชนในการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ การกระจายอำนาจอย่างแท้จริง และการปรับปรุงมาตราต่าง ๆ โดยเฉพาะมาตรา 256 เพื่อลดอุปสรรคจากวุฒิสมาชิก 1 ใน 3 พร้อมเสนอให้แก้ไขทีละมาตราเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารประเทศ ลดความขัดแย้ง และส่งเสริมหลักประชาธิปไตยในช่วงวิกฤติการณ์ต่าง ๆ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑๐ ท่าน ได้ร่วมกันลงชื่อกับเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) รวมทั้งหมด ๗ ฉบับ คือเรื่องนี้เราได้ทำร่วมกันมาตั้งแต่ต้นในครั้งที่แล้วในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จริงแล้วหารือ กันมาตั้งแต่เป็นกรรมาธิการศึกษา สมัยท่านพีระพันธุ์ มีการศึกษาอยู่เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ก็เลยเอามาพิจารณานะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะเรียนท่านประธานเป็นการ ภายในต่อเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่ต้น ว่าจริง ๆ แล้วทางพรรคเองพยายามเป็นอย่างยิ่ง มาตั้งแต่ต้น ท่านประธานทราบไหมครับ สมัยนั้นพรรคชาติไทยพัฒนาเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีปัญหา เราไม่รับ แต่นี่เป็นเรื่องภายในของพรรค เราได้พูดคุยกัน แล้วก็ท่านอดีต หัวหน้าพรรค ท่านบรรหาร ศิลปะอาชา ท่านได้พูดว่า ท่านจะรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งผมเองไม่รับ เห็นว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ท่านให้เหตุผลว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน อันนี้เป็นเรื่องภายในของเรา ท่านบอกว่า ท่านสืบมาแล้วว่าถ้าไม่ผ่าน ฉบับใหม่มาจะหนัก กว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ และท่านบอกว่าประเทศเรานี่คุณนิกรมันไปต่อไม่ได้แล้ว ท่านจะรับ เพื่อให้มีการเลือกตั้ง สิ่งที่ท่านฝากฝังไว้ตอนนั้นก็คือท่านบอกผมอย่างนี้ว่า พอมีการเลือกตั้ง แล้วประเทศจะค่อย ๆ ดีขึ้น เพราะขณะนี้ประเทศรับไม่ไหวแล้ว ท่านก็รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พวกผมไม่รับ แต่ปรากฏว่าก็เป็นไปตามนั้น แล้วสุดท้ายเราก็ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอยู่ดี เพราะว่าได้ผ่านการทำประชามติไป จะโดยยุติธรรมหรือไม่อย่างไร เราไม่พูดถึงตรงนั้น ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องนี้ผมจะเน้นเฉพาะประเด็นที่เป็นการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ คือขณะนี้มีโอกาสแล้ว ครั้งที่แล้วเราพยายามจะแก้มาตรา ๒๕๖ เพื่อจะมี การกลับไปใช้ สสร. เหมือนปี ๒๕๔๐ แบบที่เคยทำกันไว้ ท่านบรรหารก็มีส่วนอยู่ เป็นอย่างมากนะครับ เป็นฉบับประชาชนฉบับนั้น แต่ไม่สำเร็จ ขณะนี้มีโอกาสแล้ว บ้านเมือง ก็ค่อย ๆ ดีขึ้น แม้มีโอกาสเพียงเล็กน้อยเราก็จะทำ ดังนั้นเราก็เลยไปร่วมลงชื่อกัน ประเด็นที่ จะพูดถึงต่อไปนี้จะเป็นการเน้นถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดผลบวกต่อประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ ท่านประธานครับ คือทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยผมจะเน้นนะครับ การเพิ่มอำนาจให้ประชาชนในการมีส่วนในการจัดการเรื่อง แผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเรื่องนี้จนถึงขณะนี้มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลง ในการกำหนด นโยบายของรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้สัมพันธ์กับประชาชนโดยตรง แล้วก็มีปัญหาในส่วนนี้อยู่ จำเป็นต้องมีการแก้ไข ที่จริงแล้วผมแย้งเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่สมัย สปท. ประเด็นที่ ๒ จะมี การพูดถึง มีการเน้นการปกครองตนเองของประชาชน ในการปกครองตนเองคือการกระจาย อำนาจ และในประเด็นที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็คือย้อนไปมาตรา ๒๕๖ อีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เราไม่เสนอนะครับ เพราะคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ในการแก้ทั้งฉบับคือ สสร. แต่เรา จะขอในที่พอจะขอได้ ก็คือมาตรา ๒๕๖ โดยการลดกับดักหรือลดโครงสร้างที่ว่าจะต้อง ติดล็อคโดย ๑ ใน ๓ ของวุฒิสมาชิกตรงนี้ จะขอแก้ไขตรงนี้นะครับ เพราะเป็นเงื่อนตาย ทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้เลย เหตุที่ทำเรื่องนี้นอกจากว่าเราจะมีการแก้ไขไปในอนาคต ที่จำเป็นแล้ว เรื่องนี้มีผลลบท่านประธานครับ ก็คือมีผลลบทำให้มันเกิดมีแรงกดดันทาง การเมือง ซึ่งเชื่อว่าจะนำไปสู่ปัญหาวิกฤติรัฐธรรมนูญได้ และจะนำไปสู่ความรุนแรง ทั้งทางด้านการเมือง การบริหารประเทศ อันจะนำมาซึ่งความสูญเสียต่อประเทศชาติ และประชาชนได้อย่างง่ายดายท่านประธานครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ใน ๗ ประเด็นนั้นก็มี การกล่าวถึงไปบ้างแล้ว แล้วก็จะมีการกล่าวถึงต่อจากนี้อีก ผมจะไม่พูดในประเด็นเหล่านั้น นะครับ เช่น ประเด็นการเลือกตั้งหรืออื่น ๆ ท่านประธานครับ ประเด็นที่จะขอเน้น ๓ หลักการสำคัญที่ว่าแล้วก็คือว่าการศึกษา ซึ่งยืนยันนะครับท่านประธานว่าเราได้ข้อสรุป ที่ตกผลึกแล้วมาจากการศึกษาของกรรมาธิการวิสามัญที่มีการศึกษาเรื่องนี้ ผมอยู่ ในกรรมาธิการชุดนั้นด้วย เราทำไว้หมด ยกเว้นหมวด ๑ กับหมวด ๒ เราพบว่าปัญหา รัฐธรรมนูญนี้มีในทุกหมวดทุกมาตรา มีตั้งแต่เรื่องเสรีภาพของประชาชน สิทธิของเขา เรื่องปัญหารัฐสภา ก็มีปัญหา เรื่องศาล ก็มีปัญหา มีปัญหาในทุกหมวด ท่านประธานครับ แต่ตรงนี้คัดเอาเฉพาะที่สำคัญ ๆ ที่ตกผลึก แล้ว ที่เกี่ยวเนื่องกับประชาชนตามที่ว่าแล้ว
หลักการแรก คือข้อผูกมัดจากกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ติดอยู่กับบทบัญญัติ ว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ มาตรา ๖๕ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ประเทศไม่สามารถปรับเปลี่ยนนโยบาย มาตรการ ตลอดจนงบประมาณไปผูกไว้หมด ให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งผลลบ ที่เกิดขึ้นคือทำให้ประเทศต้องเสียโอกาสในการปรับปรุงแนวทางในการบริหารประเทศ ในภาวะวิกฤติ อันสร้างปัญหายิ่งใหญ่ในเชิงบริหาร ต้องสูญเสียโอกาสทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน จำเป็นต้องมีการแก้ไขเรื่องนี้ให้มีความอ่อนตัวมากกว่านี้ เราไม่ได้เสนอ ให้ยกเลิก คือจริง ๆ แล้ว ช่วงที่มีการยกร่างยุทธศาสตร์ชาติขึ้นมา สู้กันมาตลอด ผมอภิปราย ไม่เห็นด้วย ผมเคยพูด ณ ที่นี้แล้วว่าไม่ควรจะทำยาวแบบนั้น ไปคุยกันที่กระทรวงกลาโหม ก็มีการเสนอ ปรากฏว่า ขอเอ่ยชื่อท่าน ท่านชัยชาญ ช้างมงคล เป็นประธานอยู่ตอนนั้น เราเสนอกันว่าทำ ๒๐ ปีไม่ได้หรอก เขามีการแก้ไข ท่านประธานครับ มีการเปลี่ยนแปลง อยู่ว่า ณ ที่นั้นว่าให้มีเป็น ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปี ก็คือ ๒๐ ปี ไม่เป็น ๒๐ ปี แต่เป็น ๕ ปีต่อกัน ๔ ครั้ง สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ท่านประธานครับ ผมได้แย้งในที่ประชุมว่าที่ว่า เปลี่ยนแปลงนั้นไม่จริง เพราะในพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติมีการกำหนดไว้ ในมาตรา ๑๑ ให้มีการเปลี่ยนแปลงทุก ๕ ปี แต่ท่านประธานครับ ผู้ที่เปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่สภา ไม่ใช่ใคร เป็นคณะกรรมการเขตยุทธศาสตร์ชาติ ผมยังแย้งไว้ตอนนั้นว่า การที่ว่า เราจะให้กรรมการเป็นคนแก้ เขาเป็นคนเขียน และเขาจะแก้โดยเหมือนยอมรับผิดต่อปัญหา ที่เกิดขึ้นหรือ เป็นไปได้หรือ เราถึงเห็นว่าตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ ยังไม่มีการแก้เลย เพราะฉะนั้นเขียนไว้ว่าแก้ได้ แต่ในความเป็นจริง ไม่ได้แก้ ทบทวนอีกครั้งครับ คือไม่ได้ ๒๐ ปีแล้ว แต่ภาพที่ปรากฏ รัฐพยายามทำให้เห็นว่า ๒๐ ปี แล้วส่งผลต่ออะไร ส่งผล ให้ระบบราชการก็ดี ระบบงบประมาณก็ดี เชื่อว่า ๒๐ ปี ที่จริงแล้วเป็น ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปี ก็ไม่บอกให้แจ้ง แล้วก็ไปผูกเรื่องงบประมาณไว้ตามนี้นะครับ ไปผูกไว้หมด เรื่องการ ปฏิรูปประเทศอะไรผูกไว้หมด ซึ่งมีปัญหา ดังนั้นตรงนี้ต้องมีการแก้ไข
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นหลักการที่ ๒ คือการกระจายอำนาจ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับที่คิดว่าประชาชนควรจะได้สิทธิเกี่ยวกับหลักนี้ว่า ควรจะมีสิทธิ ในการตัดสินใจเองในเรื่องของท้องถิ่น ตัดสินเรื่องถิ่นที่อยู่ของเขา มีอำนาจในการบริหาร ท้องถิ่น จัดการกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชุมชนตามสมควร ไม่ใช่เกือบทั้งหมด ท่านประธานครับ ถูกยึดถือมาอยู่ส่วนกลาง แล้วก็มอบไปให้เป็นเหมือนกับว่าฝ่ายที่มี ผู้ปกครองเห็นว่าควรจะให้อะไรก็ให้ไป ที่จริงแล้วอำนาจในการปกครองเป็นของประชาชน มาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เป็นของใคร มารวบเอาไว้ส่วนกลาง เหมือนกับเราให้ไปเหมือนได้บุญ มันไม่ใช่อย่างนั้นท่านประธานครับ โดยร่างรัฐธรรมนูญที่จะขอแก้ไขในนัยนี้ ในหลักการนี้ ก็คือหมวด ๑๔ นะครับ ว่าด้วยการปกครองท้องถิ่นในหลายมาตรานะครับ ในร่างที่เสนอไป ตั้งแต่มาตรา ๒๔๙ ถึง ๒๕๔ ในประเด็นหลักการนี้ หลักการต่อมา เป็นหลักการทางการเมือง นั่นก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่สามารถกระทำได้จริง ตามสมควรแก่เหตุ ไม่ใช่เขียน ผูกเอาไว้และแก้ไขได้เลยด้วยกลไกเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ สามารถชนะหรือล็อก (Lock) เสียงส่วนมากไว้ได้นะครับ ก็คือว่า ๑ ใน ๓ นั่นเอง ซึ่งไม่มีสารบบการเมืองที่ไหน ที่เขียนไว้แบบนี้นะครับ สถานการณ์แบบนี้จะต้องมีการผ่อนคลายนะครับ จัดสัดส่วน การแก้ไขให้เหมาะสมก่อนที่จะเกิดปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรงเกิดขึ้นอีกนะครับ อันจะทำ ให้เกิดรัฐประหารขึ้นมาได้ด้วยการอ้าง สมมุติจะแก้รัฐธรรมนูญก็แก้ไม่ได้ เขาก็อ้างเรื่องนี้ ทำรัฐประหารเพื่อฉีกรัฐธรรมนูญขึ้นมาอีก เกิดขึ้นได้เพราะเกิดขึ้นมาจะ ๒๐ ครั้งแล้ว ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญตรงนี้ในหลักการนี้จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในหลักการของ มาตรา ๒๕๖ ว่าให้มีการปรับปรุงเรื่องโครงสร้างต่าง ๆ ซึ่งเราจะเสนอนะครับ
ปัญหาเรื่องบทบัญญัติที่มีอยู่ ผมเน้นประเด็นว่าเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ อย่างที่กล่าวแล้ว เราเขียนยุทธศาสตร์ชาติเป็นความบกพร่องที่มีการกำหนดไว้ ทำภาพให้อยู่ เหมือนว่าเราคุมได้ ๒๐ ปี เราคุมไม่ได้ท่านประธานครับ ประเทศเรามีประชากร ๗๐ ล้านคน แค่โควิด (COVID) วัคซีนเราก็ลำบากลำบน เราต้องซื้อ อย่างในประเทศใหญ่ ๆ ประเทศจีนนี่ เขาผลิตได้ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ผลิตได้ เราเป็นประเทศเล็กเราอยู่ปลายน้ำ เราไปกำหนด เรื่องราวกำหนดการเดินทางของประเทศหลาย ๆ ปี เราทำไม่ได้แน่ ๆ นะครับ ซึ่งตรงนี้ จะต้องมีการแก้ไข
ท่านประธานครับ ปัญหาประเด็นต่อมาก็คือหมวด ๑๔ เรื่องการ ปกครองท้องถิ่น ท่านประธานทราบไหมครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ คำว่า กระจายอำนาจ แม้แต่คำเดียวก็ไม่มีในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการแก้ไขตรงนี้ก็จะต้องมีการแบ่งอำนาจ แล้วก็อันที่ ๒ ท่านประธานครับ กฎหมายว่าด้วยเรื่องบทบัญญัติเกี่ยวกับขั้นตอน การกระจายอำนาจในการเกี่ยวข้องระหว่างของรัฐบาลกลางกับท้องถิ่นไม่มีกฎหมายนี้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็มี แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มี ประเด็นต่อมาก็คือว่าเรื่องผู้บริหารขาดความชัดเจน หมายความว่าตามรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ผู้บริหารสามารถมาจากการแต่งตั้งก็ได้ ซึ่งจริง ๆ ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ก็ทำให้มีปัญหาเป็นอย่างมากและประชาชนเองก็ไม่มีสิทธิในการตรวจสอบ
สุดท้ายท่านประธาน กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ ๑ ใน ๓ ตรงนี้ มีปัญหาเยอะก็เป็นที่ทราบแล้ว แล้วก็ประสบการณ์คราวที่แล้วก็ทราบว่าเราไปไม่ได้ ผมเสนอครับท่านประธาน ใน ๓ ประเด็นที่ว่าในสถานการณ์ที่เราเหมือนเดินอยู่บนคมมีด ประเทศขณะนี้นะครับ ก็คือ
๑. ขอให้รัฐสภาแห่งนี้ร่วมกันแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ไปตามสถานการณ์ แล้วแต่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนนะครับ คือพยายามแก้ไขที่เห็นว่าดี ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะดีขึ้นกว่าเดิม
๒. ก็คือว่าโดยนัยแห่งการแก้ไขปัญหานั้นให้เน้นเรื่องปัญหาของประชาชน เป็นหลักที่ผมได้กล่าวแล้ว เรื่องการให้ประชาชนมีอำนาจในการกำหนดนโยบายในการ บริหารประเทศของตัวเองได้ก็คือยุทธศาสตร์ชาติ
ประเด็นที่ ๒ ที่เสนอแล้วก็คือว่ามุ่งเน้นการกระจายอำนาจให้กับประชาชน ที่ได้กล่าวแล้ว เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจในการดูแลตัวเอง ดูแลท้องถิ่นตัวเอง
และสุดท้ายเรื่องนี้ต้องขอกับท่านวุฒิสมาชิก ขอให้ท่านได้ละวางกุญแจ ดอกสำคัญที่ท่านถืออยู่ขณะนี้คือการต้องมีเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของสภาท่าน ตรงนี้มันไม่เป็นประชาธิปไตยมากนะครับ ขอให้กลับไปใช้เสียงเห็นชอบร่วมกันของ ๒ สภา ซึ่งท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจำได้ในการพิจารณาคราวที่แล้วกรรมาธิการเสนอมา ๓ ใน ๕ ท่านประธานจำได้นะครับมีการโหวต (Vote) กัน แล้วท่านวุฒิสมาชิกเสนอขอ แปรญัตติ ท่านบอกว่า ๓ ใน ๕ น้อยเกินไป ท่านเสนอให้เป็น ๒ ใน ๓ ขณะนี้เรายอมท่าน แล้วนะครับ ขอว่าเป็น ๒ ใน ๓ ตามที่ท่านขอแปรญัตติไว้ เพราะสัดส่วนตรงนี้ สภาผู้แทนราษฎรเราจะต้องได้เสียง ๕๐๐ เต็มถึงจะแก้ได้ ก็ไม่เป็นอะไร เราเอาที่ท่านสบาย ใจเลย เพราะฉะนั้นจุดตรงนี้อยากให้ผ่อนคลายลงมามันจะเป็นประโยชน์มาก เพราะว่า มันเป็นการลดเพรสเชอร์ (Pressure) ลดแรงกดดันทางการเมือง ลดความขัดแย้งนะครับ แล้วจะนำไปสู่ความสงบของประเทศ ซึ่งขณะนี้ประเทศของเราไม่ต้องการความขัดแย้ง อีกแล้ว เราเจอกับโควิด (COVID) ท่านประธานครับ วันนี้ก็หลายรายแพร่กระจายไปทั่ว เราต้องการจะมีความสมานสามัคคี ดังนั้นจุดตรงนี้มันจะเป็นภาพที่ลดความขัดแย้งลงได้ ก็อยากจะขอความกรุณาให้รัฐสภาแห่งนี้ช่วยกันสนับสนุนร่าง โดยเน้นร่างที่เกี่ยวกับ ประชาชนตามที่กล่าวแล้ว ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน