ชลน่าน ศรีแก้ว หารือหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาการเมืองและเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม 4 ฉบับ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มสิทธิเสรีภาพประชาชน คืนอำนาจตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายนิติบัญญัติ และเรียกร้องให้รัฐสภาช่วยกันปรับแก้ระบบเลือกตั้งและการสืบทอดอำนาจก่อนที่ประเทศชาติจะล้มเหลว
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ๔ ฉบับ ที่นำเสนอโดยพรรคเพื่อไทย ซึ่งท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้กรุณาแถลงหลักการ เหตุผล พร้อมกับสรุปสาระสำคัญของ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง ๔ ฉบับไปเมื่อตอนเช้าวันนี้แล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ ในการอภิปรายของผม ผมจะขออนุญาต กราบเรียนถึงเหตุผลที่สำคัญที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติได้โปรดใช้วิจารณญาณของ ท่านที่จะพิจารณาให้การสนับสนุนในชั้นรับหลักการ ผมเชื่อมั่นว่าสภาแห่งนี้คือรัฐสภา ซึ่งเป็นที่พึ่งที่หวัง เป็นที่ใช้อำนาจแทนพี่น้องประชาชน ผมมั่นใจครับว่าสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ทุกท่านล้วนแต่มีความปรารถนาดี มีความต้องการที่จะทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองเรา ก้าวหน้าสถาพร ทุกระบบ ทุกสิ่ง ทุกอย่างในบริบทที่ทุกท่านมีหน้าที่และอำนาจอยู่ ท่านประธานครับ ผมฟังสมาชิกรัฐสภาแต่ละท่านได้ให้ความเห็นในการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในชั้นรับหลักการ มันมีโอกาสและมีความเป็นไปได้ครับ ที่ทุกฝ่ายจะแสวงหาความร่วมมือร่วมกันบนพื้นฐานของเหตุผลความจำเป็นและอนาคตของ ประเทศชาติ ท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยเองมีเจตจำนง มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนตั้งแต่ เข้าสู่การเลือกตั้ง เพื่อบอกกับพี่น้องประชาชนว่าเรามีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ มาตั้งแต่เข้าสู่การเลือกตั้ง เมื่อเราได้รับการเลือกตั้งแล้ว เราก็ยังไม่ละทิ้ง ความพยายามนั้น พยายามที่จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในสมัยแรก เหตุการณ์ ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นท่านประธานรู้อยู่แก่ใจ ผมจะไม่นำมาอภิปรายซ้ำเพราะผมมี เวลาน้อย แต่ได้ที่สุดแล้วเจตจำนงของพรรคเพื่อไทยเอง พรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็ไม่ได้รับการ ตอบสนองและสนับสนุน อาจจะเป็นสถานการณ์ขณะนั้นหรือเหตุการณ์ขณะนั้นอาจจะ ไม่เหมาะสมหรือสุกงอมพอที่จะให้การสนับสนุน
สุดท้ายครับแม้กระทั่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ ว่าด้วยการ แก้ไขรัฐธรรมนูญและการเพิ่มหมวด ๑๕/๑ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้น เพื่อรองรับในการที่จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ตกไปในวาระที่ ๓ ด้วยคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ เรามีความปรารถนาอย่างยิ่งครับจะแก้ทั้งฉบับเพราะเราต้องการแก้ปัญหา ทั้งระบบ แต่เราทำไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้น ๔ ร่างที่เสนอโดยท่านหัวหน้าพรรค จึงเป็นร่าง แก้ไขเฉพาะหน้าเฉพาะเหตุการณ์ ที่เราคาดการณ์ว่าถ้ามีปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้น ระยะเวลาของรัฐบาลชุดนี้อยู่ไม่ครบเทอม คืออยู่ไม่ถึงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๖ มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม กลับมาเหมือนเดิมตรงนี้ถ้าผมเน้นย้ำท่านประธานครับ มันคือภาพอันเป็นฝันร้ายของพี่น้องประชาชนครับ มันเป็นฝันร้ายของพี่น้องประชาชนที่จะ ได้เห็นภาพเดิม ๆ จริงอยู่ครับ เขาอาจจะใช้โอกาสนั้นทำให้ความฝันร้ายของเขาหายไปจาก สมองในชีวิตในจิตใจของเขา แต่เขาจะมีกำลังพอหรือไม่ตรงนี้ตอบไม่ได้ เพราะระบบที่วางไว้ ในรัฐธรรมนูญในการเข้าสู่อำนาจ การสืบทอดอำนาจมันยากมากครับที่จะไปทลายตรงนั้นได้ กลไกนอกจากสิทธิเสียงของพี่น้องประชาชนแล้วยังมีกลไกอื่น มีวิธีการคำนวณ มีวิธีการ ปัดเศษเพื่อให้ได้มาซึ่งจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในโลกนี้ ตรงนั้น ล่ะครับพี่น้องประชาชนสู้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ๔ ฉบับ ของพรรคเพื่อไทยเพื่อต้องการที่จะสร้างความมั่นใจว่าถ้ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเราน่าจะได้ สิ่งที่ดี ๆ ไว้ในบ้านนี้เมืองนี้ให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับพี่น้องประชาชนมีความหวัง เพราะฉะนั้นเราเองปรารถนาจริง ๆ อย่างน้อยให้บ้านเมืองได้ดีขึ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ อย่างน้อยให้พี่น้องประชาชนได้หายจากฝันร้ายที่จะเกิดขึ้นถ้าใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม วิธีการ เลือกตั้งแบบเดิม การเข้าสู่อำนาจแบบเดิม ระบบการเลือกนายกรัฐมนตรีแบบเดิม เราต้อง มาช่วยกันครับท่านประธานครับ ผมมั่นใจว่าทุกท่านเห็นแก่ประเทศชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะท่านสมาชิกวุฒิสภา ผมกราบและเคารพท่านครับ ท่านเข้ามาเพราะรัฐธรรมนูญ มอบให้ท่านทำอย่างนั้น ท่านก็ต้องทำอย่างนั้น ผมไม่ได้ว่าท่านนะครับ มันเป็นภาวะจำเป็น จำยอมที่ต้องทำอย่างนั้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ ๕ ปีมันเป็นช่วง เปลี่ยนผ่านที่อาจจะนานเกินไป มันนานเกินไปที่พี่น้องประชาชนจะทนอยู่ได้ ก่อนที่ ประเทศชาติบ้านเมืองเราจะล้มเหลว เพราะฉะนั้นเรามาช่วยกันปรับเถอะครับ เราเห็นอยู่ แล้วว่าถ้าก้าวเดินต่อไปประเทศชาติบ้านเมืองก็จะเสียหายมาช่วยกันปรับ ใน ๔ ร่างที่ พรรคเพื่อไทยเสนอท่านประธานครับ ผมสรุปหลักการย่อ ๆ ประกอบกับเหตุผลให้ ท่านประธานทราบเลยครับเพื่อฝากไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ในร่างแรก เรามุ่งที่จะเพิ่ม เพิ่มสิทธิเสรีภาพพี่น้องประชาชนที่มันขาดอยู่ในรัฐธรรมนูญ ถามว่ามันจำเป็นเร่งด่วนไหมที่จะเพิ่มเรื่องนี้ มันมีโอกาสครับ มีโอกาส เมื่อไรเราต้องไขว้คว้า ทุกพรรคทุกฝ่ายเห็นว่ามันมีโอกาสขณะนี้ร่วมกันแก้ พรรคเพื่อไทยก็เห็นว่ามันมีโอกาสเราก็ ต้องทำ แม้ว่าลำดับความสำคัญเรื่องนี้อาจจะเก็บไว้ก่อนก็ได้ แต่ถ้าเพื่อพี่น้องประชาชนมี โอกาสแล้วทำได้จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด จะถือว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่สำคัญไม่ได้ โดยเฉพาะสิทธิเสรีภาพที่หายไป เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับฝ่ายนิติบัญญัติเราในร่างที่ ๑ ท่าน ประธานครับ อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในการที่จะตรวจสอบถ่วงดุลในระบบรัฐสภามันขาด หายไปในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๙ ที่เรามีอำนาจอยู่ เราเรียกฟื้นคืนกลับมา อำนาจในการ ตรวจสอบถ่วงดุลองค์กรทุกองค์กรครับ เราขอกลับคืนมา อำนาจที่จะมีกฎหมายบังคับเป็น คำสั่งเรียกเราต้องใช้คืนกลับมา หลังจากใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคขวากหนามสำคัญมากในการตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายนิติบัญญัติ อันนี้คือร่างที่ ๑ รายละเอียดของสิทธิเสรีภาพ เช่น เราเพิ่มสิทธิเสรีภาพเรื่องของขอบเขต สิทธิเสรีภาพ รวมถึงพันธกรณีระหว่างประเทศด้วย ไม่ใช่เฉพาะอยู่แต่ประเทศเรา เพิ่มสิทธิในการที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมการประกันตัว เพิ่มสิทธิเสรีภาพในการที่จะ แสดงความคิดเห็นติชมได้อย่างเป็นธรรมที่กฎหมายต้องไม่มีข้อจำกัดในเรื่องนี้ มีกฎหมาย บัญญัติรองรับ เพิ่มสิทธิทางด้านการเมือง การจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองที่จะถูก ยุบ เพิ่มสิทธิในการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพหรือสาธารณสุข ท่านประธานครับ สิทธิที่จำเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จำเป็นต้องพูดจริง ๆ ก็คือเรื่องของสิทธิในการที่จะปกป้อง คุ้มครองรัฐธรรมนูญ เราเสนอให้กับรัฐสภาแห่งนี้ช่วยกันเพื่อจะปกป้องคุ้มครองรัฐธรรมนูญ ของเรา ต่อต้านรัฐประหารโดยสันติ อันนี้เป็นร่างที่ ๑ ท่านประธานครับ ในร่างที่ ๒ เรามุ่งที่จะยกเลิกท่านประธานครับ ยกเลิกเรื่องแรกคือยกเลิกมาตรา ๖๕ ว่าด้วย การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และยกเลิกมาตราที่เกี่ยวข้องที่มีคำว่ายุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ ชาติ ออก เช่น มาตรา ๑๔๒ ว่าด้วยการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ที่จะต้องมีการจัดทำ เอาคำนี้ออก มาตรา ๑๖๒ ว่าด้วยการแถลงนโยบาย ก็เอาคำนี้ออก ท่านประธานครับ นอกจากนั้นก็ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ครับ เมื่อมียุทธศาสตร์ชาติแล้ว บทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ มาตรา ๒๗๑ มาตรา ๒๗๕ เขียนให้สมาชิกวุฒิสภามีอำนาจหน้าที่เข้าไปติดตามตรวจสอบดำเนินการต่าง ๆ เราต้องขออนุญาตที่จะยกเลิก เพราะเราต้องการยกเลิก มาตรา ๖๕ ไปแล้ว ท่านประธาน ครับ ถามว่าทำไมต้องยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ มันไม่ดีหรือ คำว่า ยุทธศาสตร์ชาติ มันดีครับ ท่านประธานครับ มันดีมากที่จะมองไปข้างหน้าว่าชาติเราจะเดินไปอย่างไร สู่จุดมุ่งหมาย อย่างไร แต่ยุทธศาสตร์ชาติที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อแปลงมาเป็นกฎหมาย และนำสู่ปฏิบัติแล้ว ๕ ปี ท่านประธานครับ เกือบจะ ๕ ปีแล้ว ถามว่ามันได้อะไร มันได้อะไร มันปฏิบัติไม่ได้ท่านประธานครับ และส่วนใหญ่ที่เขียนไว้ในยุทธศาสตร์นั้นมันไม่ใช่ ยุทธศาสตร์ชาติ มันเหมือนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปลี่ยนชื่อ ไม่ได้แตกต่าง อะไรเลยและที่สำคัญครับ ดูเข้าไปลึก ๆ มันเป็นยุทธศาสตร์เช่นกันครับ แต่เป็นยุทธศาสตร์ ทางการเมืองเพื่อต้องการกำจัดอีกฝ่ายหนึ่งหนุนอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านประธานครับ มีอยู่ สถาบันการเมืองไทยไม่มีทางเจริญเติบโตครับ ไม่มีทางเสนอนโยบายให้กับพี่น้องประชาชน เลยว่าฉันจะทำอะไรเพื่อคุณ คุณจะได้อะไร เพราะยุทธศาสตร์ชาติครับ อันนี้คือสิ่งที่อยู่ใน ร่างที่ ๓ ร่างที่ ๒ ครับ ในร่างที่ ๒ เราจำเป็นต้องยกเลิก มาตรา ๒๗๙ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิก พรรคเพื่อไทยจะมาให้รายละเอียดตรงนี้ การนิรโทษกรรมอำนาจ คสช. ว่าชอบด้วย รัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เมื่อถึงโอกาสถึงคราวแล้ว ไม่จำเป็นท่านประธานครับ มันขัดหลักประชาธิปไตย ต้องเอาออก ฝากท่านประธานไปยังเพื่อนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ด้วย ร่างที่ ๓ เป็นร่างที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราต้องพูดถึง สำคัญมาก ที่มาของท่านนายกรัฐมนตรี และโอกาสการมีส่วนร่วมในการเลือกนายกรัฐมนตรี เราจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องแก้ไข มาตรา ๑๕๙ ให้นายกรัฐมนตรีมาจากสภาผู้แทนราษฎรและที่มาของนายกรัฐมนตรี ต้องอยู่ในระบบเท่านั้น ต้องอยู่ในระบบเท่านั้นระบบหนึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง เรายังยอมรับได้อยู่เพราะอยู่ในระบบแม้ไม่ได้เป็น ส.ส. ๒. ต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใช้คำว่า หรือ นะท่านประธานครับ ไม่ได้บอกว่า และ ในระบบ ๓ คน ไม่ได้ โอกาสของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะถูกเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเปิดโอกาสให้ ไม่ควรเอาคน นอกมา และที่สำคัญท่านประธานครับ ผมเองต้องขอบคุณท่าน ส.ว. ทุกท่าน ที่ท่านทำหน้าที่ ท่านในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งแรกที่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่เสียดายว่า การเขียนให้เลือกนายกรัฐมนตรีครั้งแรก หลายท่านอ้างว่าประชามติ ผมก็ยอมรับครับ ๑๕.๑๓ ล้านคน ไม่น้อยครับ ไม่น้อยที่มีเสียงประชามติให้กับท่าน เพื่อมาทำหน้าที่ในฐานะ รัฐสภา ผมจะไม่ลงรายละเอียดท่านประธานครับว่าคำถามพวกนี้มันซ่อนไว้กันอย่างไร แต่เมื่อมีโอกาสแล้ว ในภาวะวิกฤติท่านบอกว่าระยะเปลี่ยนผ่านนี้ควรให้ ส.ว. มาช่วยเลือก นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ดำเนินการในการที่จะดูแลบ้านเมืองต่อไป ก็คือการสืบทอดอำนาจนั่น ละครับ แต่เป็นการสืบทอดอำนาจโดยชอบธรรมมีกฎหมายรองรับ ไม่ว่ากันครับ ท่านประธานครับ เมื่อให้โอกาสแล้ว ถึงแม้จะขัดหลักประชาธิปไตย ท่านเป็นสภาตรวจสอบ สภากลั่นกรอง แต่มาเลือกนายกรัฐมนตรีให้ เลือกเสร็จแล้วทิ้งเลย คอยปกป้องคุ้มครองอยู่ ด้านนอก การบริหารราชการแผ่นดินมันลำบากท่านประธานครับ มันไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น ครั้งเดียวน่าจะพอไม่จำเป็นต้องเลือก ครั้งที่ ๒ ครับ ไม่จำเป็นต้องเลือก ครั้งที่ ๒ ซึ่งครั้งที่ ๒ เกิดขึ้นได้แน่นอนครับ ในปี ๒๕๖๖ อายุของสมาชิกวุฒิสภายังอยู่สามารถเลือกครั้งที่ ๒ ได้ นี่คือเจตนาอะไรครับ ถ้าเจตนาเฉพาะเปลี่ยนผ่าน สมัยแรกมันพอแล้วท่านประธานครับ ผมก็คิดว่าหลายท่านก็เห็นว่ามันน่าจะพอแล้ว นี่คือเจตนาอะไรครับ ถ้าเจตนาเฉพาะเปลี่ยนผ่าน สมัยแรกนี่มันพอแล้ว ผมก็คิดว่า หลายท่านก็เห็นว่ามันน่าจะพอแล้ว และที่สำคัญในระยะเปลี่ยนผ่านถ้าบุคคลที่เขามาอาสา ทำหน้าที่เปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีนะครับ สามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาให้กับ ประเทศชาติ ปัญหาที่มันมีหมักหมมมานานแก้ไขได้ไม่มีใครว่า ท่านประธานครับ แต่เปลี่ยน ผ่านตรงนี้กลับเปลี่ยนผ่านที่เลวร้ายลงไปเรื่อย ๆ บ้านเมืองมองไม่เห็นอนาคต ท่านยังจะ เปลี่ยนผ่านบุคคลคน ๆ เดิมอยู่หรือ แล้วจะไปอย่างไรท่านประธานครับ อันนี้ต้องถามจริง ๆ เพราะฉะนั้นร่างที่ ๓ อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติด้วยความเคารพยิ่งว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปลี่ยนวิธีการ
ร่างสุดท้ายเป็นร่างที่ ๔ เป็นเรื่องระบบเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคเพื่อไทยแสดงเจตจำนงในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ครั้งแรกเราไม่มีความประสงค์ เลยที่จะแก้เรื่องนี้ในระบบเลือกตั้ง แต่พอมีโอกาสแล้วในการยื่นรายมาตราได้ด้วย เราก็ประมาณสถานการณ์อย่างนั้นเราก็ยื่นมาตั้งแต่ครั้งแรกสุด เป็นครั้งแรกสุดที่เรายื่น เราถูกรัฐสภาแห่งนี้มีมติไม่รับหลักการร่างว่าด้วยระบบเลือกตั้งของเรานะครับ เราก็มี เจตจำนงที่จะเสนอต่อ ก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกหลายพรรคการเมืองที่เห็นว่าระบบ เลือกตั้งมันเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าสู่อำนาจ เป็นการมอบอำนาจจากพี่น้องประชาชนมา ขณะนี้เรามีตัวเลือกไม่เยอะ ตัวเลือกตรงนี้หมายถึงระบบเลือกตั้งที่เราใช้อยู่ขณะนี้ และดูจากร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยระบบเลือกตั้งที่ส่งเข้ามามันมีอยู่ ๒ แนวทางเอง ๒ระบบเอง ๑. ระบบปี ๒๕๖๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ๒. ระบบที่มาจาก รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่เคยใช้มาในอดีต และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็ถูกล้มล้างไป ท่าน ประธานครับ เรามีตัวเลือกอยู่แค่ ๒ ตัว ถามว่าระหว่างปี ๒๕๖๐ กับปี ๒๕๔๐ ท่านจะเลือก อะไร ปี ๒๕๔๐ มาจากรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชน ระบบนี้ผ่านการเลือกมาจากตัวแทน ของพี่น้องประชาชนที่เราเลือกเขาเข้ามาทำรัฐธรรมนูญคือ สสร. จริงอยู่ครับ เมื่อใช้ไปแล้ว ๒ ระบบนี้ไม่มีระบบไหนที่ดีที่สุด ระบบปี ๒๕๖๐ สุดโต่ง มีแต่พรรคเล็กพรรคน้อย ใช้วิธีการ ปัดเศษขึ้นมา รัฐบาลก็เป็นพรรคการเมืองแบบผสม ๑๙ พรรค แล้วจะเอาความก้าวหน้า เอาโอกาสในการทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนมาอย่างไร ผมถามรัฐบาลที่ทำมานี้มีนโยบายที่ไปหา เสียงกับพี่น้องประชาชนมาตอบสนองไหม ไม่มีครับ นั่นคือความอ่อนแอของระบบปี ๒๕๖๐ สุดโต่งครับ ไปทางด้านที่ทำให้เกิดพรรคการเมืองเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นวิธีการเลือกตั้งที่ใช้ ทำลายพรรคการเมือง แต่ปี ๒๕๔๐ เข้าใจหลายท่านบอกว่าก็มีจุดอ่อน มันแข็งเกินไป ต้องแข็งสิครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เขามีเจตจำนง ว่าต้องสร้างสถาบันการเมืองให้เข้มแข็ง เพราะฉะนั้นการมอบอำนาจจากพี่น้องประชาชน ต้องได้มีโอกาสให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง วิธีการที่คิดมาบัตร ๒ ใบ เขตเลือกตั้ง ๑ เสียง ๑ สิทธิ ๑ คน บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน ประชาชนเลือกทางตรง คิดคะแนนทางตรง แยกกัน ห้ามเอามารวมกัน วิธีคิดต้องคิดแยกอยู่บนคนละฐาน อย่าเอามารวมกันเพื่อใช้เป็นเหตุ เป็นผลที่จะไม่เอา จริงอยู่ครับผมเองเข้าใจว่ามันมีจุดอ่อน แต่พรรคเพื่อไทยเราเอง เราพยายามที่จะแก้ไขจุดอ่อนนั้น จุดอ่อนปี ๒๕๔๐ คือทำลายพรรคเล็กพรรคน้อยไม่ให้ โอกาสการพัฒนาสถาบันการเมืองที่เขามีโอกาสจะเข้ามา การกำหนดร้อยละ ๕ เพดานขั้นต่ำ มันเป็นปัญหาอุปสรรค เราลดครับ ลดเพดานตรงนี้ลงมาเหลือแค่ ๑ ร้อยละ ๑ ทำไมทีละ ร้อยละ ๑ ครับ ๑๐๐ คนคุณได้ ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๑ คนควรจะเป็นสมาชิกได้ คิดง่าย ๆ อย่างนี้ คิดเป็นร้อยละจากคะแนนของบัญชีรายชื่อ ถ้าไม่กำหนดเพดานขั้นต่ำไว้ไม่แตกต่าง จากปี ๒๕๖๐ คือมี ส.ส. ปัดเศษ มีพรรคเล็กพรรคน้อยเกิดขึ้นเยอะ เราแก้ตรงนั้นให้เพื่อเพิ่ม วิธีการแก้ไขปัญหาจุดอ่อน เราเองไม่ตัดสิทธิของพรรคการเมืองพรรคเล็ก ๆ ที่จะเกิดขึ้นและ มีโอกาสเติบโตในอนาคต โดยการที่เปิดโอกาสให้คุณสามารถส่งบัญชีรายชื่อได้ แม้ไม่ส่งเขตแม้แต่เขตเดียว ประวัติศาสตร์เคยมีมาแล้ว ท่านประธานครับ พรรคที่ชนะมี ส.ส. ๕ คน มีคะแนน๖๐๐,๐๐๐ คะแนน ได้ ๖ คน มีมาแล้ว ไม่ส่งเขตเลย เรากลับไปตรงนั้นครับ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มต่าง ๆ ที่เขามีตัวแทนกลุ่มสามารถเข้าไปดูในบัญชีรายชื่อ ถ้ามีคนพอที่จะเลือกเขาเขาจะมีตัวแทนเข้าไปอยู่ในบัญชีรายชื่อ และผมเองจริง ๆ ผมอยู่พรรคเพื่อไทย ๔๐๐ : ๑๐๐ นี้ผมคิดมาก ผมอยากได้ ๓๕๐ : ๑๕๐ อันนี้ผมจะญัตติ แม้ว่าผมสนับสนุนร่างพรรคเพื่อไทยผม แต่ถ้าเพิ่มสัดส่วนบัญชีรายชื่อขึ้นมากับเขต ตรงนี้เองจะทำให้ลดการซื้อเสียงได้ดีขึ้น ถ้าเขตใหญ่ขึ้นซื้อเสียงยากขึ้น มันเป็นตรรกะอย่าง นั้น ท่านประธานครับ เพื่อใช้ระบบคุมการซื้อเสียง ท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยยัง สนับสนุนการคิดสัดส่วนเปอร์เซ็นต์อยู่นะครับในบัญชีรายชื่อ เพราะเรามิกล้าที่จะเอาคะแนน บัญชีรายชื่อคำนวณเป็น ส.ส. ทั้งหมด เรามิกล้าจริง ๆ ครับ เพราะอะไร ท่านประธานครับ เพราะถ้าคิดอย่างนั้นมันจะเป็นแรงจูงใจให้พรรคการเมืองที่มีพลัง มีอำนาจ มีเงิน ทุ่มซื้อคะแนนบัญชีรายชื่อ เขาซื้อ ๑๕ ล้านเสียงได้ ส.ส. ๒๕๐ คน น่าสนใจไหมครับ ๑๕ ล้านเสียงได้ ๒๕๐ นะครับ คุ้มค่ากับการลงทุน อันนี้ล่ะครับท่านประธานเราต้องคิดมาก สำหรับบริบทพรรคการเมืองในบ้านเรา ท่านประธานที่เคารพครับเวลาผมหมดครับ โดยสรุป ครับ พรรคเพื่อไทยกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ เราส่ง ๔ ร่าง ๔ ร่างนี้เราเพื่อต้องการแก้วิกฤติ แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ การเข้าสู่อำนาจและการสืบทอดอำนาจ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ คือระบบเลือกตั้ง ถ้าระบบเลือกตั้ง ที่สามารถทำให้พี่น้องประชาชนทุ่มเทคะแนนเสียงจากระบบที่เราคิดว่าดีที่สุดแล้ว พรรคไหนชนะเขาควรได้ไปครับ ไม่ต้องกลัวฝ่ายไหนก็ได้ พรรคไหนเขาได้รับอำนาจจาก พี่น้องประชาชนเกินกึ่งหนึ่งในประเทศนี้ต้องยกให้เขา ถ้าเราตรวจสอบได้ว่าถ้าเขาจะทุจริตก็ ว่าไปตามกฎหมาย เราคิดว่าระบบมันดีแล้วเราต้องยอมรับครับท่านประธาน แล้วที่สำคัญ ท่านครับประธาน สุดท้ายเราอยากให้สมาชิกรัฐสภาของเราได้เปิดใจ เปิดโอกาสให้กับร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมี ๑๓ ร่าง พรรคเพื่อไทยอยากจะฝาก ๔ ร่าง เราเองเราก็สนับสนุน ร่างที่ใกล้เคียงกัน แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดผมขอกราบเรียนท่านประธานเป็นครั้งสุดท้ายตรง นี้ก่อนจบ กรณีร่างที่มันมีปัญหา ไม่ว่าท่านสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายไปเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ ส.ส. ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ พรรคเพื่อไทยเรามีมติชัดเจนครับ ว่าถ้ามีอย่างนี้อยู่เราก็รับไม่ได้ เรารับไม่ได้จริง ๆ ครับ แม้เราเป็น ส.ส. เป็นสมาชิกรัฐสภา เรารับไม่ได้ที่จะทำเพื่อตนเอง และโดยเฉพาะมาตรา ๑๘๕ มันชัดมาก มันชัดมากว่าเอาประมาณไปใช้ในพื้นที่มีส่วนร่วม ไปทำโครงการ ชัดกว่ามาตรา ๑๔๔ นะครับ ถ้าเป็นไปได้ท่านประธานครับ โทษต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในมาตรา ๑๔๔ การตัดสิทธิ ส.ส. การตัดสิทธิการเมือง หมดสมาชิกภาพของ ส.ส. จากมาตรา ๑๔๔ นี้ให้เอามาใส่ในมาตรา ๑๘๕ ครับ ย้ายได้ครับในชั้นแปรญัตติ มาตรา ๑๔๔ นี้แค่พิจารณาในชั้นงบประมาณ เขาแค่พิจารณาเท่านั้นเอง เกิดขอโทษ ถึงประหารชีวิตแล้ว แต่ขณะที่มาตรา ๑๘๕ ผลประโยชน์ขัดกันชัดเจนครบ กลับไปดำเนินการตามกฎหมายปกติทำไมไม่เอาโทษมาตรา ๑๔๔ ไปใส่มาตรา ๑๘๕ ผมยินดีนะครับท่านประธาน เพราะว่า มาตรา ๑๘๕ มันชัดว่าผู้แทนใช้ตำแหน่งหน้าที่ ไปทำอย่างนั้นจริง ด้วยความเคารพท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยขอเสียงจาก สมาชิกรัฐสภาช่วยสนับสนุนหลักการทั้ง ๔ หลักการให้ผ่านในวาระที่ ๑ กราบขอบคุณครับ ท่านประธานครับ