ชินวรณ์ เสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มสิทธิประชาชน-กระจายที่ดินอย่างเป็นธรรม

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๔

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ชี้แจงการแบ่งการนำเสนอร่างกฎหมาย 6 ฉบับของพรรคเพื่อประหยัดเวลา พร้อมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เน้นการเพิ่มสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในด้านต่าง ๆ เช่น กระบวนการยุติธรรม สิทธิชุมชน และการกระจายที่ดินอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ยังเสนอปรับปรุงมาตรา 256, 236 และ 237 โดยเน้นให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบกรณีกล่าวหา ป.ป.ช. เป็นไปอย่างโปร่งใสและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมได้รับ มอบหมายจากท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะที่เป็น ผู้เสนอร่างทั้ง ๖ ฉบับ แต่เนื่องจากว่าพรรคประชาธิปัตย์เสนอจำนวนร่างมากที่สุดนะครับ เราจึงขออนุญาตท่านประธานแบ่งผู้นำเสนอเป็น ๒ ส่วน คือส่วนแรกผมจะนำเสนอ ๓ ฉบับ ส่วนที่ ๒ ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม จะนำเสนอ ๓ ฉบับ และหลังจากนั้นท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และคณะที่เป็นผู้เสนอ ก็ได้มอบหมายว่าให้ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านจะได้เป็นผู้อภิปรายโดยภาพรวมทั้งหมด เพื่อให้ประหยัดเวลาในการนำเสนอและการอภิปราย และเรายังมีผู้อภิปรายสนับสนุน ร่างทั้ง ๖ ฉบับอีก ๔ ท่าน และหากพรรคในเวลาเหลืออยู่ผมก็จะขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอภิปรายสรุปอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธาน กระผมขออนุญาตที่จะนำเรียนกับ ท่านประธานไปทีละฉบับนะครับ

ฉบับแรก ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑๑๕ ท่าน ขอเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการที่สำคัญคือแก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๒๙ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๖ และมาตรา ๗๒ ท่านประธานที่เคารพ ก็ด้วยเหตุผลโดยที่มาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดสิทธิของ ประชาชนชาวไทยในเรื่องโทษทางอาญา สิทธิในคดีอาญา การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหา การขอประกันตัว ซึ่งยังไม่ครอบคลุมถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือว่า เป็นสาระสำคัญในหลักประกันขั้นพื้นฐานในเรื่องสิทธิของมนุษยชน และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้กำหนดเรื่องบุคคลและชุมชนยัง ไม่ครอบคลุมสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการปกป้องสิทธิของประชาชน มาตรา ๔๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สิทธิของผู้บริโภคได้กำหนดไว้ให้ได้รับการ คุ้มครองและไม่มีกรณีการกำหนดให้ประชาชนและภาคส่วนอื่น ๆ เข้ามามีส่วนร่วมแต่อย่าง ใด มาตรา ๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้กำหนดให้รัฐดำเนินการเกี่ยวกับ ที่ดินให้มีการกระจายการถือครองที่ดิน เพื่อให้ประชาชนสามารถมีที่ดินทำกินได้อย่างทั่วถึง และเป็นธรรม และสภาพความเป็นจริงประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรยังไม่ได้รับความเป็น ธรรมในเรื่องการถือครองที่ดิน เนื่องจากยังไม่ได้การพิสูจน์สิทธิในที่ดินทำกินอย่างเป็นระบบ และเป็นธรรม การจัดสรรที่ดินภาครัฐ จำต้องคำนึงถึงสิทธิในที่ดินทำกินตามความเป็นจริง จึงจำเป็นต้องตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นมา ซึ่งฉบับนี้จะเน้นในเรื่องของสิทธิของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ ซึ่งเราคิดว่ามีความจำเป็น เป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำเสนอเพื่อให้มีการแก้ไขในครั้งนี้ด้วยนะครับ

ฉบับที่ ๒ ขอเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ ครับท่านประธาน ด้วยเหตุผล ด้วยมาตรา ๒๕๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้มีการแก้ไขที่ยากยิ่ง กล่าวคือการแก้ไขเพิ่มเติมก็ทำได้ยากกว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา คือการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมญัตติ แก้ไขเพิ่มเติม ได้กำหนด การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ กำหนดให้มีคะแนนเสียงเห็นชอบ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ ๒ สภา แต่ได้กำหนดให้ ในจำนวนดังกล่าวจะต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา และในวาระที่ ๓ ได้กำหนดให้มีเสียงเห็นชอบด้วย ในหลักการ จะให้ใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ ๒ สภา และได้กำหนดให้จำนวนนี้ต้องมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมือง ที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภา ผู้แทนราษฎร เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของทุกพรรคการเมืองดังกล่าว รวมกัน และกำหนดให้ต้องเป็นสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิก ทั้งหมดเป็นเงื่อนไขสำคัญที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้น ทำให้กระบวนการในการ แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นทำได้ยากยิ่งและไม่เป็นไปตามกลไกในระบอบประชาธิปไตย คือกลไกที่จะต้องปกครองด้วยเสียงข้างมาก แล้วก็เคารพเสียงข้างน้อย แต่ว่ากลไกดังกล่าว เป็นการกำหนดให้เสียงข้างน้อยมีสิทธิในการครอบงำเสียงข้างมากในการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกกระผมเห็นว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้มีการแก้ไขได้ยากอยู่ เราจึงได้กำหนดว่าการมีมติเพื่อให้ ความเห็นชอบต่อการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องใช้เสียง ๒ ใน ๓ กล่าวคือจะต้องมี เสียงที่จะต้องเห็นพ้องต้องกันของเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นจึงหวัง เป็นอย่างยิ่งว่าเราจำเป็นที่จะต้องใช้คำพูดที่เคยพูดกันมาว่าเราต้องการที่จะสะเดาะกลอน เพื่อแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ฉบับนี้จึงเป็น จุดเริ่มต้นที่สำคัญ แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับท่านประธาน เราก็ยังยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ถึงแม้ว่าจะมีความคิดดังกล่าวนี้ในการเสนอในวันนี้ก็ตามแต่ว่ากระบวนการในการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นยังมีอีกหลายประเด็นและที่มีความจำเป็น และคิดว่าในโอกาสต่อไป ถ้าหากว่าเราสามารถที่จะแก้ไขได้ ให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นฉบับของประชาชนต่อไปก็จะเป็นเรื่องที่จะต้องสนับสนุนด้วยครับ

ฉบับที่ ๓ ท่านประธานครับ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๓๖ และมาตรา ๒๓๗) ด้วยเหตุผลที่มาตรา ๒๓๖ และมาตรา ๒๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้กำหนดในการกล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภาจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ คน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ ผู้ใดกระทำการตามมาตรา ๒๓๔ (๑) ให้ยื่นต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันสมควรสงสัยว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่ง มีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อไต่สวน หาข้อเท็จจริง จะเห็นได้ว่าการให้ยื่นต่อประธานรัฐสภา หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุ อันสมควรก็จะต้องส่งไปให้ศาลฎีกา ย่อมทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลในการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตเกิดความเสียหายได้ หากมีการต่อรอง สมยอม หรือกระทำการ ในลักษณะขัดกันแห่งผลประโยชน์ ประธานรัฐสภาคือฝ่ายที่มาจากพรรคการเมือง หากมี นักการเมืองจากพรรคเดียวกันกับประธานรัฐสภาถูกดำเนินคดี โดยคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตก็อาจมีการเสนอคดีต่อประธานรัฐสภาเพื่อดำเนินคดี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพื่อเป็นการต่อรองในทางคดีเพื่อประโยชน์ ของนักการเมืองในพรรคของตนได้ ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าวนี้เราจึงเห็นว่าควรที่จะได้มีการ แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๖ มาตรา ๒๓๗ เพื่อให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้นำส่ง เรื่องดังกล่าวไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อที่จะได้ดำเนินการในการตั้งคณะผู้ไต่สวน ทำให้เกิด ความเป็นกลางและมีประสิทธิภาพในการที่จะตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น จึงเป็นประเด็นสำคัญที่คิดว่าเราจะได้เสนอร่างเพื่อขอความเห็นชอบจากเพื่อนสมาชิก ในรัฐสภาแห่งนี้ในการขอความเห็นชอบในวาระรับหลักการตามลำดับต่อไป ขอขอบคุณครับ