ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจงสถานการณ์เศรษฐกิจและปัญหาความยากจน โดยย้ำถึงความพยายามของรัฐบาลในการใช้ข้อมูลบิ๊กดาต้าเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการรับฟังเสียงเยาวชน ทบทวนระเบียบการแต่งกายและทรงผมนักเรียนให้ทันสมัย รวมถึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้โซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการแพร่ข้อมูลผ่านเอไอ การพนันออนไลน์ และเนื้อหาไม่เหมาะสมที่ส่งผลต่อสังคม
กราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรตินะครับ ก่อนที่จะผมจะกล่าวสรุปขอบคุณบรรดาสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ผมขอพูดในฐานะ ผมเป็นนายกรัฐมนตรีและในฐานะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งรับผิดชอบ ในงานหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ในอดีตและในปัจจุบันที่ผ่านมา ในช่วงที่เป็นรัฐบาลก่อนหน้านี้ และรัฐบาลปัจจุบัน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือหลายอย่างที่ฟังในสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่ค่อยเห็นชอบกับผมหลายเรื่อง ๆ ก็มักจะพูดจาต่าง ๆ แล้วก็โจมตีผมมาสม่ำเสมอ ตลอดเวลาไม่เคยเปลี่ยนแปลงก็เป็นธรรมดา ผมทราบดีว่าเป็นวิธีการทำงานของท่าน ไม่เป็นไรครับผมรับได้ จะเห็นว่าผมก็ยิ้มไปเรื่อย เพราะผมก็ฟังมาหลายรอบแล้วเหมือนกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งทางฝ่ายรัฐบาลก็พยายามจะชี้แจงมีตัวเลข ต่าง ๆ ออกมา ท่านก็ว่าตัวเลขของรัฐบาลไม่จริง จริง ๆ แล้วผมถามทางด้านนี้เขาบอกว่า ตัวเลขที่ท่านกล่าวอ้างมาทั้งหมดบิดเบือนหลายประการด้วยกัน การที่เราจะบอกว่า ประเทศเรายากจน ประชาชนยากจน แล้วเราทำให้คนยากจนมากยิ่งขึ้น ถ้าท่านไปย้อนดูว่า การขึ้นบัญชี ผมไม่ได้ขึ้นบัญชีเรียกว่าคนจน ท่านเรียกของท่านเอง เป็นการขึ้นบัญชี มีการใช้บิ๊กดาต้า (Big Data) ในการบริหารราชการแผ่นดินในการใช้งบประมาณให้ลงตรงถึง พี่น้องประชาชนระดับฐานราก เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เพื่อให้มีอาหารการกินที่เพียงพอ แต่คงไม่ถึงขนาดที่จะไปผ่อนรถ ผ่อนมอเตอร์ไซค์อะไรเหล่านี้ได้ อันนั้นก็เป็นเรื่องของ หนี้ครัวเรือนที่มีทั้งหนี้ที่มีมูลค่าและหนี้ที่ไม่มีมูลค่า รัฐบาลก็อยากจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ทุกมิติ ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป วันนี้ตัวเลขท่านบอกว่ามันจนมากขึ้น ตัวเลขครั้งแรก ที่ออกมานั้นมันก็คือตัวเลขที่ส่งมาจากรัฐบาลก่อน ๆ นั่นละครับ แต่ว่าไม่เคยได้คัดแยก ออกมา รัฐบาลจำเป็นต้องแยกออกมา ผู้มีรายได้ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ต่ำกว่าอะไรต่าง ๆ มันก็ต้องมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้น เดี๋ยวก็ต้องมีเพิ่มขึ้นอีกละครับ รัฐบาลก็ต้องมี มาตรการดูแลคนที่มีรายได้ที่แตกต่างกันออกไปอีก นั่นคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เขามีการดำรงชีวิตที่ดี มีอาหารการกินที่เพียงพอ คงไม่ใช่ว่าไปร่ำรวย อะไรหรอกนะครับ แต่เขาก็ต้องร่วมมือกันกับรัฐบาลในโครงการต่าง ๆ ในเรื่องของ ปรับเปลี่ยนตัวเอง แล้วก็ในเรื่องของการปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรต่าง ๆ ใช้พื้นที่ ให้เหมาะสม คำนึงถึงการตลาด สิ่งเหล่านี้ไม่เคยได้รับการพูดจามาก่อน พูดรัฐบาลนี้ละครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนชี้แจงพี่น้องประชาชนทั่วไปให้ทราบด้วย ถ้ารับฟังช่องทางเดียว มันก็จะกลายเป็นรัฐบาลนี่ใช้ไม่ได้สักเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นทุกคนทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น ในประเทศไทยของเราในขณะนี้ ประเด็นที่ท่านกล่าวว่าผมต้องลาออก เพราะผมบริหาร ประเทศล้มเหลว ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี ๒๕๔๙ กับปี ๒๕๕๗ มีการชุมนุม มีใครลาออกไหมครับ มีการกระทำความผิดหรือเปล่าครับ อย่าลืม ผมไม่กล่าวอ้างถึงใครทั้งสิ้น แล้วตอนนี้คนเหล่านั้น อยู่ที่ไหนครับ
เรื่องต่อไป กรณีการชุมนุมผมรักลูกหลานทุกคน ผมรักเด็ก นิสิต นักศึกษา ทุกคน นั่นคือพลังของแผ่นดินในวันข้างหน้า แต่เราควรจะสร้างความเข้าใจกันได้ไหมครับ บทบาทอะไรอยู่ตรงไหน ใครที่จะชี้นำในทางที่ถูกต้อง ในทางที่สงบ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ผมถือว่าทุกคนคือเสียงหนึ่งของคนไทย ของประเทศไทยผมยอมรับฟัง ก็มีทั้งทำได้ และทำไม่ได้
ในเรื่องของกรณีเรื่องของชุดนักเรียนถ้าผมจำได้ไม่ผิดตั้งแต่เด็ก ๆ มา ผมจำได้ว่าเขาเคยมีคำชี้แจงบอกว่าการแต่งชุดนักเรียนจะทำให้เกิดการประหยัด ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีความแตกต่าง ระหว่างการแต่งตัวของคนรวยกับคนจน ผมฟังมา อย่างนั้นนะครับ
หลังจากนั้นมาอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าทรงผมเพื่อให้เกิดความแตกต่าง ให้เกิดความปลอดภัยกับเด็กนักเรียน นักศึกษาว่าคนเหล่านี้เมื่อไปเดินอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ นอกเวลาเรียนก็จะได้ไม่ถูกทำร้ายนั่นคือวัตถุประสงค์แรก แต่วันนี้โลกมันเปลี่ยนแล้ว ผมก็ยอมรับได้ ก็ลองไปคิดดูแล้วกันนะครับ ผมไม่อยากจะฟังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่เพียงข้างเดียว ทุกอย่างมันมีอดีต มีความเป็นมาทั้งสิ้น
เรื่องต่อไป ในเรื่องของการที่บอกว่าเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกก็ได้กล่าวไปแล้วว่า ได้มีการใช้โทรศัพท์ ใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) ในการขับเคลื่อน ผมในฐานะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมผมมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้มีการติดตาม ก็ทราบว่าในการแพร่ข้อความต่าง ๆ ในโทรศัพท์นั้นมีคนโพสต์ (Post) ครั้งแรก ๒๐๐ คน จากนั้นเวลาไม่กี่นาทีขึ้นเป็น ๕๐,๐๐๐ คน จากแอกเคาต์ (Account) เดิม ไม่ทราบว่า ใช้เทคโนโลยีอะไรนะครับ ผมก็อาจจะไม่ทันสมัยเท่าท่าน หรือในบางแอกเคาต์ (Account) นั้นจากแอกเคาต์ (Account) อันเดียวกันแพร่ไปหลายช่องทาง แต่ตัวเลขที่ออกมาจาก ระยะที่ ๑ มาช่วงที่ ๒ ช่วงที่ ๓ มันเท่ากันทั้งหมด มันมีเครือข่ายหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ อันนี้ก็กราบเรียนเพื่อทราบเท่านั้นเอง เป็นข้อมูลที่ท่านช่วยเช็ก (Check) ให้ผมด้วยก็แล้วกัน อันนี้คือข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ แล้วไม่ได้ไปละเมิดสิทธิประชาชนเพราะเป็นข้อมูลที่ ได้มาจากผู้ให้บริการทั้งหลายที่มีความร่วมมือให้ข้อมูลกับเรามา เพราะฉะนั้นมีการใช้ระบบ เอไอ (AI) ในการโพสต์ (Post) ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งสิ้น การที่จะบอกว่ารัฐบาลไปปิดกั้น ผมไม่เคยอยากจะปิดกั้นนะครับ แต่ถ้ามันละเมิดจนเกินไป ไม่สุภาพ ผมคิดว่าสังคมรับไม่ได้ วันนี้ท่านก็เห็นอยู่แล้วสังคมก็มีปัญหา ผู้หญิงก็มีปัญหา ในโทรศัพท์ขึ้นมาทุกชั่วโมง ในสิ่งที่ไม่ควรจะแพร่ออกมา ไม่ว่าจะชวนเที่ยว ไม่ว่าจะนัดแนะ ไม่ว่าจะขายหวย บอกหวย นี่ละครับคือสิ่งที่จะสร้างสังคมไทยให้เราเข้มแข็งอย่างที่ท่านว่า ท่านเคยไหมว่า ที่จะให้ประชาชนนั้นลดการซื้อสลากกินรวบ ผมไม่เคยได้ยิน แต่สิ่งเหล่านี้ทำให้เงินต่าง ๆ ที่เขามีอยู่แล้ว น้อยอยู่แล้วมันยิ่งน้อยใหญ่ ผมคิดว่าเราก็ควรจะต้องสร้างความคิด หลักคิด ตรงนี้ไว้บ้าง แต่ก็สุดแล้วแต่ว่าใครจะนำไปปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัตินะครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนชั้นต้นเพียงเท่านี้เพราะว่าผมก็ฟังท่านมา ๒ วันเต็ม ๆ นะครับ