ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวขอบคุณประธานและสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมอภิปรายสถานการณ์บ้านเมือง พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะทั้งที่ปฏิบัติได้และเป็นข้อคิดเตือนใจ โดยแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ทั้งความสำเร็จในการควบคุมโควิด-19 ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลเร่งเยียวยา รวมถึงความขัดแย้งทางสังคมและความแตกแยก โดยเฉพาะระหว่างคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรม ความสามัคคี และการใช้สื่อสังคมอย่างมีสติ ระวังการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจกระทบภาพลักษณ์ประเทศ ในขณะเดียวกันยังยืนยันจุดยืนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามขั้นตอน พร้อมเสนอตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาทุกฝ่าย ย้ำไม่ลาออกและจะรับผิดชอบในการบริหารประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การจัดการน้ำ และการกู้หนี้เพื่อรองรับวิกฤตโควิดที่ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน พร้อมขอให้มีความเป็นธรรมต่อการทำงานของรัฐบาล และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้เวลาอย่างมีประโยชน์เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา พร้อมย้ำความรับผิดชอบต่อชาติ ความห่วงใยต่อเยาวชน การเคารพอธิปไตย และเตือนภัยการแทรกแซงจากต่างประเทศ รวมถึงความกังวลต่อเห
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้มีการเรียก ประชุมรัฐสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองอันเนื่องมาจากการชุมนุมของ ประชาชนกลุ่มหนึ่ง ขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน และสมาชิก วุฒิสภาทุกท่านที่เสนอความเห็นชี้แนะทางออกให้กับรัฐบาลตลอดในการประชุมทั้ง ๒ วัน เรื่องใดที่ทำ ได้ทำแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ผมและรัฐบาลขอนำแนวทางปฏิบัติ ให้เกิดความเป็นจริง เรื่องไหนแม้จะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ หรือมีข้อจำกัด หรือเป็นข้อคิด เป็นคำเตือนผมก็จะขอรับไว้พิจารณานะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมห่วงมากที่สุดมีอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ผมมีความเป็นห่วงประเทศชาติของเราเหมือนที่ท่านเป็นห่วง ว่าจะเป็นอย่างไร จะเดินทางไปทางไหนในสถานการณ์เช่นนี้ ประเทศไทยของเราประสบ ความสำเร็จอย่างสูงในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ต่ำ ผู้เสียชีวิตจำนวนน้อยมาก จนได้รับคำยกย่องอย่างที่กล่าวมาแล้ว มีหลักฐานสถิติเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเราทำได้ดีมากเพียงใด ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากระบบ การสาธารณสุขพื้นฐานที่เข้มแข็ง มั่นคง ซึ่งเราได้สั่งสมมายาวนานจากคนรุ่นเก่าพัฒนา อย่างต่อเนื่องโดยคนรุ่นต่อมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน และที่สำคัญที่สุดก็คือพวกเราคนไทยทุกคน ที่มีความสมัครสามัคคีร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกันกับความสำเร็จ ในการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ของเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่ พวกเราควรจะต้องภาคภูมิใจและจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย อย่างไร ก็ตามไม่ว่าเราจะทำดีเพียงใดเรายังคงต้องระมัดระวัง เพราะว่าทุกภูมิภาคของโลกยังคง มีการแพร่ระบาดมากอยู่ เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องไม่ตกอยู่ในความไม่ประมาท อย่าคิดว่า มี ๐ คน หรือมี ๕ คน แล้วมันปลอดภัยแล้วคงไม่ใช่ตัวนั้นนะครับ อยู่ที่เราสามารถจะรองรับ การแพร่ระบาดเหล่านั้นได้มากน้อยเพียงใด ถ้าซูเปอร์ สเปรเดอร์ (Super Spreader) มาก ๆ ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน ก็ฝากไว้ด้วยแล้วกันขอให้ระมัดระวังให้มากที่สุด ผมห่วงใย ไม่ได้ข่มขู่ ผมห่วงเพราะผมรักท่าน ผมรักท่านผมจึงห่วงท่าน ห่วงประชาชนทุกคน การระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างรุนแรง ทั้งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย ในฐานะที่เราอยู่ตรงกลางเป็นศูนย์กลางของอาเซียน เราถูกรุมล้อมด้วยสถานการณ์รอบบ้านและจากสถานการณ์ต่าง ๆ ของภูมิภาคโลกอื่น ๆ อีกด้วย รัฐบาลได้พยายามดำเนินการทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน แก้ปัญหาการว่างงาน การจ่ายเงินเยียวยา การกระตุ้นการท่องเที่ยว การเพิ่มพลังซื้อ เป็นมาตรการระยะสั้นเท่านั้น ที่จะประคองเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนเดินหน้าไปให้ได้ ไม่ใช่ต้องการไปสนับสนุนผู้ประกอบการ เพียงแต่ต้องการให้ผู้ประกอบการนั้นไม่ยกเลิกการจ้างงานนั่นคือความคิดหลักคิดของรัฐบาล นะครับ เราไม่สามารถจะให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากกว่ากัน น้อยกว่ากันได้ ก็ต้องพิจารณา ตามลำดับความเร่งด่วน ตามความเหมาะสมเราดูแลคน ๖๐ ล้านคน ไม่ใช่ดูแลเฉพาะกลุ่ม กลุ่มโน้น กลุ่มนี้ ดูทุกกลุ่ม แล้วเราก็คาดว่าเมื่อวัคซีนสามารถจะผลิตออกมาได้ เราก็พร้อม ที่จะผลิตใช้ในบ้านของเราและในอาเซียนของเราเพื่อจะควบคุมการระบาดได้ และเศรษฐกิจ ทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวในกลางปีหน้า
ท่านประธานครับ เศรษฐกิจไทยหลายคนบอกว่ามันแย่ แต่ท่านต้องติดตาม อย่างเป็นธรรมท่านก็เห็นว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มก้าวเดินขึ้นอย่างช้า ๆ ช้า ๆ นะครับ มันเร็ว ไม่ได้อยู่แล้ว ที่ลดลงก็มีหลายอย่างที่ลดลงในอัตราที่ช้าลงกว่าเดิมนะครับ ความหมายก็คือ ลดลงอยู่แล้วล่ะ อย่างไรมันก็ตก แต่มันตกช้าลงไปเรื่อย ๆ แสดงว่าหลายอย่างมันก็เริ่มดีขึ้น แต่ถ้าจะถามแม่ค้า พ่อค้า ตลาด ตั้งแต่ทั่วไป แน่นอนในเมื่อคนออกมาน้อยลง นักท่องเที่ยว มาน้อยลง เขาต้องรายได้ตกแน่นอน วันนี้รัฐบาลมีมาตรการเสริมเข้าไป แม่ค้าต่าง ๆ ก็สามารถขึ้นทะเบียนได้ รัฐบาลก็ซับซิไดซ์ (Subsidize) เงินลงไปเพื่อให้เกิดการหมุนเวียน ในระบบ ผมคิดว่าเป็นวิธีการที่น่าจะถูกต้องนะครับ
วันนี้ผมอยากให้ท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาย้อนนึกไป เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมากับเวลานี้นะครับ ความรู้สึกตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกันไหมล่ะครับ ตอนนี้เราสามารถจะเดินทางไปไหนมาได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องถูกล็อกดาวน์ (Lockdown) เหมือนอีกหลาย ๆ ประเทศ ล็อกดาวน์ (Lockdown) แล้วล็อกดาวน์ (Lockdown) อีก ผมไม่อยากจะกลับไปสู่เวลานั้นอีก ผมเห็นใจประชาชนผู้มีรายได้น้อย หลายคนอาจจะไม่เดือดร้อนนะครับ สัปดาห์ที่แล้วนั้น เราก็มีมาตรการเพิ่มเข้ามาอีก อย่างที่บอกไปแล้วประเทศไทยเป็นศูนย์แห่งการท่องเที่ยว ศูนย์แห่งความไว้วางใจในเรื่องของความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข เรามีนักท่องเที่ยวจีน ที่ถือวีซ่า (Visa) พิเศษ ๔๑ คน เดินทางมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีการคัดกรองมาจาก ต้นทาง มีใบแพทย์นะครับ ตามหลักการมาตรฐานโควิด (COVID) ของเรา ป้องกันโควิด (COVID) ของเราเป็นกลุ่มแรกในรอบ ๖ เดือน มีรัฐมนตรีต่างประเทศมาเยือนประเทศไทย เป็นครั้งแรก เมื่อวานนี้มีมาอีก ๑๐๐ คน และจะทยอยมาเรื่อย ๆ เราเปิดประเทศได้แล้ว ครับ แต่เราต้องเปิดอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ แง้ม ค่อย ๆ เปิด ไม่ใช่ผลีผลาม เพราะท่านก็ บอกแล้วว่าสุขภาพและเศรษฐกิจมีความสำคัญเท่าเทียมกัน แล้ววันนี้จากข้อมูล จากกระทรวงการต่างประเทศก็มีผู้ที่เสนอความต้องการทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ มีความต้องการเข้ามาประเทศไทยอีกเป็นพันเป็นหมื่นรายนะครับ เข้าคิวรอที่จะมาประเทศไทย ซึ่งเราจำเป็นต้องจัดเที่ยวบิน มีการเจรจา มีการพูดคุย โดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงน้อย เราคงรับทุกประเทศมาไม่ได้ ความสำเร็จที่คนไทย ๖๐ ล้านคนช่วยกันสร้างขึ้นใน ๖ เดือน ที่ผ่านมา จะทำให้เราสามารถจะประคับประคองประเทศของเราให้เดินต่อไปได้ แต่ท่านประธานครับสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่ผ่านมา ผมไม่โทษเขา แต่ผมโทษว่ามีอะไรหรือเปล่าผมไม่ทราบ หลายคนก็อาจจะทราบ ก็บอกผม ด้วยแล้วกันนะครับ ผมอาจจะทราบไม่เท่าท่าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันอาจจะส่งผลกระทบต่อ เศรษฐกิจที่กำลังขับเคลื่อนในเรื่องของความเชื่อมั่น ในเรื่องของความเดือดร้อน ผู้ประกอบการ บรรยากาศเศรษฐกิจในช่วงปลายปีที่กำลังอาจจะดีขึ้นจะถูกกดทับ ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่เราจะต้องหาวิธีแก้ไขกันให้ได้นะครับ วันนี้เราได้มีมาตรการ ผ่อนคลายอีกหลายอย่างด้วยกัน ถ้าท่านฟังท่านก็จะเข้าใจ ถ้าท่านไม่ฟังท่านก็ไม่เข้าใจ ท่านก็โจมตีรัฐบาลอยู่เรื่อยไปร่ำไปนะครับเป็นเรื่องธรรมดา ผมรับได้
เรื่องข้างต้นนี้นำมาสู่ความห่วงใยเรื่องที่ ๒ ที่ผมกล่าวก็คือความแตกแยก ในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันครอบครัว ความคิดเห็นที่แตกต่างกันระหว่าง คนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ซึ่งไม่ควรจะแยกออกจากกัน ก็คือพ่อแม่ พี่น้องกันทั้งสิ้นนะครับ ประเทศไทยนี้เราเคยพูดกันว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่เป็นครอบครัวใหญ่ที่อยู่อาศัยกันมา ยาวนานในแผ่นดินนี้ เราเคยรักกัน เคยเอื้อเฟื้อกัน เคยเคารพซึ่งกันและกัน ผมไม่อยากให้ รากฐานทางวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศแตกร้าวเสียหายไป เพราะความไม่เข้าใจระหว่าง คนแต่ละรุ่น
ผมขอพูดถึงเรื่องสำคัญอีกอันหนึ่งซึ่งผมกล่าวไปบ้างแล้วในสังคมทั่วโลก ที่ประสบอยู่ขณะนี้ ผมพูดถึงทั่วโลกนะครับ คือเรื่องกลุ่มที่ถูกชักชวนในโลกโซเชียล มีเดีย (Social media) มีข้อมูลให้สืบค้นอยู่มากมายพอสมควร วันนี้โลกโซเชียล มีเดีย (Social media) ทุกการติดต่อสื่อสารจะมีการถูกบันทึกและถูกกลุ่มคนที่นำไปใช้ในการจัดเป็น อุปนิสัยของเรานะครับ เขาจะมองเขาจะจัดกลุ่มให้ทั้งหมดว่านิสัยของคนเสพโซเชียล (Social) นั้นเป็นอย่างไรแต่ละคนนะครับ เหมือนที่พ่อแม่คุยกับลูก พ่อแม่ก็จะรู้จักอุปนิสัย ของลูก ลูกก็จะรู้จักอุปนิสัยของพ่อแม่ ในวันที่เราติดต่อสื่อสารในโลกโซเชียล มีเดีย (Social media) มากขึ้นจะมีคนที่รู้จักอุปนิสัยของเรามากกว่าคนที่เรารักและคนที่รักเรา อุปนิสัย เหล่านี้จะถูกจัดรวบรวมและมีกลุ่มหนึ่งเสมอที่จะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะถูกนำมาใช้ ประโยชน์โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางของเรา ซึ่งอาจจะยังไม่เคยรับข้อมูลใด ๆ มาก่อนเลย กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ จะเห็นว่าการวิเคราะห์และป้อนข้อมูลเฉพาะทางเพื่อให้เปลี่ยนแปลง พฤติกรรมไปตามที่อีกฝ่ายต้องการโดยไม่รู้ตัว อ่านได้ โพสต์ (Post) ได้ ฟังได้ แต่อย่าเพิ่งเชื่อ ทุกอย่างที่เห็นทุกอย่างที่ฟัง ท่านต้องมีสติปัญญา มีภูมิคุ้มกันที่ดีในการที่จะตรวจสอบ คัดกรองด้วยตัวของท่านเองนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาไปยังเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ประชาชนคนไทยทุกคน ขอให้ท่านสนใจในเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ ขณะนี้ก็มีตัวอย่างให้ศึกษาในเรื่องนี้อยู่มากมายตามที่ผมกล่าว ไปแล้วนะครับ เพื่อที่จะเข้าใจได้ว่ากลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม สามารถนำข้อมูลของคน กลุ่มเปราะบางไปใช้ประโยชน์ในการปรุงแต่งความคิดความนิยมได้เสมอ ไม่คุ้มกันหรอกนะครับ เราจะมาเสียใจทีหลังกับการกระทำวันนี้ในวันข้างหน้าไม่คุ้มนะครับ ก็ขอให้ระมัดระวัง ในการที่จะนำข้อมูลประเทศของเราไปแพร่ที่ต่างประเทศ ผมได้รับข้อมูลจากนักข่าวข้างล่าง จากปรากฏการณ์เมื่อสักครู่ว่ามีเบื้องหลังอยู่พอสมควรเหมือนกัน แต่ผมจะไม่กล่าวถึง ลองดู ก็แล้วกันว่าภาพแพร่ไปที่ไหนบ้าง ก็เสียใจมันไม่เคยเกิดขึ้นในสภาของเรามาก่อน รัฐบาล มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลรับฟังความคิดเห็นจากคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย แล้วก็ยินดีที่จะฟัง ข้อเรียกร้อง และพร้อมจะร่วมมือกันแก้ปัญหา แต่ทุกคนต้องตระหนักด้วยว่าเราต้อง ไม่ไปลิดรอนสิทธิของคนอื่น ตลอดจนความคิด ความเชื่อที่แตกต่างของแต่ละคน ไม่ว่าจะ แง่มุมด้านวัฒนธรรม จารีตประเพณี ค่านิยม และความศรัทธา ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญก็คือเรายังคง ต้องคำนึงถึงคนส่วนใหญ่เป็นหลัก นี่เป็นเรื่องปกติภายในหลักการประชาธิปไตยที่ผมเชื่อว่า ทุกฝ่ายคงเข้าใจดีอยู่แล้วนะครับ
ในเรื่องของการประชุมวิสามัญในครั้งนี้ผมเห็นด้วยหากจะมีการตั้งคณะทำงาน ศึกษาแนวทางที่เสนอมาจากในรัฐสภา ๒ วันมานี้ นำไปสู่การพูดคุยหาทางออก โดยเอา ทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาล รัฐสภา ผู้เห็นต่าง หรือผู้ที่อะไรก็แล้วแต่ก็คุยกัน ให้รู้เรื่องแล้วกัน จะได้นำมาสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง ไม่อย่างนั้นก็นั่งเปล่า ๆ ในห้องนี้ ก็ว่ากันไปว่ากันมา มันจะต้องนำสู่การปฏิบัติให้ได้ แล้วไปหามาก็แล้วกันใครจะมาร่วม เพราะผมก็ยังกังวลอยู่ว่าจะไปพูดกับใคร จะเจรจากับใคร เพราะไม่มีใครเป็นหัวหน้า ทุกคนเป็นหัวหน้าหมด คงจะต้องหาสถานที่กว้าง ๆ หน่อยก็แล้วกันนะครับผมว่า แต่ผมคิดว่าทำได้ ผมพูดให้มันหายเครียดเท่านั้นเอง ข้อเรียกร้องใด ๆ ของผู้ชุมนุมที่เห็นว่า สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนกลุ่มอื่น ๆ ที่เขาไม่ได้ออกมาชุมนุม ผมยินดีจะรับ ไปดำเนินการ ถ้าข้อเรียกร้องใดที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความต้องการของประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศนี้ผมขอสงวนสิทธิ ผมเล่าให้ฟังทั้ง ๒ ฝ่าย เมื่อวานนี้ในเรื่องของ การลาออกอะไรออก การแก้ไขรัฐธรรมนูญมันก็อยู่ในขั้นตอนของมันอยู่แล้ว และเป็นหน้าที่ ของรัฐสภา เมื่อสักครู่นี้มีหลายท่านโยนกลับมาที่ผมอีก การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของใคร เป็นเรื่องของสภา ผมก็สนับสนุนในฐานะรัฐบาลฝ่ายบริหาร เขามีอยู่ ๓ ฝ่ายไม่ใช่หรือ ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และยุติธรรม ตุลาการ หน้าที่ใคร หน้าที่ใครก็ทำ ร่วมมือกันได้ก็ร่วม เท่านั้นเอง ผมไม่ไปบังอาจก้าวล่วงกับท่านนะครับ และดูสิว่ามันจะจบง่ายหรือไม่ง่าย มันจบได้หรือไม่ได้ ผมไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง หลายท่านบอกว่าผมอยากอยู่ยาว อยู่นาน ก็ต้องไปถามคนพูด ท่านไปถามคนร่างรัฐธรรมนูญโน่น เพราะผมไม่ได้เป็นคนร่าง ผมคิดว่า ทุกคนก็ปรารถนาดีทั้งหมดนั่นละ บางครั้งท่านก็พูดด้วยอารมณ์ของท่านไปบ้างอะไรไปบ้าง ท่านก็เอามาไล่ผมทุกวันอยู่นี่ ท่านให้ความเป็นธรรมกับผมบ้างนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผมจะไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีปัญหา ผมจะไม่ละทิ้งหน้าที่โดยการลาออกในยามที่ ชาติบ้านเมืองมีปัญหา เหมือนคนที่เพิ่งฟื้นไข้ หรือเหมือนคนอื่น ๆ ที่หนีปัญหาในยามที่ ทุกคนต้องช่วยกันประคับประคองให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ผมยังคงแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ยังรอรับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งว่างงาน ช่วยเหลือผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) สินค้าเกษตร การบริหารจัดการน้ำ นอกนั้นสิ่งที่รัฐบาลทำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลายคน บอกว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ใช้เงินอย่างเดียว ผมถามว่าถนนหนทาง รถไฟ รถไฟฟ้า เกิดขึ้นสมัยไหน ก่อนหน้านั้นทำแค่ไหน มีกี่สาย มีกี่เส้น หนี้สาธารณะมันควรจะต้อง เพิ่มขึ้นไหม แต่เพิ่มขึ้นแล้วประชาชนมีความสุขใช่ไหม เรามีกำลังที่จะดำเนินการได้เราก็ทำ ก่อนหน้านั้นงบประมาณก็ไม่ห่างกันมากนักหรอกครับ หนี้สาธารณะก็ไม่ได้ห่างกันมาก ๔๐ กว่าเหมือนเดิม วันนี้มันเพิ่มขึ้นเพราะอะไร เพราะการกู้เรื่องโควิด (COVID) กู้เพื่อดูแลประชาชน ท่านก็ มายกว่ารัฐบาลนี้กู้หนี้มาก ๔-๕ ปีมาแล้วไปดูตัวเลขสิครับ หนี้สาธารณะมันก็คงสภาพอยู่ อย่างนี้ ๔๐ ๔๑ ๔๓ ท่านจะเอาตัวเลขที่มันมั่ว ๆ มาพูด ผมไม่ใช่คนที่ฟังคนมาเพ็ดทูล อย่างเดียว ไม่มีหรอกครับ ใครมาอย่างนั้นผมด่าไล่กลับไปทุกคนนั่นล่ะ เพราะผมอ่านเองได้ สงสัยผมก็เรียกมาถาม ตัวเลขมันเป็นอย่างไรมันใช่หรือเปล่า ผมไม่ได้บริหารงานอยู่บน หอคอยอย่างที่ท่านคิด เรื่องรัฐธรรมนูญนั้นมีจุดยืนอยู่แล้วนะครับ ก็ได้ชี้แจงในรัฐสภาไปแล้ว เมื่อวานนี้นะครับ การได้ชัยชนะกันท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านเมืองคุ้มค่ากันไหมครับ คุ้มค่ากันไหมผมถามซิ มันจะไม่เหลืออะไรอีกเลย สิ่งที่ท่านคาดหวังว่าท่านจะเปลี่ยนแปลง ดุลแห่งอำนาจ เปลี่ยนแปลงอำนาจเปลี่ยนอะไรมันจะไม่เหลือให้ท่านแม้แต่น้อยนิด สงสาร ลูกหลานประชาชน เยาวชนที่ท่านว่าท่านห่วงท่านรักเขานั่นน่ะ ท่านคิดถึงเขาบ้างหรือเปล่า ท่านจะเอามาขับเคลื่อนทางการเมืองไปด้วย เอาล่ะนะครับ เจ็บท้องแล้ว ผมก็ฟังท่าน ท้องขึ้นมา ๒ วันแล้วนะ ขอให้ผมได้พูดบ้างก็แล้วกัน ผมพูดน้อยที่สุดอยู่แล้วครั้งนี้ แล้วก็พูด อย่างอะไรล่ะ สุภาพที่สุดแล้วพร้อมรอยยิ้ม ไม่โกรธเคืองใคร โกรธก็เท่านั้นน่ะ ใช่ไหม โมโหใครก็เท่านั้น ไปให้ร้ายใครก็เท่านั้น พระท่านสอนว่ามันจะกลับไปที่ตัวผมเอง ไม่มี ความสุข กรรมใดใครทำใครก่อก็รับไป จะทำบุญทำกุศลก็ไม่มีใครช่วยได้นอกจากต้องทำ ด้วยตัวเอง
ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนนะครับ ผมได้ทำหน้าที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อร่วมมือกับทุกฝ่าย ทุกอย่างเพื่อจะเดินหน้า อย่างเต็มความสามารถเพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เดินต่อไปจนกว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำ ตอบชัดไหมครับ ทางนี้พยักหน้า ทางโน้น ขอบคุณนะครับ ขอขอบคุณทุกท่านนะครับ ขอบคุณที่ใช้เวลา ๒ วัน ก็ขอให้ใช้เวลา ๒ วัน เรื่องข้อมูลทั้ง ๒ วันนี้ใช้อย่างเป็นประโยชน์ เพื่อจะนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้อย่างแท้จริงแล้วก็สร้างความเข้าใจกับบรรดาเยาวชนลูกหลาน ของท่าน ไม่ใช่ลูกท่าน ไม่ใช่หลานท่าน แต่ท่านต้องห่วงลูกหลานคนอื่นเขาด้วย ถ้าลูกหลาน ท่านไม่ได้ไป ท่านก็ห่วงลูกหลานคนอื่นที่เขาไปด้วย นั่นล่ะครับคือคนไทย อย่าทำอะไร ที่มันเกิดความเสียหายกับชาติบ้านเมืองนะครับ สิ่งที่ระมัดระวังที่สุดก็คืออย่าเอาต่างประเทศ เข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจการในประเทศไทย เรามีอธิปไตยแผ่นดินของเรา อย่าเอาเขาเข้ามา มันอันตรายที่สุดเลย ช่วงนี้เป็นช่วงของการขั้วอำนาจกันอยู่ มันไม่ใช่มีปัญหาเฉพาะเรา อย่างเดียว ก็ขอเตือนไว้เท่านั้นเอง เมื่อสักครู่มีเหตุการณ์น่าตกใจเกิดขึ้น ผมไม่ได้กล่าวอ้าง ใครนะ ขอพูดหน่อยเถอะ เมื่อสักครู่นี้มีนักข่าวข้างล่างเขาแจ้งมาเขาบอกมีการเตรียมไว้แล้ว ช็อต (Shot) เด็ด เพื่อจะเตรียมแพร่ไปสู่เวทีโลก เลือดตกยางออก ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอบคุณครับ สวัสดีครับ