วิรัช รัตนเศรษฐ หารือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยวิพากษ์วิจารณ์แนวทางของฝ่ายค้านที่เน้นเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกและปฏิรูปสถาบัน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมที่มีผู้อยู่เบื้องหลังควบคุมผ่านมือถือ และชื่นชมการสลายการชุมนุมที่ใช้ความละมุนละม่อมของเจ้าหน้าที่เมื่อเทียบกับประเทศประชาธิปไตยอื่น รวมถึงย้ำถึงบทบาทของสภาในการหาทางออกร่วมกัน
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ตลอดระยะเวลา ๒ วันเต็ม ๆ ที่มีโอกาสได้ฟังเพื่อนสมาชิกเสนอแนวทางทางออกของ ประเทศ ถ้าโดยสรุปแล้วครับท่านประธาน สิ่งที่เราได้เห็นโดยตลอด ๒ วันก็คือ อยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีลาออก อยากให้การแก้รัฐธรรมนูญ อยากปฏิรูปสถาบัน ไม่ว่าจะเป็น ท่านใดในส่วนของซีกฝ่ายค้าน สิ่งซึ่งเราเห็นต้องเรียนท่านประธานว่า เราเห็นแต่บอกให้ นายกรัฐมนตรีลาออกกับในส่วนของสภาที่ต้องการ ถ้าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราจะได้ ยินคำนี้บ่อยครับ เพราะถ้าเผื่อไม่บอกให้นายกรัฐมนตรีลาออกมันก็ไม่ใช่เป็นการมาพูดกัน ในสภาระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเรียนท่านประธานก็คือคราวนี้ มีการพัฒนา จากมีหัวข้ออยู่เพียงแค่ ๒ เรื่อง ลามออกมาเป็นในส่วนของการปฏิรูปสถาบัน แล้ววันนี้เราก็ยังไม่เห็นโจทย์ที่ชัดเจนเลย ก็คือคนที่เสนอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตามที ก็ยังไม่ทราบว่าอยู่แห่งหนตำบลใด ทราบมาแต่ว่า คนที่ไปเดินขบวนก็คอยดูแต่มือถือ ฟังคำสั่งจากมือถือ ก้มหน้าดูมือถือ ก็แสดงว่าจะต้องมีคน ที่อยู่ในบอลรูม (Ballroom) อยู่ประมาณ เอาละท่านประธานอย่างเก่งก็ ๑๐ คน หรือ ๑๕ คน ๒๐ คน หรืออาจจะเป็น ๒ แห่งแล้วก็สั่งการมา วันนี้มาถึงนั่ง มาถึงเดิน มาถึงหยุด เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็นการชุมนุมที่เป็นรูปแบบใหม่ที่ต้องเรียนท่านประธานว่าเกิดขึ้น ครั้งแรกในประเทศไทยก็ว่าได้ ถ้าเผื่อพูดถึงเรื่องการสลายชุมนุม ท่านประธานครับ อันนี้ก็อีก เช่นเดียวกัน ผมเองก็เห็นใจโดยเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวกับในเรื่องนี้ เพราะถือว่าม็อบ (Mob) หรือผู้ชุมนุมทุกคนถือว่าเป็นลูกเป็นหลานของเขาทั้งสิ้น ไม่กล้า ทำอะไรหรอกครับท่านประธานครับ ท่านประธานก็เคยอยู่ในสภานี้เคยเห็นผ่านการประท้วง และการชุมนุม ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นสี่แยกคอกวัวจนถึงขนาดที่นายทหารระดับ ยศพันเอกต้องเสียชีวิต การเดินขบวนถูกยิงด้วยแก๊สน้ำตาเสียชีวิต แต่วันนี้อยู่ในรัฐบาลนี้ ท่านประธานครับ วันนี้เราไม่เคยเห็นอะไรที่เป็นความละมุนละม่อม ผมต้องเรียน ท่านประธานว่าการสลายการชุมนุมถ้าไปเทียบกับอารยประเทศทั้งหลายที่เขาถือว่าเป็น แม่แบบของประชาธิปไตย เราไปดูอเมริกาสิครับทั้งตีทั้งทุบ มาฝรั่งเศสก็ทั้งตีทั้งทุบ ผมก็ เตรียมคลิป (Clip) เอาไว้เตรียมไว้จะมาเปิด แต่เนื่องจากท่านประธานบอกว่าเราไม่อยากให้ มีการที่ขัดแย้งกันมากขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าไปเปิดเลย ก็เลยครั้งนี้เป็นครั้งแรก และอีกเช่นเดียวกันก็คือไม่มีการเปิดคลิป (Clip) ในการอภิปราย เป็นการอภิปรายว่ากัน เนื้อ ๆ ใครจำเหตุการณ์อะไรได้ก็เอามาพูดกัน ผมอยากเรียนท่านประธานว่าถ้าดูในคลิป (Clip) ต่าง ๆ ที่เห็นเวลาการสลายชุมนุม โดยเฉพาะในส่วนของการสลายชุมนุมครั้งนี้ที่ ราชประสงค์ มีการเตือนครั้งที่ ๑ จะฉีดน้ำแล้วนะ เตือนครั้งที่ ๒ กำลังจะฉีดแล้วนะ นับถอยหลัง ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ก็ฉีดขึ้นไปข้างบนแล้วก็ให้ตกลงมา ผู้ชุมนุมผู้ประท้วงก็เฮ โดนร่ม ร่มก็อยู่สภาพเดิม ถามว่าการสลายชุมนุมวันนี้เป็นอย่างไรท่านประธานครับ ใช้แรงดันต่ำในการที่ฉีดสลาย แต่ในขณะเดียวกันถ้าเผื่อมีคลิป (Clip) มีดูในรูปเราก็จะเห็นมีทั้งคีม ทั้งค้อน จากในส่วนของ ผู้ชุมนุมประท้วงไปกระทำต่อเจ้าหน้าที่ ผมรู้ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่บอกว่าผู้ชุมนุม คือลูกคือหลานจะทำอะไรคิดอยู่โดยตลอดเวลาว่านี่คือลูกคือหลานของเขาไม่กล้าทำอะไร มีการพูดบอกว่ามีการใส่สี ผมก็ต้องเรียนท่านประธานต่อว่าผมก็ไปถามว่าสีนั้นมันสีอะไร ฉีดไปแล้วถูกร่างกายผู้ชุมนุมเป็นอะไรหรือเปล่า ถ้าเป็นอะไรก็คือลูกหลานของเรา ผมถาม ไปอีกที่โรงพยาบาลต่าง ๆ ที่เกิดการชุมนุมมีใครเข้าโรงพยาบาล มีใครตาเป็นอะไรไหม มีอะไรไหม ปรากฏว่ามีอยู่ ๑ รายที่มีเยื่อตาอักเสบ แต่ถ้าเผื่อถามเจ้าหน้าที่บาดเจ็บอะไรไหม ตรงนั้นหลายรายมากเหลือเกิน โดนคีม โดนอะไรต่าง ๆ ก้านร่ม ซึ่งร่มก็เป็นร่มที่แปลก อันหนึ่งก็คือเป็นร่มที่ด้ามเหล็กที่ปลาย ๆ ทำมาจากเหล็ก ๖ หุน ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลก แต่ก็ ไม่เป็นไรท่านประธานครับ เราไม่เอามาคิดถึงเรื่องนี้ก็ได้ ผมอยากจะเรียนว่าวันนี้เขาถือว่าผู้ชุมนุมคือลูกหลาน บางครั้งจะใช้วาจาจาบจ้วงอาจจะ เลยไปบ้างทั้งพฤติกรรม ทั้งคำพูดอาจจะหนักไปบ้าง แต่วันนี้เจ้าหน้าที่ก็พยายามอดทน และอดกลั้น ผมเองไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้ ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องอีกหลายเรื่องซึ่งบางครั้ง มันอาจจะเกิดความขัดแย้ง แต่สิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานก็คือการที่ได้มาพูดในสภาถึง ๒ วัน เราถือว่าตรงนี้คือทางออก บางคนบอกว่าไม่มีประโยชน์หรอก เปิดมาก็ไม่มีโอกาส แต่ผมเองก็มีโอกาสได้คุยท่านประธานเองวันนั้นท่านประธานเป็นคนไปเรียกแล้วก็บอกว่า จะหาวิธีการทำอย่างไร ท่านประธานเป็นคนดำเนินการก็คือทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าวันนั้นท่านประธานไม่ทำเรื่องถึงท่านนายกรัฐมนตรีวันนี้ไม่ได้มีการพูดกันหรอกครับ เพราะท่านประธานพูดออกมาคำหนึ่งว่าเปิดเร็ววันหนึ่งก็มีประโยชน์ วันนี้เราได้มีโอกาสได้มี การมาพูดกันโดยทั้งหมดก็คือทำอย่างไร เพราะทุก ๆ คนก็คือลูกหลานคนไทย ถ้าบอกเป็น หมื่นคนก็เป็นหมื่นคน บอกว่าเดินขบวนมาเป็นแสนคน แต่วันนี้ประชากรคนไทยมีทั้งหมด ๖๗ ล้านคน ความคิดความเห็นอาจจะแตกต่าง ต้องเรียนท่านประธานว่าลึก ๆ แล้ว ไม่ได้แตกแยกแต่อาจจะเกิดความไม่เข้าใจในช่วงนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามทีท่านประธานครับ ความเห็นที่แตกแยกวันนี้มันเกิดเป็นสงครามระหว่างวัย สงครามระหว่างวัยก็คือวันนี้ อาจจะเป็นสงครามระหว่างรุ่นพ่อ รุ่นแม่ กับรุ่นลูก วันนี้ต้องยอมรับความจริงเลยก็คือ ความแตกแยกที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสถาบันครอบครัวในประเทศไทย ซึ่งแต่ก่อนอยู่กัน ด้วยความรักและความเข้าใจ แต่วันนี้เปลี่ยนจากความรักและความเข้าใจเป็นความไม่เข้าใจ ซึ่งกันและกัน พ่อแม่อาจจะมีความคิดที่เป็นห่วงลูก ลูกก็อาจจะมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตามทีท่านประธานครับ ผมเองก็ต้องเรียนท่านประธานว่าตลอดระยะเวลา ก็มีแต่เหตุผลที่บอกว่านายกรัฐมนตรีต้องลาออก แต่ผมก็มีเหตุผลอีกอันเช่นเดียวกันก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องลาออกหรอกครับ เอาละ วันนี้ถ้าเผื่อท่านนายกรัฐมนตรีลาออก รัฐสภาแห่งนี้เลือกนายกรัฐมนตรีกลับมาคืนอีกละท่านจะว่าอย่างไร แล้วตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาต้องเรียนท่านประธานว่าถ้าเรามาดูด้วยเหตุและผลที่เป็นประโยชน์กับชาติ และแผ่นดินท่านทุ่มเทมาโดยตลอด โดยเฉพาะการแก้ปัญหาโควิด (COVID) วันนี้ จากอันดับที่เท่าไรเราไม่รู้ แต่วันนี้เรามาอยู่อันดับหนึ่งของโลกก็ว่าได้ในการดูแลและรักษา โรคโควิด (COVID) วันนี้เหมือนท่านนายกรัฐมนตรีเอาพลาสติกมาคลุมเลย คลุมอะไรครับ คลุมถาดผลไม้ ซีล (Seal) ไว้เลย แมลงอะไรจะมาเจาะไม่เข้าครับ วันนี้รอบบ้านเรา ลองไปดูพม่า ดูมาเลเซีย ลาว เขมร ไม่ต้องไปคิดเพราะว่าเขาไม่มีสถิติที่จะมานับ เหมือนอย่างบ้านเรา แต่สิ่งที่เห็นก็คือทั่วโลกอยากมาเที่ยวประเทศไทย ถ้าเจ็บป่วย เกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) สามารถแก้ไขรักษาได้ ตรงนี้ท่านประธานครับที่ถือว่าเป็นเหตุ และปัจจัยหลักที่ท่านสมควรที่จะต้องอยู่ต่อ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมาจากกระบวนการ ประชาธิปไตยที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ อันนี้เราเห็นชัดเจนท่านประธานครับ และวันนี้ถ้าเผื่อบอกให้ลาออก ลาออก หลายท่านก็บอกว่าลาออก แต่วันนี้ผมต้องเรียนท่านว่าท่านออกโทรทัศน์บอกว่าท่านถอยมาแล้ว ท่านถอยมาแล้ว ก้าวหนึ่ง และผมยังคิดในใจว่าท่านอาจจะถอยหลายก้าวในการที่จะประนีประนอม ๒ วันนี้ ผมเดินขึ้นไปหาเดินขึ้นลง ผมถามท่านครับ วันนี้สภาของเราจะหาทางออกทางไหน ท่านบอกเลยลองไปช่วยกันคิดดูสิทั้งวุฒิ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ส. ฝ่ายค้านจะทำอย่างไร ที่คิดว่าจะเป็นทางออกของประเทศไทย จะทำอย่างไรที่ให้ประเทศไทยได้เห็นทางในการที่มี ความรักและความสามัคคี ผมก็ตอนช่วงบ่ายขึ้นไปเรียนกับท่านประธานรัฐสภาท่านชวน ท่านครับ ในอดีตที่ผ่านมาในตอนช่วงนั้นท่านประธานรัฐสภาคือท่านชัย ชิดชอบ ได้ตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเมื่อปี ๒๕๕๒ คือการแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์และปฏิรูป การเมืองซึ่งเรียกกันสั้น ๆ ว่ากรรมการสมานฉันท์และปรองดอง ก็มาคุยกันครับ ตั้งคณะ ขึ้นมามีทั้งนักวิชาการ มีคู่ขัดแย้ง ตอนแรกก็ไม่สำเร็จครับ เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา แต่พอท่านชัย บอกว่าเป็นคณะกรรมการมีอะไรเอามาคุยกัน ปรากฏว่าอย่างไรครับท่านประธานครับ ก็ได้รับความร่วมมือจากที่เคยเดินขบวนกันแทบทุกวัน ท่านประธานสภาก็เห็นในตอนช่วงนั้น