สุทิน ชี้ต้นเหตุขบวนเสด็จคือรัฐบาลปัจจุบัน จี้นายกฯ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓

สุทิน คลังแสง ระบุว่าข้อเสนอเรื่องการขบวนเสด็จเป็นเพียงปลายเหตุ โดยเน้นย้ำว่าต้นเหตุน่าจะอยู่ที่การล่วงล้ำก้ำเกินสถาบันและการจาบจ้วงที่เกิดขึ้นในรัฐบาลปัจจุบันมากกว่า และเตือนว่าการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมอาจถูกมองว่าเป็นแนวร่วมมุมกลับต่อผู้ก่อความไม่สงบ สุทิน คลังแสง วิจารณ์การใช้สถาบันเป็นต้นทุนทางการเมืองโดยเตือนนายกรัฐมนตรีให้ลาออกเพื่อรักษาเกียรติยศ และชี้ว่าม็อบที่ออกมาเรียกร้องไม่ใช่เด็กแต่เป็นกลุ่มนักวิชาการและทนายความที่ถูกหนุนหลังจากพรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะ รังสิมันต์ โรม ซึ่งถูกกล่าวหาว่าวิ่งตามหลังสถานการณ์โดยไม่ช่วยเหลืออย่างจริงจัง สุทิน คลังแสง เสนอให้ นายกรัฐมนตรี ลาออกก่อนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและตัดปัญหาข้อ ๒ ออก แล้วค่อยมาแก้ปัญหาปฏิรูปสถาบันฯ ในภายหลังเพื่อให้การดำเนินการง่ายขึ้น

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ไม่ได้เป็นลบนะ ท่านบอกว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ท่านแนะนำไว้ดีมากแล้วผมจะยึดคีย์เวิร์ด (Key word) ของ ท่านนี่เป็นการพูดแล้วก็เอาคำทางออกของท่านเป็นแนวทางด้วย ท่านบอกว่าเรื่องสถาบัน อย่าใช้อารมณ์ ให้ใช้สติปัญญาอย่างประณีต อย่าใช้อารมณ์ ให้ใช้สติปัญญา อย่างประณีต ผมคิดว่านี่แหละคือแนวทางตรงกับแนวทางที่ผมเป็นครูเป๊ะเลย แต่อาจจะไม่ตรงกับ ท่านนายกรัฐมนตรีที่เป็นทหารนะครับ วิธีคิดของทหารอาจจะต่างนิดหน่อย คิดอย่างไร ท่านก็ไปปรับนิดได้ เพราะฉะนั้นท่านครับที่ท่านเสนอมาเรื่องขบวนเสด็จมันเป็นเพียง ปลายเหตุ ต้นเหตุมันคืออะไร ต้นเหตุอย่างนี้นะท่านครับ ต้องยอมรับความจริงนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ยอมรับไหมว่าการล่วงล้ำก้ำเกินสถาบัน การจาบจ้วงหรือการเรียกร้อง ให้ปฏิรูปนี่มันไม่เคยเกิดในรัฐบาลอื่นนะ ยอมรับความจริงนะครับ เกิดในรัฐบาลท่านนี่แหละ หนักขึ้นทุกวันด้วย รัฐบาลอื่นไม่เคยมีนะ แล้วสาเหตุคืออะไรทีนี้ท่านไปคิดเอา ท่านไปทำตัว เป็นแนวร่วม มุมกลับกับคนที่จะล้มล้างสถาบันหรือเปล่า ท่านเป็นทหาร กอ.รมน. เขามีศัพท์ คำว่า แนวร่วมมุมกลับ การแสดงออกถึงความจงรักภักดี ไปชี้หน้าคนอื่น ไปด่าว่าคนอื่นนี่ ท้ายที่สุดมันเป็นแนวร่วมมุมกลับให้กับเขา นั่นอันที่ ๑

อันที่ ๒ นี่เพื่อนพูดกันเยอะ ท่านได้ใช้การอยู่ในตำแหน่งของท่าน ๗ ปี เอาสถาบันมาเป็นต้นทุนหรือเปล่า ผมไปดูในญัตตินี้ท่านต้องคิดให้ดี ใช้ต้นทุนสถาบันเปลือง หรือเปล่า ผมเคยอภิปรายที่นี่หลายเที่ยว เตือนท่านมาตลอด ท่านคงไม่ฟังหรอกเพราะว่าผม ฝ่ายตรงข้ามกับท่าน ตอนถวายสัตย์ปฏิญาณผมก็บอก ท่านครับ มันผิดไปแล้วนี่มันไป บั่นทอนท่านเสียสละไหม ยอมสละเพื่อรักษาต้นศรีมหาโพธิ์ผมบอก ไม่อย่างนั้นมันจะไป กันใหญ่นะ นั่นครั้งหนึ่ง ล่าสุดเร็ว ๆ นี้คลิป (Clip) นี้ยังกระจายอยู่ คลิป (Clip) ผมตัวนี้ เรตติ้ง (Rating) ยอดวิว (View) ยังพุ่งขึ้นตลอด สุทินแนะนำนายกเสียสละ ผมบอกอย่างไร รู้ไหมครับตอนนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีครับวันนี้ให้จบที่ป้ายท่านนะ ท่านต้องเสียสละให้จบที่ ป้ายท่าน ถ้ามันไม่จบที่ป้ายท่านมันจะเลยป้าย นี่ผมบอกท่านผมเตือนท่านแล้วมันเลยจริง ๆ เมื่อคืนผมไม่สบายใจเลย นอนก็ไม่หลับ เห็นสถานการณ์เห็นแถลงการณ์ที่สถานทูตเยอรมนี เขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหมครับ เพราะยื่นคำขาดแล้ว ๓ วันท่านไม่ลาออก เราจึงต้องยกระดับ ขึ้นอีก เห็นไหมครับ เลยป้ายไหมผมบอกไว้ แล้ววันนี้ถ้าท่านไม่ลาออกมันก็เป็นสิทธิ แต่อะไร จะเกิดขึ้นเราก็มาคิดด้วยกัน คิดไปด้วยกันนะ เอาอันนี้เรื่องสถาบัน เพียงแต่ว่าวันนี้เรา และท่านทุกท่าน ท่าน ส.ว. ก็ดี ทุกท่านก็ตาม เราจะต้องใช้สติปัญญาอย่างประณีต ในการปกป้องสถาบัน อย่าไปใช้อารมณ์ อย่าไปชี้หน้าด่าคนอื่น เพราะฉะนั้นใช้สติปัญญา อย่างประณีตนี่ผมว่าต้องไปคิดให้มาก แต่ผมเป็นครูผมรู้วิธีคิดของครูเด็กในห้องมีสารพัด เกเรบ้าง กวนบ้าง หัวดีบ้าง ไบร์ท (Bright) บ้าง เขาจัดการอย่างไรกับเด็กในห้องครูนี่ใช้ได้ ตรงกับความเป็นครูเป๊ะเลย ใช้สติปัญญาอย่างประณีต เอาละครับท่านประธานที่เคารพครับ เวลามันจำกัดมาก ทางออกผมรวบรวมจากเพื่อนฝูงมามี ๘ ทางออก แต่ก่อนจะพูดถึง ทางออกจะใช้ทางใดจะได้ผล ไม่ได้ผลต้องมาปรับจูน (Tune) ให้เกิดความเข้าใจเสียก่อนว่า สถานการณ์วันนี้คืออะไร รู้เขารู้เรา โดยเฉพาะรู้ม็อบ (Mob) นี่ต้องจูน (Tune) ก่อน ถ้าท่านคิดกับม็อบ (Mob) ผิดมีอ่านผิด เอกซเรย์ (X-ray) โรคผิด จ่ายยาผิด สิ่งแรก ซึ่งจะต้องขอปรับและเพื่อนก็พูดกันเยอะ ม็อบ (Mob) เด็ก มันใช่หรือเปล่าม็อบ (Mob) เด็ก พอท่านคิดว่าเป็นม็อบ (Mob) เด็ก ท่านก็บอกว่าเป็นเรื่องไร้เดียงสา เป็นเรื่องของเด็ก ไม่มีสาระ หรือสาระก็ลดลง ผมดูแกนนำม็อบ (Mob) นะท่านครับ เด็กวันนี้ที่เป็นแกนนำม็อบ (Mob) นี่ อายุของเด็กวันนี้เท่ากับแกนนำ ๑๔ ตุลาวันนั้น ๖ ตุลา วันนั้นเลย เด็กแกนนำม็อบ (Mob) วันนี้อายุเท่ากับสุธรรม แสงประทุม วันที่ ๖ ตุลา เท่ากับ ธีรยุทธ บุญมี เท่ากับวิสา คัญทัพ เท่ากับเกรียงกมล เลาหไพโรจน์ ณ วันนั้นเลย และเด็ก วันนั้นเขาคิดผิดไหมเด็กวันนั้น เด็ก ๑๔ ตุลา เด็ก ๖ ตุลา อย่าไปคิดว่าเป็นเด็กมาก พอไปถึง เด็กมัธยมมาร่วม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรู้ดี เห็นเด็กมัธยมร่วมปั๊บนี่เด็กมาก ถูกจูงจมูก ท่านครับ ผมนี่เจอกับตัวเอง ถ้าไปเช็ก (Check) ประวัติผมที่เชียงยืน โรงเรียนเก่าผม เชียงยืนพิทยาคม ผมมัธยมศึกษาปีที่ ๒ สัปดาห์หนึ่งมี ๕ วัน เดินขบวน ๓ วันไล่ ผอ. เรียนหนังสือเพียง ๒ วัน สุทิน คลังแสง ผมเข้าใจเด็ก ทั้ง ๆ ที่เด็กวันนั้นไม่มีความรู้ ความรู้ ได้จากครู ได้จากพ่อแม่เท่านั้นนะ หาที่อื่นไม่ได้นะ แต่เด็กวันนี้ครูอ้าปาก เด็กมันรู้ก่อน พ่อแม่จะพูด เด็กสอนเลย ก็โซเชียล (Social) มันสอนเด็กหมด เด็กมันรู้หมด คลิก (Click) ปั๊บมันรู้เลยว่าตัวเลขอะไร ๆ มันรู้หมด แล้ววันนี้ไม่แปลกเลย เด็กมัธยม จะออกมานี่ให้คิดดี ๆ ว่าม็อบ (Mob) วันนี้ไม่ใช่ม็อบ (Mob) เด็ก แล้วถ้าคิดต่อได้จะเห็นว่า วันนี้กลุ่มคนที่ออกมาเรียกร้องกับเด็กนี่นักวิชาการ ๔๐๐ คนบ้าง กลุ่มนี้ ๕๐ กว่าคนบ้าง ทนายความกี่คนล่ะ เด็กไหมครับ ต้องคิดให้ดีว่ามันไม่ใช่เด็กนะ เพราะฉะนั้นอันนี้ถ้าคิดตรงนี้ แล้วมันจะมาข้อที่ ๒ ปรับจูน (Tune) กันใหม่ว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ออกมาเพราะอยู่เบื้องหลัง คนนั้นหนุน คนนี้หนุน เพราะถ้าเราคิดว่าเขาเป็นเด็ก เราก็มาคิดว่าเขาคิดเองไม่ได้ เดินเองไม่ได้ ต้องมีคนหนุน ใครล่ะ พูดชัด ๆ ตรง ๆ เลย ผมคนอีสานหวานไม่เป็น ท่านก็มองมาที่พรรคฝ่ายค้านนี่ละ ผมก็พูดตรง ๆ แรก ๆ เลย ผมก็สงสัยเพื่อนผมเหมือนกัน ฝ่ายค้านด้วยกัน โรมกอดคอคุยกันเลย ยืนคุยอยู่ตรงนี้ รังสิมันต์ โรม มันอย่างนั้นหรือเปล่า เดิมทีแรก ๆ ใหม่ ๆ ไม่เยอะ ผมก็สงสัยเพื่อนผม พอเห็นพัฒนาการวันนี้ เห็นองคาพยพวันนี้ เห็นประเด็นวันนี้ เห็นความห้าวหาญวันนี้ โรมวิ่งตามหลังแค่นั้นละ รังสิมันต์ โรม ได้แค่วิ่ง ตามหลัง ท่านรู้ไหมว่าผมพรรคเพื่อไทยไปดูในโซเชียล (Social) โดนอะไรครับ เด็กด่า ไม่ยอมมาหา ไม่ยอมประกันตัว ติ๊ดชึ่ง ออกอยู่ห่าง โดนทุกวันทัวร์ (Tour) ลงว่าพวกผม ไม่ไปช่วย ไปดูเลยในโซเชียล (Social) ผมเป็นทุกข์เลยว่าเด็กยังโจมตีพวกผมเลย อัดเพื่อนผมด้วย อย่างมากก็แค่ได้ไปประกันตัวเขาเท่านั้นละ วันนี้มันไปนะ ท่านอย่าไปคิดว่า มีคนหนุนหลัง ถ้าเชื่อว่ามีคนหนุนหลังปั๊บมันก็คิดอีกแบบหนึ่ง แล้วยิ่งสำคัญที่สุดไปเชื่อว่า ต่างประเทศหนุนหลัง ท่าน เราเป็นสมาชิกรัฐสภาไทย วุฒิภาวะตรงนี้ดูให้ดีนะ หลักฐานไม่ดี อย่าไปกล่าวหาเขา มหามิตรใหญ่ กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เขาเล่นงานเราตาย การยอมรับของรัฐบาลเรายิ่งเปราะบางอยู่ ไปกล่าวหาว่าเขามาอยู่ เบื้องหลัง จะมาเอาเป็นฐานยิงขีปนาวุธ เดี๋ยวไปสู้กับจีนโน่น อันนี้ละเอียดอ่อนอย่าเพิ่งไปคิด นี่คือขอจูน (Tune) ขอปรับก่อน ถ้าความเข้าใจอย่างนี้แล้วว่า ๑. ไม่ใช่เด็กนะครับ ม็อบ (Mob) แล้ววันนี้คนที่ไปเดินกับเขาไปดูสิ เด็กก็ส่วนหนึ่ง แต่พ่อค้าแม่ขาย ผู้หลักผู้ใหญ่ เต็มปนอยู่ในนั้น และมาถึงทางออก ท่านประธานที่เคารพครับ ทางออกที่เสนอกันมา ๒ วันนี้เยอะเลย ให้เปิดเจรจา ให้เจรจา เพื่อนผมนี่โทษเลย รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี อนุชาก็บอกจะให้เจรจา เรื่องเจรจานี่พวกผมเสนอนายกรัฐมนตรีมานานแล้ว ลงไปตรง ๆ เลย ท่านนายกรัฐมนตรี คราวก่อนจะมาตั้งกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นอีก พวกผมคัดค้าน ไม่ส่งคนร่วมด้วย เพราะอยากให้นายกรัฐมนตรีลงไปเจรจา ก็เพราะท่านไม่ได้เจรจามันถึงมา วันนี้ วันนี้ถ้าจะไปสายหรือยัง แต่ก็ดีกว่าไม่ไปนะ ก็ดีก็ลองไป แนวทางต่อมาหลายแนวทางครับ แต่ผมจะย่นย่อมาที่แนวทางตามข้อเรียกร้อง ทางออกคือแก้รัฐธรรมนูญในข้อที่ ๑ วันนี้หลายคน ยินดีปรีดา ท่านนายกรัฐมนตรีรับปากแล้วจะแก้ ๓ วาระรวดให้เสร็จในธันวาคม นี่ต้อง ขอบคุณเลย ถือว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้สร้างคุณค่าให้กับสภา พูดกัน ๒ วันอย่างน้อยที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีรับปากจะแก้รัฐธรรมนูญนี่ถือว่ายังมีอะไรที่ได้บ้าง ติดไม้ติดมือได้อวด ชาวบ้านบ้าง แต่มันไม่พอนะท่านครับ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญท่านรู้ไหมว่าที่ผ่านนี่มาเขาดู ความจริงใจ บอกว่าแก้อย่างเดียวไม่พอหรอก แก้อะไรบ้างล่ะ ยื่นไป ๖ ญัตติ ท่านจะแก้อะไรบ้าง และเมื่อไร ตลอดที่ผ่านมาทั้งสับขาหลอก ทั้งยึด เขาก็เห็น คราวที่แล้วอภิปรายจบแทนที่จะโหวต เขาบอกว่ามาตั้งขึ้น นี่แป้วแล้วใจ ท่านต้องยอมรับนะครับ ส่วนหนึ่งวันนั้นถ้าท่านโหวต โหวตอย่างไรก็ตาม จบ พอท่านไปตั้งกรรมาธิการปั๊บ นี่มันถึงขยายตัว วันนี้ยังไม่สายหรอก ท่านพูดให้ชัดจะแก้อะไรบ้าง มันตั้ง ๖ ญัตติ แล้วท่านบอกว่าจะแก้โดย ๓ วาระรวด ท่านไปดู มันทำได้ไหม มันทำไม่ได้ แก้อย่างอื่นมัน ๓ วาระรวด แต่แก้รัฐธรรมนูญมันแก้ไม่ได้ เดี๋ยวเขา จะมองว่าท่านไม่จริงใจ ท่านจำไม่ได้หรือคนบอก ท่านผิดท่านก็ไปแก้เสีย แต่ก็โอเค (OK) ครับ รัฐธรรมนูญนี่เป็นปัญหานะครับ ถ้าแก้ตอนวิสามัญวันนี้ดีนะครับ ตก เขาจะได้แก้ตัว ในสามัญ พอท่านย่นไปแก้ในสามัญ จะรอหรือไม่รอไอลอว์ (iLaw) ก็แล้วแต่ แต่ลาก รัฐธรรมนูญไปสู่คิลลิง โซน (Killing zone) ลากไปสู่คิลลิง ไทม์ (Killing time) วินาทีสังหาร ตกปั๊บหายหมด แก้ตัวไม่ได้อีกปีหนึ่ง ถ้าเขาคิดอย่างนี้ท่านจะเอาอย่างไร ทางออกต่อมา บอกว่าตั้งกรรมาธิการชุดต่าง ๆ เห็นด้วย เป็นทางออกที่ดี ท่านหัวหน้าพรรคจุรินทร์ก็พูดดี แต่ให้ระมัดระวัง ถ้าวันนี้หวาดระแวงกัน ตั้งปั๊บ ๑. ยื้อเวลาหรือเปล่า ๒. ตั้งเพื่อเป็นกันชน ให้รัฐบาลหรือเปล่า ถ้าเขาเข้าใจอย่างนั้นป่วยการ ไม่มีประโยชน์ วันนี้ต้องยอมรับว่า มันหวาดระแวงกัน เพราะฉะนั้นสื่อดี ๆ จะตั้งอะไรก็ตาม สื่อดี ๆ พวกผมไม่เห็นด้วย ตั้งแล้ว จะยุ่ง เข้าใจผิดแล้วไปกันใหญ่ แนวทางต่อมาผมรวบรัดตัดตอนเลยคือลาออก นี่จะมียุบสภา มีรัฐประหาร ผมเตรียมไว้ แต่ว่าเอาเรื่องลาออกเลย เวลาสั้น เรื่องลาออกคือข้อเสนอสำคัญ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ แล้วก็พูดกันทั้งวัน พูดกันแบบผมนั่งฟังไปกันใหญ่แล้ว หลายท่าน บอกว่าลาออกนี่มันเป็นเรื่องที่ผิดประชาธิปไตยเลย ทำลายหลักประชาธิปไตยเลย ท่าน ส.ว. บางท่านบอกว่ามีกฎหมายเกี่ยวข้องตั้ง ๕-๖ มาตรา นายกรัฐมนตรีไม่สามารถลาออกได้ เอากันไปใหญ่เลยทีนี้ ลาออกไม่ได้ หนักเข้าไปถึงขั้นว่าลาออกแล้วจะหาคนเป็น นายกรัฐมนตรีไม่ได้อีก แล้วที่สำคัญ ลาออกแล้วแก้ปัญหาได้จริงไหมนี่จะต้องคุยกัน ท่านครับ ผมกราบเรียนนะครับว่าการลาออกนี่สง่างามมากในทางประชาธิปไตย แล้วมักเกิด ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ออสเตรีย ฝรั่งเศส โควิด (COVID) ปั๊บ ผิดพลาดปั๊บลาออก แต่การลาออก ยากที่สุดในประเทศด้อยพัฒนา เอากันจนตายไปข้างหนึ่ง บ้านเมืองลุกเป็นไฟไม่มีทาง ลาออก แต่ประเทศที่เขาพัฒนาแล้วเซนซิทีฟ (Sensitive) มาก ลาออกนี่ถือว่าความสง่างาม เคารพประชาชนอย่างดียิ่ง ลาออกได้หรือไม่ได้ฟังอย่างนี้ครับ หลักการประชาธิปไตย มันมี ๒ คำ สิ่งที่ประชาชนมีส่วนร่วมในประชาธิปไตยและกำหนดชะตากรรมตัวเอง คือ ๑. แต่งตั้งและถอดถอน ๒ คำนี้คู่กันเลยครับ ทฤษฎีทางรัฐศาสตร์มีไหม ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม อยู่นี่ ท่านสอนรัฐศาสตร์ แต่งตั้งและถอดถอนเป็นสิทธิ คู่กันของพลเมือง แต่งตั้งเพื่ออะไรครับ ลงเลือกตั้งเขาก็เลือกเราเข้ามา เลือกเข้ามาแล้ว ประชาชนมีสิทธิถอดถอน นั่นก็คือลาออก ไล่ให้คุณลาออก เป็นสิทธิชอบธรรมที่เขาจะไล่ ให้รัฐบาลลาออก แล้วยิ่งผู้แทนราษฎรวันนี้เป็นตัวแทนประชาชน ทำไมจะไม่มีสิทธิบอกให้ นายกรัฐมนตรีลาออก เมื่อวานนี้เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลคนหนึ่งขึ้นคำรามใหญ่เลย ท่านไม่มีสิทธิบอกนายกรัฐมนตรีลาออก ท่านกำลังคุกคาม ท่านเอาสิทธิอะไรมาบอกให้ นายกรัฐมนตรีลาออก มี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ชาวบ้านยังมีสิทธิบอกให้นายกรัฐมนตรี ลาออกเลย แล้วนี่ตัวแทนประชาชน แล้วยิ่งทำให้สอดคล้องกับประชาชนนี่ตรงเลย ข้อหา อะไร ท่านนายกรัฐมนตรีถาม ผมผิดอะไร ท่านครับ ท่านอย่าลืมว่าการมาเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ส. ไม่ได้ทำสัญญาจ้างเหมือนพนักงานบริษัทนะครับ ไม่ได้มี กฎหมายแพ่งคุ้มครองนะครับ ถ้าทำสัญญาแล้วจะให้เขาออก เจ้าของบริษัทอยากปลดแทบ ตาย คุณต้องเข้าเงื่อนไขการปลดไม่อย่างนั้นเขาฟ้องคุณตาย นั่นพนักงานบริษัท แต่นายกรัฐมนตรี ส.ส. เขาไม่ได้ทำสัญญา คุณมาเป็นปั๊บ วันไหนที่เขาคิดว่าคุณไม่ดีเขาไล่คุณออกได้ ไม่ต้องไปหาความผิดคุณ ในสภาเขียนไว้ด้วยว่า อภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แล้วลงมติให้คุณออก แต่ถ้าการเมืองภาคประชาชนมีเพียง ๒ คำเท่านั้นละครับ วันใดที่เขาเกิดความไม่ไว้วางใจคุณ วันใดที่เขาไม่เชื่อมั่นว่าคุณจะนำพาชีวิตเขาไปได้ วันใดที่เขา ไม่เชื่อมั่นว่าคุณจะพาประเทศนี้ไปสู่ความรุ่งเรือง วันใดที่เขาไม่เชื่อมั่นว่าคุณจะปกป้อง สถาบันที่เขารัก วันนั้นประชาชนมีสิทธิขึ้นมาบอกว่าออกไป ไล่คุณออกได้เลย คำ ๒ คำนี้ คืออะไรครับ ทรัสต์ (Trust) ความไว้วางใจ คอนฟิเดนต์ (Confident) ความเชื่อมั่น คำ ๒ คำนี้ถ้าเป็นนักธุรกิจเขาไม่มี ๒ คำนี้เขาไม่มาลงทุน หรือลงทุนอยู่แล้วเขาก็หนีจาก ประเทศนี้ เพราะเขาไม่ทรัสต์ (Trust) คุณ เขาไม่ไว้วางใจ ไม่เชื่อมั่น สามีภรรยาเลิกกัน เพราะอะไรท่านประธาน ไปดูงานวิจัยสิเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่สุดท้ายฉันไม่ไว้วางใจที่จะอยู่กับคุณ ฉันไม่มั่นใจในชีวิตของคุณกับคุณว่าอยู่กับคุณแล้วชีวิตฉันจะดีขึ้น ฉันจะมีอนาคตที่ดี ทรัสต์ (Trust) คอนฟิเดนต์ (Confident) ก็ทำให้ผัวเมียภรรยาเลิกกัน วันนี้เด็กที่ออกมาชุมนุม เขาไม่ทรัสต์ (Trust) อะไรคุณ เขาไม่ไว้วางใจว่านายกรัฐมนตรีจะบริหารบ้านเมือง เขาไม่ไว้วางใจในความสามารถ เขาเห็นมา ๖ ปี เขารู้ว่าเศรษฐกิจมันตก มันตก มันตก ตกเพราะอะไร พลิกเข้าไปก็เจอแล้วหนี้ครัวเรือน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ หนี้ประเทศเท่าไร แล้วตัวเลข ทางเศรษฐกิจหาได้ยากเสียที่ไหน เขาไม่ทรัสต์ (Trust) ไม่วางใจท่าน แล้วไม่เชื่อมั่น ไม่คอนฟิเดนต์ (Confident) ว่าเขาจบมานี่ โตขึ้นมานี่เขาจะมีอะไร อนาคตเขามีอะไร มีแต่หนี้ไว้ให้เขา เหลือแต่กระดูกไว้ให้เนื้อไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียว เขาก็ไม่คอนฟิเดนต์ (Confident) ไม่วางใจ แค่นี้ละครับประชาชนกับผู้บริหารประเทศแค่ไม่มีความไว้วางใจ กับไม่เชื่อมั่น เขาชอบธรรมที่จะไล่คุณออก เขาชอบธรรมที่จะทำสารพัดที่จะบอกคุณออกดี ๆ เขาก็ต้องมีมาตรการเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีถามว่าผมผิดอะไร ท่านครับ ผิด ๒ ตัวนี่แหละ แต่เพื่อนเขาอธิบายหมดแล้วละ ตัวเลขเศรษฐกิจแบบนั้นแบบนี้ แบบนั้น แบบนี้ ก็หนี้ประเทศเพิ่มทุกวัน หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นทุกวัน คนทำธุรกิจเอสเอ็มอี (SME) ที่ท่านพูดว่าเขารอดแล้ว ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี่ ท่านครับเจ๊งลงทุกวัน เด็กวันนี้เขารู้เขาอยู่ ไม่มีอนาคตสร้างหนี้ไว้ให้เขา เขาก็ชอบธรรมที่จะออกมาบอกให้ท่านเลิกเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนท่านจะเลิกหรือไม่เลิกเป็นสิทธิของท่านครึ่งหนึ่งนะ ท่านจะออก ไม่ออก เป็นสิทธิ ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งยังเป็นสิทธิของประชาชนนะ ไม่เฉพาะท่านพวกผมก็เหมือนกัน ส.ส. ก็เหมือนกัน ส.ว. ก็เหมือนกันเขาไล่เราด้วย ไม่เฉพาะเรานะ ผู้ใหญ่บ้านได้เป็นแล้ว ลูกบ้านลงชื่อเกินครึ่งผู้ใหญ่บ้านปิ๋วเลยนะ ไม่ต้องมีข้อหานะ เพียงไม่ไว้วางใจและไม่เชื่อมั่น เพราะฉะนั้นให้เข้าใจเสียใหม่ว่าวันนี้มีสิทธิบอกให้นายกรัฐมนตรีลาออก ข้อหาอะไร เพียงไม่ไว้วางใจและไม่เชื่อมั่นว่าคุณจะพาเขาอยู่ในโลกใบนี้ ชีวิตนี้ และเดี๋ยวเขาก็ไล่คุณออก แล้วท่านประธานที่เคารพ ออกไหมท่านนายกรัฐมนตรี ก็เป็นสิทธิ แต่ถ้าท่านไม่ออก สภาเราก็มีสิทธิปลด ชาวบ้านก็มีสิทธิปลด เขาก็ออกแบบไว้นี่ มีสิทธิที่จะถอดถอนตามระบบ ไม่ใช่เฉพาะไทย ทั่วโลกเขาก็มีสิทธิ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านอย่าได้แปลก หลายท่านบอกว่า แปลกมีคนมาไล่นายกรัฐมนตรีออก มันไม่แปลกหรอก แล้วที่เขาบอกว่าท่านเป็น ศูนย์รวมของปัญหา ท่านนายกรัฐมนตรีครับให้ท่านสบายใจนะ คนเป็นนายกรัฐมนตรีเป็น ศูนย์รวมทุกอย่าง ต่ำจากข้างบนลงมาท่านก็เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็เป็นศูนย์รวม ดีท่านก็ ได้เป็นศูนย์รวมแห่งความชื่นชม ไม่ดีมาก็ศูนย์รวมแห่งความตำหนิ นายกรัฐมนตรีทุกคนเป็น ศูนย์รวมแห่งปัญหามาแล้ว เลือกว่าใครจะแก้ปัญหาอย่างไร ท่านครับ ผมกราบเรียนว่า ท่านจะลาออกหรือไม่ลาออก สิทธิของท่านครึ่งหนึ่ง สิทธิประชาชนครึ่งหนึ่ง ถ้าท่าน ไม่ลาออกเขาก็ไล่ออก อยู่ที่ว่าท่านจะเลือกอย่างไร ในอดีตท่าน จอมพล ถนอม กิตติขจร ท่าน พลเอก สุจินดา คราประยูร ก็มีคนกล่าวหาว่าท่านเป็นศูนย์รวมของปัญหา คนก็มาไล่ ท่านแบบนี้แหละ แต่ท่านเลือกไม่ออก --––––––––-----------–– ในที่สุดเกิด ๑๔ ตุลาคม มหาวิปโยค คนไทยรับกรรม พลเอก สุจินดาท่านก็เลือกไม่ออก เกิดพฤษภาทมิฬ ผมพูดแล้วคำนี้ แล้วมีนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่งเขาก็ด่าท่านว่าเป็นศูนย์รวม ปัญหาเหมือนกัน ท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ปี ๒๕๔๐ ที่ถนนสีลม เดินขบวน ไม่ถึงนี้หรอกนิดเดียว แต่ท่านออก ลูกน้องก็ด่าว่าใจเสาะ ใครก็ด่าท่านว่านายกใจเสาะ แต่ท่านลาออกปุ๊บ ท่านชวน หลีกภัย ก็รับไม้ต่อ เป็นต่อ ประเทศก็เดินมาได้ ท่านจะเลือก เอาแบบไหน แต่ท่านจอมพล ถนอม เกิดเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม เบื้องบนปลอดภัย ไม่มีอะไร ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เป็นเรื่องของข้างล่าง พฤษภาทมิฬวุ่นวายก็ข้างล่าง ข้างบนยังไม่มีอะไรด่างพร้อย แต่วันนี้ท่านครับถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างวันนั้นขึ้น ข้างบน เป็นอย่างไรครับ ยังไม่เกิดเลยวันนี้โดนแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะท่านไปผูกปัญหาไว้ ติดกับท่าน ท่านผูกปัญหาไว้ติดกับท่าน

ผมกราบเรียนข้อต่อมาว่าออกแล้วจบไหม หลายท่านก็บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรี ลาออกก็ไม่จบหรอก ยังเหลือข้อหาอีกข้อหาหนึ่งคือปฏิรูปสถาบัน เขาก็จะเรียกร้องต่อ มีเหตุผลนะครับ แต่ท่านฟังอย่างนี้ครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีลาออกวันนี้ปุ๊บ อย่างน้อยที่สุด ๒ ข้อแรก แก้รัฐธรรมนูญท่านทำก่อนแล้วลาออกปั๊บ ๒ ข้อแรกหายแล้ว นายกรัฐมนตรี ลาออกก็ออกแล้วนี่ รัฐธรรมนูญก็ออกแล้วนี่ เหลืออันเดียวเหลืออย่างเดียวคือปฏิรูปสถาบัน เห็นไหมครับ การแก้ปัญหาทีละเปลาะ ท่านเลือกตัดปัญหาออกทีละเปลาะ เอาปัญหา ของท่านออกจากปัญหาเบื้องบนก่อน เอาปัญหาของท่านออกจากปัญหาเบื้องต้นก่อน เอาปัญหาของท่านออกจากปัญหาเบื้องบน ทีนี้ก็จะเป็นเวลาต่อนิดหน่อย ออกจากปัญหา เบื้องบนปั๊บแล้วเป็นอย่างไรต่อ มันก็ง่ายเข้าใช่ไหมครับ ผมเชื่อว่าเบาลง ส่วนพอมันเหลือ เฉพาะข้อที่ ๓ การปฏิรูปสถาบันแก้ได้ไหมครับ ผมว่าง่ายแล้ว ก็ทุกคนในสภาพูดมาตั้ง ๒ วัน มั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เดี๋ยวเขาใส่เสื้อเหลืองมาด่า เขาไม่เห็นด้วยกับคนจะปฏิรูป สถาบัน ถ้ามั่นใจอย่างนั้นมาถูกทางแล้ว ข้อ ๓ นี้จะแก้ปัญหาได้ไม่ยาก ผมจะบอก ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านตัดปัญหาท่านออกจากปัญหาเบื้องบนก่อน แล้วค่อยมา แก้เบื้องบนมันจะง่ายเข้า แต่ถ้าท่านเอาพันกันไว้อย่างนี้ ไม่รู้จับตรงไหนเป็นตัวประกัน หรือไม่ก็ท่านถวายเผือกร้อนอยู่ เกิดอะไรขึ้นครับ มันยาก วันก่อนท่านนายกรัฐมนตรีสู้ ๆ นายกรัฐมนตรีสู้ นายกรัฐมนตรีสู้วันสองวันไม่ได้บอกนายกรัฐมนตรีสู้นะ