วันนิวัติ สมบูรณ์ หารือเหตุการณ์นักเรียนและประชาชนชุมนุม โดยชี้ว่าเกิดจากนโยบายรัฐบาลที่จำกัดเสรีภาพและระบบการศึกษาที่ล้าสมัย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงภาระการเรียนที่หนักเกินควรของนักเรียนเมื่อเทียบกับต่างประเทศ และสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของเยาวชนที่หันไปให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์และเส้นทางอาชีพใหม่แทนระบบการศึกษาแบบเดิม เรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา ปกป้องสิทธิ์ในการแสดงออกของเยาวชน และผลักดันการปฏิรูปการศึกษาอย่างเร่งด่วนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสังคมยุคใหม่
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ญัตติการขอเปิดอภิปราย วิสามัญในครั้งนี้มีเรื่องสำคัญ ๓ เรื่อง แต่การที่เราจะแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศที่เกิดขึ้น ขณะนี้ได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกล่าวถึงปัญหาสาเหตุที่ทำให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมว่าเกิดจากเหตุผลอะไร ที่มามาจากอะไร มิฉะนั้นแล้วเราไม่อาจ ที่จะแก้ปัญหานี้ได้ครับ ผมเห็นว่าสาเหตุของการที่นักเรียน นิสิต นักศึกษาออกมาชุมนุมนั้น มีสาเหตุหลักมาจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ เป็นหลัก รัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงออกทางความคิด แม้แต่ในสถานศึกษา ๖ ปีที่ผ่านมาระบบการศึกษาไทย มีความเป็นอำนาจนิยม ล้าสมัย เพราะมีสารตั้งต้นมาจากรัฐบาลที่เป็นเผด็จการ
ในขณะที่นักการศึกษาทั่วโลกเชื่อไปในทิศทางเดียวกันว่าการกระจายอำนาจ นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม ทันสมัย แต่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสำคัญ เรื่องนี้เลยครับ คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาของท่านพยายามรวมศูนย์อำนาจ ตั้งศึกษาธิการภาค ตั้งศึกษาธิการจังหวัด ท่านไม่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการกระจาย อำนาจสู่สถานศึกษา สายบังคับบัญชาที่ต้องสั้น การสั่งการต้องรวดเร็ว ท่านไม่ได้คำนึงถึง เรื่องนี้ วันนี้ผู้บริหารสถานศึกษาหลายท่านลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าโรงเรียนเป็นนิติบุคคล
ท่านประธานครับ ๑ ปีการศึกษา นักเรียนไทยต้องเรียน ๑,๓๐๐ ชั่วโมง โดยเฉลี่ย กลับกันครับ เด็กนักเรียนฮ่องกงเรียนแค่ ๘๐๐ ชั่วโมง ต่างกันเกือบครึ่งครับ แต่ผลสัมฤทธิ์ต่างกันมากเหลือเกิน ๘ กลุ่มสาระมากไปหรือเปล่าครับสำหรับเด็ก ประถมศึกษาตัวเล็ก ๆ ที่จะต้องแบกหนังสือหนักหลายกิโลกรัมไปโรงเรียน ผมไม่มั่นใจว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ว่าเด็ก ๆ ในทุกวันนี้เขาคุยเรื่องอะไรกันบ้าง เยาวชนทุกวันนี้ เขาคุยกันไปถึงเรื่องการสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) แล้ว คุยกันเรื่องจะทำอย่างไรให้เป็น นักแคสต์เกม (Cast Game) เป็นแคสเตอร์ (Caster) ที่มีรายได้ดี คุยกันเรื่องจะทำอย่างไร ให้เป็นนักกีฬาอีสปอร์ต (Esport) ที่มีชื่อ เพราะประเทศไทยเคยไปสร้างชื่อไว้แล้วที่ประเทศ เกาหลีใต้ เด็ก ๆ เขาคุยกันถึงขนาดนี้แล้วครับ เด็กเยาวชน ทุกวันนี้ไม่ได้ฝากความหวังไว้ กับโรงเรียนและระบบการศึกษาไทยเพียงเท่านั้น แต่เขาฝากความหวังของเขาไว้กับ ครูสี่เหลี่ยมนั่นก็คือสื่อออนไลน์ (Online)
ท่านประธานครับ เด็ก เยาวชนเหล่านี้ฝากความหวังไว้กับยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ (YouTuber Influencer) ที่เขาสอน แล้วไม่ได้มองว่าครูที่สอนหน้าห้องนั้น หรือระบบการศึกษาไทยจะซัปพอร์ต (Support) เขาได้ในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ นี่ยังไม่รวมกับกฎระเบียบที่ไม่ยืดหยุ่น ไม่ได้ปรับเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกนะครับ ผมก็ยินดีที่เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาแก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่ว่าอาจจะยัง ไม่ทันท่วงที เพราะว่าในขณะที่ สพฐ. ได้ออกหนังสือสั่งการเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ณ วันนี้ ก็ยังเห็นการคุกคามนักเรียนในโรงเรียนอยู่ จากแถลงการณ์ของแอมเนสตี (Amnesty) พบว่า ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคมที่ผ่านมา มีผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น ๘๔ ราย ในนั้นมีนักเรียน นักศึกษารวมอยู่ด้วย ขณะนี้ ๕๗ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับเด็กและสังคมก็ออกมาเรียกร้องให้ ปกป้องแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตัดตอนอนาคตของเยาวชนไทยด้วยการทำรัฐประหาร ๖ ปีผ่านมาท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจทางการศึกษา ไม่ได้ให้ความสำคัญ การปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง เด็ก เยาวชนต้องออกมาชู ๓ นิ้วเพราะกฎ ระเบียบ และสิ่งต่าง ๆ ที่ บีบคั้นเขา กดดันเขา เด็กนักเรียนชู ๓ นิ้วมีฝ่ายปกครอง มีผู้ใหญ่มาสั่ง มีจดหมายจากจังหวัด มาสั่งห้าม วันนี้เด็กมัธยม ไม่ใช่เฉพาะเด็กมัธยมที่ถูกกดดันนะครับ แต่เป็นครูก็ถูกกดดัน เมื่อครูถูกกดดันครูก็ต้องลงโทษเด็ก แล้วเด็กวันนี้เขาจะทำอย่างไรล่ะครับ นี่คือ การแสดงออกของเขา ขออีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน เด็กจะไม่ชู ๓ นิ้วถ้าสถานศึกษา ไม่กดทับด้วยอำนาจนิยม ผมขอสรุปอีกนิดเดียวครับ โรงเรียนควรจะเป็นสถานที่ปลอดภัย สำหรับเด็ก และด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู ครูมีหน้าที่พิทักษ์เด็ก ไม่มีครูคนไหนอยากให้ ทหาร ตำรวจเข้ามาแทรกแซงการทำงานภายในสถานศึกษาครับท่านประธาน ครั้งนี้เป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่มีทหาร ตำรวจเข้ามาคุกคาม ข่มขู่เด็กถึงในสถานศึกษา ตลอดระยะเวลา ๖ ปีครับ เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสำคัญของ การเปลี่ยนแปลงทางด้านการศึกษาเลย ไม่ได้ให้ความสำคัญกับโครงสร้างสำคัญของประเทศ นั่นก็คือการศึกษา ท่านจะมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับอดีต ยึดติดกับอำนาจในปัจจุบันจนไม่เหลียวแล อนาคตของชาติเลยเชียวหรือ ผมขอเรียกร้องครับ วันนี้ขอให้ท่านได้สละเพื่อประเทศชาติ ลาออกเถอะครับ ขอบคุณครับ