ชาญวิทย์ เสนอแนวคิดการเมืองแบบน้ำใจนักกีฬา ลดขัดแย้ง-เน้นปฏิรูปการศึกษา

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓

ชาญวิทย์ ผลชีวิน เสนอให้ยึดถือน้ำใจนักกีฬาเป็นแนวทางในการเมือง เพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบ เคารพกติกา และลดความขัดแย้ง โดยเสนอให้ใช้สัญลักษณ์เช่นใบเหลืองในกีฬามาปรับใช้ พร้อมย้ำว่าคู่แข่งไม่ใช่ศัตรู และเตือนภัยจากการปลุกความขัดแย้งที่ส่งผลต่อเยาวชนและสังคม พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างแท้จริง รวมถึงเสนอให้งดวิพากษ์วิจารณ์สถาบันในเวทีรัฐสภาเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจบานปลาย

นายชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

เรียนท่านประธานรัฐสภา สมาชิกรัฐสภา ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่เคารพทุกท่านครับ ผม ชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอบคุณทุกท่าน ทุกคนที่นำเรื่องนี้ เข้ามาหารือกันในที่ประชุมรัฐสภา ความคาดหวังของประชาชนที่อยากเห็นเราใช้รัฐสภา ในการแก้ปัญหาวิกฤติของบ้านเมือง ๑ วันเมื่อวานนี้กับวันนี้เป็นความคาดหวังของทุกคน ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเจเนอเรชัน (Generation) ไหน อยากเห็นทางออกของประเทศเดินไปได้ อย่างสงบสันติสุขแล้วก็มีความสุขทุกคนครับ ฟังข่าวสารดูทีวีเกือบทุกวันช่วงนี้ จากที่ต้องดู เรื่องของกีฬา กลายมาต้องดูเรื่องของการเมืองไปด้วย เพราะประชาชนฝากความคาดหวังไว้ว่าตั้งแต่อยู่นอกสภาเห็นการเมืองที่ไม่ค่อยจะน่ารัก ไม่ค่อยจะสง่างาม ไม่มีความคาดหวังของประชาชนได้เลย แต่ปัจจุบันผมว่าในส่วนตัวของผม แล้วรัฐสภาสง่างามยิ่งใหญ่นะครับ แล้วผมเองก็มีส่วนที่นำแนวคิดของท่านอดีต ส.ส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน ท่านประธานสภาคนปัจจุบันขออนุญาตเอ่ยนามท่าน นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย แล้วก็อีกหลาย ๆ ท่านที่ไม่ได้เอ่ยนามผมเห็นความยิ่งใหญ่ ของสภา เห็นความยิ่งใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง แม้กระทั่ง คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีหลายคนที่เข้ามาบริหารประเทศ สุดท้ายแปลกครับ ทำไมเรา ต้องมาไล่นายกรัฐมนตรีครับ แปลกมากเกือบทุกคน ทุกรุ่นเลย ทุกชุด ด้วยเหตุผลทาง การเมืองเองครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่เหมือนใคร ผมกล้าเรียนได้ว่าไม่เหมือนใคร และหลายท่านที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมา อยู่ใน รัฐสภามา ถ้าท่านอยู่ในรัฐสภาเดิมท่านยิ่งต้องเห็นเลยครับ แล้วเป็นความสง่างาม ที่ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ประดิษฐานไว้ที่บริเวณอาคาร ๒ รัฐสภา ผมขออนุญาตนำมากล่าวถึงในที่นี้สั้น ๆ ครับ เพราะว่าหลายท่านคงผ่านสายตา อยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่อยู่ที่สภาเดิม กีฬามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของแต่ละคน และชีวิตของบ้านเมือง เน้นเลยนะครับ กีฬามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของแต่ละคน และชีวิตของบ้านเมือง นี่พระราชดำรัสของพระองค์ท่านในวันกีฬาแห่งชาติ วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๑ จริง ๆ พระบรมราโชวาทของพระองค์ท่านที่ให้ไว้ในวันกีฬาแห่งชาติ มีมากมายครับแล้วก็เป็นประโยชน์ ถ้าเราน้อมนำเอามาใช้ กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ ก็เช่นเดียวกัน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเมือง งงไหมครับ ที่ผมกำลังจะเชื้อเชิญให้เป็น ทางออกอีกทางหนึ่งซึ่งมันแตกต่างจากหลาย ๆ ท่านที่นำเสนอไปแล้ว ผมขออนุญาตมองมุม ที่มันแตกต่างท่านครับ กราบเรียนท่านประธานครับ กีฬามันสำคัญขนาดไหน ทำไมมันน่าจะ นำการเมืองครับ ช่วงหนึ่งผมเคยได้ยินสมัยที่ยังอยู่นอกสภา การเมืองนำการทหาร การเมือง นำเศรษฐกิจ การเมืองนำทุกอย่างเลย แต่วันนี้ผมขออนุญาตเอาการกีฬานำการเมืองครับ ผมพูดชัดเลยนะครับ ผมขออนุญาตเอากีฬานำการเมืองครับ เหตุผลเพราะอะไรครับ ท่านดู กกต. สิครับ เอาภายในประเทศก่อนนะครับ กกต. ออกระเบียบข้อบังคับมาว่าอย่างไรครับ ทำไมเอาใบเหลือง ใบแดง ใบดำ ใบส้มมาใช้ครับ นานาชาติไอเคโอ (IKO) ไอยูยู (IUU) สารพัดองค์กรระหว่างประเทศทำไมเอาใบเหลือง ใบแดงมาใช้ครับ แล้วทุกท่านรู้จักฟุตบอลไหมครับ ถ้าทุกท่านรู้จักฟุตบอล รู้จักกีฬาท่านจะเข้าใจครับว่ามันคืออะไร นั่นคือสิ่งที่เขาเตือนว่า ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายก็ได้ครับ ถ้าทุกคนมีสปิริต (Spirit) ครับ ถ้าทุกคนมีน้ำใจนักกีฬา ถ้าทุกคนเคารพกฎหมายครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่มีหัวใจของสปิริต (Spirit) ทางด้าน การกีฬามันไม่มีทางทำให้การเมืองที่จะสงบไปได้ รัฐธรรมนูญร่างมาฉบับที่ ๒๐ แล้วครับ กำลังจะร่างฉบับที่ ๒๑ อีกแล้ว คราวที่แล้วผมก็ขออนุญาตไว้แล้วว่าไม่รู้อีกกี่ฉบับถ้าเรา ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเราเองก่อนก่อนจะปฏิรูปอะไรก็แล้วแต่นะครับ ก่อนที่จะให้ใครลาออก ก่อนที่จะชื่นชมใคร ก่อนที่จะตำหนิใครมองตัวเองก่อนครับ เห็นตัวเองหรือยังว่ามีสปิริต (Spirit) จริงหรือยังก่อนที่จะไปกล่าวหาใคร ก่อนที่จะไปให้ร้ายใคร ก่อนที่ไปพูดถึงคนอื่นในทางสาดเสียเทเสีย เสีย ๆ หาย ๆ ก้มมองตัวเองบ้างครับ สปิริต (Spirit) ของตัวเองสำคัญที่สุด ไม่ต้องไปมองสปิริต (Spirit) คนอื่น เอาของตัวเราเองก่อน ถ้าตัวเราเองดีแล้ว นั่นละครับ ถึงค่อยมองสปิริต (Spirit) ของคนอื่นครับ แล้วก็ ค่อย ๆ ช่วยกันแนะนำ ค่อย ๆ ช่วยกันกล่อมเกลา ผมเป็นครูครับ ชีวิตเป็นครูทั้งชีวิต ถึงแม้จะเป็นครูสอนฟุตบอล เป็นโค้ช (Coach) แต่ผมมีจิตวิญญาณครับ ผมเห็นเด็ก เห็นเยาวชนออกมาเคลื่อนไหว ผมดีใจครับ เด็กสนใจการเมืองแล้ว แต่สิ่งที่ผมรับไม่ได้คือ คำหยาบคายครับ ท่านทราบไหมครับ นักฟุตบอลเล่นกันในสนาม แค่กล่าวคำ เขาใช้คำว่า คำหยาบคายแล้วกัน กรรมการ แค่กรรมการนะครับ ไม่ต้องศาลครับ กรรมการได้ยินให้ ใบเหลืองเลยครับ หรือไม่ก็เตือนก่อน เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะเห็นว่าเราเปิด ช่องว่างให้กับเด็ก ๆ ทุกคน เยาวชนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเจเนเรชัน (Generation) ครับ แต่สิ่งที่เราต้องประคองเขา ให้ความรัก ให้การอบรมเขา คือสิ่งที่เขาใช้คำหยาบคายครับ เพราะมิเช่นนั้นแล้วสังคมตอนนี้น่าห่วงที่สุด ท่านดูในกรุ๊ปไลน์ (Group line) ของท่านเอง กรุ๊ปไลน์ (Group line) ของผม กรุ๊ปไลน์ (Group line) ของแต่ละที่ ถ้าเพื่อน ๆ บอกว่า หรือกลุ่มไลน์ (Line) บอกว่าคุยกันเรื่องการเมือง อย่าคุย ห้ามคุยเรื่องการเมืองเด็ดขาด เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมอยากจะเห็นทางออกของประเทศไทยอย่างหนึ่งคือเรื่องของ การปฏิรูปการศึกษาโดยเฉพาะเรื่องของการกีฬาด้วยครับ ทั่วโลกตอนนี้ใช้กีฬา เป็นสื่อนะครับ ใช้การออกกำลังกายเป็นสื่อในการที่จะกล่อมเกลาชีวิตมนุษย์ให้อยู่กับ ระเบียบ กฎ กติกาแล้วถึงมากฎหมาย แล้วก็รัฐธรรมนูญ กฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ต่างจากเพื่อน ๆ สมาชิกที่พูดกันมา ๒ วันแล้ว ผมอยากจะเป็นส่วนน้อยส่วนนิด แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นเสียงอีกเสียงหนึ่งซึ่งอาจจะไม่มีอยู่เลย ในรัฐสภานี้ที่ไม่มีใครพูดถึง รัฐธรรมนูญ ๒๐ ฉบับ ผมบอกเลยว่าเพิ่งมีฉบับนี้ละครับ มาตรา ๗๑ ที่ระบุไว้ว่ารัฐต้องดูแลเรื่องการกีฬาของประเทศ เพราะฉะนั้นท่านจะร่างอีก กี่ฉบับก็แล้วแต่ผมขอร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้โดยเฉพาะมาตรา ๗๑ เพราะมิฉะนั้นแล้ว วุ่นวายครับ สปิริต (Spirit) ไม่มีครับ แพ้ไม่เป็น ชนะก็ไม่เป็น ขอโทษก็ไม่เป็น ให้อภัยก็ไม่ได้ มันน่าห่วงจริง ๆ ครับ อันนี้คือส่วนที่ผมอยากจะเห็น

ส่วนที่ ๒ ถ้ามองกีฬาเหมือนกับการเมือง รัฐบาลกับฝ่ายค้านเหมือน คู่แข่งขันครับ แต่คู่แข่งขันต้องไม่ใช่ศัตรู ถ้าเรามองคู่แข่งขันเป็นศัตรูเมื่อไร จบครับ รบกันอยู่ ตลอดเวลา ใครขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็ต้องล้มลงไป เปลี่ยนขั้วเมื่อไรก็ล้มกันอีก ล้มกันไป ล้มกันมาอย่างนี้ครับ ประเทศชาติเสียหาย ตั้งสติครับ ตั้งสติให้ได้ หยุด กขต. ครับ สร้างความเกลียดชัง สร้างความขัดแย้ง สร้างความแตกแยกด้วยถ้อยคำอันหยาบคายครับ สิ่งเหล่านี้ละครับมันจะกร่อนเกลาชีวิตของมนุษย์ไปทีละนิด ๆ แม้กระทั่งเยาวชนก็จะถูก ปลูกฝังไปในสิ่งที่ผิด ๆ สุดท้ายครับ ต้องขอกันเลย กองเชียร์กำลังจะตีกันตายนะครับ เพราะ ๑ ในนั้นคืออะไรครับ การปฏิรูปสถาบันครับ ขอครับ กองเชียร์มีทั้ง ๒ ฝ่ายเลยครับ เพราะฉะนั้นในรัฐสภานี้ ในส่วนตัวของผมหัวข้อนี้ควรจะไว้ทีหลังอย่าเพิ่งนำมาพูดจา เพราะกองเชียร์กำลังจะออกมา กองเชียร์ทั้ง ๒ ฝ่ายกำลังจะออกมาครับ เพราะฉะนั้นฝากเป็นประเด็นของรัฐสภาไว้เลยครับ ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่และผมเน้นตลอดเลยคือการปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปตัวเอง สิ่งที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดของโลกคือทรัพยากรมนุษย์ ตอนนี้ข้อสังเกตของผมอีกเรื่องหนึ่ง น่าห่วงที่สุดคือการสร้างทรัพยากรมนุษย์ครับ เราสร้างคนผิด เราทุบทิ้งไม่ได้ แล้วคนผิด ๆ กำลังไปสร้างคนต่อ สร้างเครือข่ายสร้างเน็ตเวิร์ก (Network) อันนี้น่าห่วงครับ

ประเด็นสุดท้ายจริง ๆ ครับ ขออนุญาตนำคำสอนของหลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุมาครับ ท่านบอกเลยว่า หน้านอกบอกความงาม หน้าในบอกความดี หน้าที่ บอกความสามารถ ท่านเน้นนะครับว่า หน้านอกกับหน้าในแต่งให้พอดี แต่หน้าที่แต่งให้ มาก ๆ ขอบคุณมากครับ